วันพุธ ที่ 20 พฤษภาคม 2569

Login
Login

‘ปลาซัคเกอร์’ ระบาดทั่ว ‘อาเซียน’ เอเลี่ยนสปีชีส์ทำลายสิ่งแวดล้อม-ระบบนิเวศรุนแรง

‘ปลาซัคเกอร์’ ระบาดทั่ว ‘อาเซียน’ เอเลี่ยนสปีชีส์ทำลายสิ่งแวดล้อม-ระบบนิเวศรุนแรง

ปลาซัคเกอร์” (Suckermouth Catfish) หรือ “ปลาเทศบาล” แพร่ระบาดไปทั่วแม่น้ำในอาเซียน ทั้งในอินโดนีเซีย มาเลเซีย และฟิลิปปินส์ สร้างความเสียหายต่อระบบนิเวศอย่างหนัก เป็นเอเลี่ยนสปีชีส์รุกรานสัตว์น้ำท้องถิ่น รัฐบาลหลายประเทศกำลังหาวิธีกำจัดอย่างเร่งด่วน

ปลาซัคเกอร์ มีถิ่นกำเนิดจากทวีปอเมริกาใต้ เนื่องจากปลาชนิดนี้กินได้ทุกอย่างที่ขวางหน้า ทำให้ถูกนำมาเลี้ยงเป็นปลาสวยงาม เพื่อช่วยทำความสะอาดตู้ปลา แต่พวกมันเติบโตจนเกินขนาดตู้ผู้เลี้ยงบางคนที่ไม่มีความรับผิดชอบก็จะนำพวกมันไปปล่อยลงสู่แหล่งน้ำธรรมชาติ หรือบางส่วนหลุดรอดไปในช่วงน้ำท่วม

แพร่ระบาดไปทั่ว

เมื่อปลาเหล่านี้เข้าสู่แหล่งน้ำธรรมชาติ พวกมันสามารถปรับตัวได้อย่างยอดเยี่ยม อีกทั้งยังมีความสามารถพิเศษในการดูดซับออกซิเจนโดยตรงจากอากาศ ทำให้พวกมันสามารถมีชีวิตรอดได้ในแหล่งน้ำที่มีมลพิษสูงและมีออกซิเจนต่ำ ซึ่งปลาท้องถิ่นอาศัยอยู่ไม่ได้ นอกจากนี้ ปลาซัคเกอร์ยังมีเกราะแข็งหุ้มตัวที่ศัตรูตามธรรมชาติในท้องถิ่นแทบไม่สามารถทำอันตรายได้

กรมประมงของมาเลเซียคาดว่า ในเขตลุ่มแม่น้ำกะลังมีสัดส่วนปลาซัคเกอร์สูงถึง 80-90% ของประชากรปลาทั้งหมด เช่นเดียวกับแม่น้ำจิลีวุง ในกรุงจาการ์ตาแทบไม่เหลือปลาท้องถิ่น อย่างปลาเรดเทลแคทฟิช และปลาตะเพียนจุด เหลืออยู่แล้ว มีแต่ปลาซัคเกอร์ชนิดเดียว โดยชาวประมงในพื้นที่ รายงานว่าปลาที่จับได้ 9 ใน 10 ตัวมักจะเป็นปลาซัคเกอร์ที่ขายไม่ได้ราคา

การยึดครองพื้นที่แม่น้ำของปลาซัคเกอร์ ทำให้แม่น้ำมีความหลากหลายทางชีวภาพต่ำจนน่ากังวล อีกทั้งพฤติกรรมการกินไม่เลือกหน้าและการแย่งชิงที่อยู่อาศัยของพวกมันทำให้ห่วงโซ่อาหารในแหล่งน้ำถูกทำลาย ส่งผลกระทบต่อเนื่องไปถึงสัตว์ชนิดอื่น เช่น นกน้ำที่เริ่มหายไปเนื่องจากขาดแหล่งอาหาร

นอกจากผลกระทบต่อสัตว์น้ำแล้ว ปลาซัคเกอร์ยังสร้างความเสียหายต่อโครงสร้างพื้นฐาน จากการขุดรูลึกถึง 1 เมตรตามริมฝั่งแม่น้ำเพื่อวางไข่ ส่งผลให้ตลิ่งแม่น้ำอ่อนแอและเกิดการกัดเซาะได้ง่าย ซึ่งเพิ่มความเสี่ยงต่อการเกิดน้ำท่วมในเขตเมืองอย่างรุนแรงในช่วงที่ฝนตกหนัก เนื่องจากปลาซัคเกอร์เป็นปลากินซากที่อาศัยอยู่ในแหล่งน้ำเสีย ทำให้มีการสะสมโลหะหนัก เช่น ตะกั่วและสารหนูในระดับสูงมาก

ผู้เชี่ยวชาญระบุว่า การแพร่ระบาดของปลาซัคเกอร์ เป็นสัญญาณเตือนภัยที่บ่งบอกถึงความเสื่อมโทรมของสภาพแวดล้อมทางน้ำ การที่พวกมันสามารถครอบครองลำน้ำได้นั้นพิสูจน์ให้เห็นว่าแหล่งน้ำดังกล่าวมีมลพิษสูงเกินกว่าที่สิ่งมีชีวิตตามธรรมชาติจะรับมือได้

มุฮัมหมัด อันวาร์ นายกเทศมนตรีเขตจาการ์ตาตะวันออก ออกคำเตือนประชาชนให้หลีกเลี่ยงการบริโภคผลิตภัณฑ์ที่ทำจากปลาซัคเกอร์ เช่น ลูกชิ้นปลา หรือ ทอดมันปลา เนื่องจากการทดสอบทางวิทยาศาสตร์พบร่องรอยของปรอทและแบคทีเรีย เชื้ออีโคไล ในระดับที่เกินมาตรฐานความปลอดภัย

นอกจากนี้ ปลาซัคเกอร์มีอัตราการขยายพันธุ์ที่รวดเร็วมากจนกลายเป็นอุปสรรคสำคัญ โดยตัวเมียหนึ่งตัวสามารถวางไข่ได้หลายพันฟองต่อปี แม้ว่ารัฐจะพยายามจับปลาออกเรื่อย ๆ ก็ตาม โดย ศ.มหาวัน การุนีอาซา จากมหาวิทยาลัยอินโดนีเซีย ให้ความเห็นว่าการจับปลาจำนวนมากเป็นเพียงทางออกชั่วคราวเท่านั้น

 

แนวทางป้องกัน

อินโดนีเซียบังคับใช้กฎหมายเพื่อควบคุมปัญหานี้ เช่น กฎระเบียบรัฐมนตรีเลขที่ 41 ปี 2014 (Ministerial Regulation No. 41 of 2014) ที่ห้ามนำเข้าสัตว์น้ำที่เป็นอันตราย แต่ส่วนใหญ่แล้วปลาซัคเกอร์ถูกนำเข้ามาและแพร่กระจายในธรรมชาติก่อนที่กฎหมายจะถูกบังคับใช้ ทำให้การควบคุมเป็นไปได้ยาก 

ขณะที่ รัฐบาลท้องถิ่นก็ยังพยายามดำเนินมาตรการเชิงรุก เช่น ปราโมโน อานุง ผู้ว่าราชการกรุงจาการ์ตา สั่งออกล่าปลาซัคเกอร์ทั่วเมือง โดยเจ้าหน้าที่สามารถกำจัดปลาเหล่านี้ได้มากกว่า 5.3 ตันจากแม่น้ำในเขตจาการ์ตาตอนใต้ ภายในช่วงเวลาเพียงสองสัปดาห์เท่านั้น

ในรัฐสลังงอร์ ประเทศมาเลเซีย ออกนโยบายกระตุ้นให้ประชาชนจับมาซัคเกอร์จากแหล่งน้ำท้องถิ่นในราคา 1 ริงกิต (ประมาณ 8 บาท) ต่อกิโลกรัม มาตรการนี้ช่วยสร้างการมีส่วนร่วมของชุมชนและช่วยลดปริมาณประชากรปลาในพื้นที่เฉพาะจุดได้

ขณะที่ ภาคประชาสังคมก็มีบทบาทสำคัญอย่างมาก เช่น กลุ่มอาสาสมัครหน่วยล่าปลาต่างถิ่นมาเลเซีย (SPIA) สามารถจับปลาซัคเกอร์ได้ถึง 75 ตันในช่วงสองปีที่ผ่านมา การทำงานของอาสาสมัครเหล่านี้ช่วยอุดช่องว่างในพื้นที่ที่การดำเนินงานของรัฐยังเข้าไม่ถึง

เวอรีล ฮาซัน ผู้ช่วยศาสตราจารย์ด้านการเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำจากมหาวิทยาลัยแอร์ลังกากล่าวว่า นอกจากการจับปลาแล้ว จำเป็นต้องฟื้นฟูแม่น้ำ เพื่อให้ปลาท้องถิ่นสามารถกลับมาแพร่พันธุ์และรักษาสมดุลของระบบนิเวศได้อีกครั้ง ควบคู่ไปกับการควบคุมมลพิษจากโรงงานอุตสาหกรรมและขยะครัวเรือนอย่างจริงจัง

พร้อมให้ความรู้แก่ประชาชน อย่างเช่นอารีฟ กามารูดิน นักรณรงค์ชาวอินโดนีเซียที่ใช้ TikTok สอนวิธีจับและกำจัดปลาอย่างถูกวิธี รวมถึงให้ความรู้แก่ผู้เลี้ยงปลาสวยงามเป็นสิ่งจำเป็นเพื่อป้องกันการปล่อยปลาลงสู่แหล่งน้ำธรรมชาติอีก พร้อมสร้างความเข้าใจว่าปลาชนิดนี้ไม่ได้ช่วยทำความสะอาดแม่น้ำ พวกมันแค่อาศัยอยู่กับมลพิษได้ดีเท่านั้น

“หลายคนไม่รู้ว่าปลาซัคเกอร์เป็นเอเลี่ยนสปีชีส์ และไม่รู้ว่ามันกำลังคุกคามปลาท้องถิ่น และจำเป็นต้องได้รับการกำจัดออกจากทะเลสาบและแม่น้ำในจาการ์ตา” กามารูดินกล่าว

ขณะเดียวกัน การนำปลาที่จับได้ไปแปรรูปเป็นปุ๋ยหรืออาหารสัตว์ถือเป็นทางเลือกหนึ่งในการจัดการซาก แต่ต้องมีมาตรการตรวจสอบสารพิษตกค้างอย่างถี่ถ้วน เพื่อป้องกันไม่ให้สารอันตรายวนกลับเข้าสู่ห่วงโซ่อาหาร


ที่มา: Channel News AsiaKompasStraits TimesThe Southeast Asia DeskTempo