ในรอบปีที่ผ่านมา พันธมิตรนักวิทยาศาสตร์ทางทะเลทั่วโลกได้สร้างปรากฏการณ์ครั้งสำคัญ ด้วยการค้นพบสิ่งมีชีวิตชนิดใหม่มากกว่า 1,121 ชนิด ภายในช่วงเวลาเพียงหนึ่งปี ระหว่างเดือนเม.ย. 2025 - มี.ค. 2026 ซึ่งเพิ่มขึ้น 54% เมื่อเทียบกับการค้นพบรายปีในอดีต
สำหรับการค้นพบนี้ เป็นส่วนหนึ่งของโครงการ Ocean Census ซึ่งเป็นความร่วมมือระดับโลกระหว่างมูลนิธินิปปอน จากญี่ปุ่น และ Nekton สถาบันสำรวจมหาสมุทรจากสหราชอาณาจักร มีการจัดคณะสำรวจถึง 13 ครั้ง และการประชุมเชิงปฏิบัติการด้านการค้นพบสายพันธุ์อีก 9 ครั้งทั่วโลก ความสำเร็จนี้เกิดขึ้นจากการผสานเทคโนโลยีสมัยใหม่เข้ากับเครือข่ายนักอนุกรมวิธานกว่า 1,400 คน จาก 660 สถาบันใน 85 ประเทศ
อย่างไรก็ตาม ถึงจะมีการค้นพบสัตว์มากขนาดนี้ แต่ยังมีสิ่งมีชีวิตมากกว่าในมหาสมุทรมากถึง 90% ยังคงไม่ถูกค้นพบและไม่มีชื่อเรียกอย่างเป็นทางการ
ดร.มิเชลล์ เทย์เลอร์ หัวหน้าฝ่ายวิทยาศาสตร์ของ Ocean Census กล่าวว่า “เรากำลังทำงานแข่งกับเวลา เพื่อทำความเข้าใจและปกป้องชีวิตในมหาสมุทรก่อนที่มันจะหายไป” พร้อมกล่าวว่าสิ่งมีชีวิตที่เพิ่งค้นพบจำนวนมากอยู่ในสภาวะชะงักทางอนุกรมวิธาน เพราะยังไม่ได้รับการอธิบาย ตั้งชื่อ และไม่ได้รับการยอมรับอย่างเป็นทางการ
ด้าน โอลิเวอร์ สตีดส์ ผู้อำนวยการ Ocean Census กล่าวว่าการสำรวจโลกใต้น้ำถูกจำกัดด้วยงบประมาณ “เราใช้เงินหลายพันล้านเพื่อค้นหาชีวิตบนดาวอังคาร หรือไปยังด้านมืดของดวงจันทร์ แต่การกลับมีทุนแค่นิดเดียวให้การสำรวจสิ่งมีชีวิตบนโลก”
เพื่อเร่งกระบวนการให้เร็วขึ้น Ocean Census เปิดตัวแพลตฟอร์มดิจิทัลชื่อ NOVA ช่วยให้นักวิทยาศาสตร์แบ่งปันข้อมูลการค้นพบได้ภายในไม่กี่วันแทนที่จะต้องรอนานถึง 13.5 ปีตามมาตรฐานเดิม กระบวนการที่รวดเร็วนี้มีความสำคัญอย่างยิ่งต่อการกำหนดนโยบายอนุรักษ์ เพราะสิ่งมีชีวิตที่ไม่มีชื่ออย่างเป็นทางการมักจะไม่ได้รับความคุ้มครองทางกฎหมาย
ความร่วมมือระดับโลกนี้ยังได้รับการสนับสนุนจาก มิตซูยุกิ อุนโนะ ผู้อำนวยการบริหารของ มูลนิธินิปปอน กล่าวว่า ความร่วมมือระดับโลกนี้ทำให้เห็นถึงความหลากหลายทางชีวภาพของมหาสมุทร ตั้งแต่เขตขั้วโลกไปจนถึงเขตร้อน โดย 10 สิ่งมีชีวิตที่น่าสนใจจากการสำรวจในครั้งนี้ประกอบไปด้วย
1. หมึกโคลอสซัล (Colossal squid)
นักวิทยาศาสตร์สามารถบันทึกภาพตัวอ่อนความยาว 30 ซม. ได้ในสภาพแวดล้อมทางธรรมชาติเป็นครั้งแรกในรอบ 100 ปี นับตั้งแต่มีการค้นพบสายพันธุ์นี้ โดยปรกติแล้ว นักวิทยาศาสตร์มักพบร่องรอยของพวกมันเพียงในกระเพาะของวาฬเท่านั้น แต่ครั้งนี้พบที่ความลึก 600 เมตรในมหาสมุทรแอตแลนติกตอนใต้ เมื่อโตเต็มที่หมึกโคลอสซัลสามารถยาวได้ถึง 7 ม. และหนักถึง 500 กก. นับว่าเป็นสัตว์ไม่มีกระดูกสันหลังที่หนักที่สุดในโลก
เครดิตภาพ: ROV SuBastian/Schmidt Ocean Institute
2. ‘ฉลามผี’ คิเมร่า ('Ghost Shark' Chimaera)
ถึงสัตว์ชนิดนี้จะเรียกว่าฉลามผี แต่ความจริงแล้วมันไม่ใช่ฉลาม แต่เป็นญาติห่าง ๆ ที่แยกสายวิวัฒนาการออกมาเมื่อเกือบ 400 ล้านปีก่อน ซึ่งเป็นช่วงเวลาก่อนยุคไดโนเสาร์เสียอีก โดยถูกพบในอุทยานทางทะเลแห่งทะเลคอรัล ประเทศออสเตรเลีย ที่ความลึกประมาณ 800 ม. พวกมันมีโครงร่างเป็นกระดูกอ่อนและอาศัยอยู่ในพื้นที่ลึกที่ยากจะเข้าถึง
เครดิตภาพ: The Nippon Foundation-Nekton Ocean Census/CSIRO
3. หนอน ‘ปราสาทแก้ว’ ('Glass Castle' Worm)
ไส้เดือนทะเล (Polychaete) ชนิดใหม่นี้ พบอาศัยอยู่ร่วมกับฟองน้ำแก้วที่ความลึก 791 เมตรนอกชายฝั่งญี่ปุ่น ชื่อของมันมาจากโครงสร้างของฟองน้ำแก้วที่ทำจากซิลิกาซึ่งมีลักษณะคล้ายแก้วใสมสานกันเป็นโครงร่างที่ซับซ้อนคล้ายปราสาท หนอนชนิดนี้ช่วยทำความสะอาดผิวฟองน้ำ แลกกับที่อยู่อาศัยที่ปลอดภัยและอุดมด้วยสารอาหาร
หนอน ‘ปราสาทแก้ว’
เครดิตภาพ: The Nippon Foundation-Nekton Ocean Census/Nato Jimi
4. หนอนริบบิ้น (Ribbon Worm)
หนอนริบบิ้นสีสันสดใสจากติมอร์-เลสเต มีขนาดเล็กกว่า 3 ซม. และเป็นหนึ่งใน 100 ชนิดใหม่ที่ ดร.สเวตลานา มาสลาโควา และทีมงานค้นพบ สีสันที่โดดเด่นของมันอาจทำหน้าที่เป็นสัญญาณเตือนภัยต่อผู้ล่า เป็นสัญญาณของกลไกการป้องกันทางเคมีซึ่งพบได้ทั่วไปในไฟลัม Nemertea
นอกจากนี้ ยังมีการศึกษาสารพิษของหนอน เพื่อใช้เป็นแนวทางในการรักษาโรคอัลไซเมอร์และโรคจิตเภทในอนาคต ซึ่งเน้นย้ำว่าแม้แต่สิ่งมีชีวิตที่เล็กที่สุดและลึกลับที่สุดก็อาจเป็นกุญแจสำคัญสู่ความก้าวหน้าทางวิทยาศาสตร์และการแพทย์ในอนาคต
เครดิตภาพ: The Nippon Foundation-Nekton Ocean Census/Gustav Paulay
5. กุ้งเมดิเตอร์เรเนียน (Mediterranean Shrimp)
การค้นพบกุ้งที่มีลายแถบสีส้มสดใสในถ้ำใต้ทะเลใกล้เมืองมาร์เซย์ ประเทศฝรั่งเศส พิสูจน์ให้เห็นว่าเรายังสามารถพบสิ่งมีชีวิตชนิดใหม่ได้แม้ในพื้นที่ที่มนุษย์คุ้นเคยอย่างยุโรป การระบุสายพันธุ์นี้ช่วยให้นักวิจัยมีข้อมูลในการจัดการอนุรักษ์พื้นที่ทะเลเมดิเตอร์เรเนียนที่กำลังเผชิญแรงกดดันอย่างหนักจากกิจกรรมของมนุษย์
เครดิตภาพ: The Nippon Foundation-Nekton Ocean Census/Hossein Ashrafi
6. ฟองน้ำกินเนื้อ ‘เดธบอล’ (Carnivorous 'Death Ball' Sponge)
นักวิจัยพบฟองน้ำตัวนี้ที่ความลึกเกือบ 3,600 เมตรในร่องลึกก้นสมุทรทางตอนใต้ของหมู่เกาะเซาท์แซนด์วิช ฟองน้ำชนิดนี้แตกต่างจากฟองน้ำชนิดอื่นตรงที่มันเป็นนักล่า โดยใช้ตะขอขนาดเล็กที่มีลักษณะคล้ายตีนตุ๊กแก ดักจับสัตว์จำพวกกุ้งกั้งปูที่ลอยมาตามกระแสน้ำก่อนจะค่อย ๆ ย่อยพวกมัน ซึ่งเป็นการปรับตัวทางวิวัฒนาการที่พิเศษสุดต่อสภาพแวดล้อมที่ขาดแคลนสารอาหารในมหาสมุทรลึก
เครดิตภาพ: ROV SuBastian_Schmidt Ocean Institute
7. ดอกไม้ทะเลขุดรู (Burrowing Sea Anemone)
นักวิจัยใช้เวลาศึกษาสัตว์ชนิดนี้นานหลายสิบปี โดยเจอครั้งแรกในปี 2010 จากคาบสมุทรซานฮูเลียนอันห่างไกลในอาร์เจนตินา และได้รับการศึกษาอย่างต่อเนื่องโดยนักอนุกรมวิธาน อากุสติน กาเรเซ โดยดอกไม้ทะเลชนิดนี้มีลักษณะทางสัณฐานวิทยาแตกต่างจากญาติ ๆ ดำรงชีวิตอย่างโดดเดี่ยว พบฝังตัวอยู่ในตะกอนละเอียดในรอยแตกกว้างของเขตน้ำขึ้นน้ำลงที่ระดับความลึกระหว่าง 0.5-4 ม.
เครดิตภาพ: The Nippon Foundation-Nekton Ocean Census_Agustín Garese
8. ปากกาทะเล (Sea Pen)
สัตว์ตัวนี้ถูกค้นพบที่ความลึก 805 เมตรในเขตน่านน้ำแอนตาร์กติก แม้จะมีรูปร่างคล้ายปากกาขนนกสมัยโบราณ แต่มันคืออาณานิคมของโพลิป (Polyp) ขนาดเล็กจำนวนมากที่ทำงานร่วมกัน โดยมีโพลิปบางส่วนทำหน้าที่เป็นปั๊มชีวภาพเพื่อพยุงโครงสร้างให้ตั้งตรง และโพลิปอื่น ๆ ทำหน้าที่ดักจับอาหารจากกระแสน้ำ
เครดิตภาพ: Paul Satchell/The Nippon Foundation-Nekton Ocean Census/Schmidt Ocean Institute
9. ปลาบู่แคระ (Dwarfgoby)
พบในแนวปะการังที่ห่างไกลในทะเลคอรัล ประเทศออสเตรเลีย มีขนาดความยาวเพียงไม่กี่มิลลิเมตร สิ่งที่ทำให้มันแตกต่างจากสายพันธุ์อื่นคือโทนสีพีช เหลือง และส้ม รวมถึงลักษณะมีเส้นรัศมีเจ็ดเส้นล้อมรอบรูม่านตา
เครดิตภาพ: The Nippon Foundation-Nekton Ocean Census/Chris Goatley
10. ปลากระเบนทะเลคอรัล (Coral Sea Ray)
ถูกเก็บได้จากความลึกระหว่าง 258-281 เมตร ในอุทยานทางทะเลแห่งทะเลคอรัล ซึ่งเป็นหนึ่งในสัตว์ 110 ชนิดที่เพิ่งถูกค้นพบจากอุทยานแห่งนี้ ช่วยให้นักวิจัยเข้าใจความหลากหลายของปลาในกลุ่มปลากระเบนและฉลามในเขตน้ำลึกของออสเตรเลียได้ดีขึ้น
เครดิตภาพ: The Nippon Foundation-Nekton Ocean Census/CSIRO
Ocean Census ตั้งเป้าที่จะระบุสิ่งมีชีวิตชนิดใหม่ให้ได้ถึง 100,000 ชนิด ในปีต่อ ๆ ไป ซึ่งจะช่วยเติมเต็มความรู้ทางวิทยาศาสตร์ และยังเป็นรากฐานสำคัญสำหรับการเจรจาระดับนานาชาติเพื่อปกป้องมหาสมุทรจากการทำเหมืองใต้ทะเล การประมงเกินขนาด การทำเหมืองในทะเลลึก การเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ และมลพิษ เพราะหากไม่มีการตั้งชื่ออย่างเป็นทางการ สัตว์เหล่านี้ก็เสมือนไม่มีตัวตนในเชิงกฎหมายและการปกป้อง

