เมื่อวันที่ 16 พ.ค. 2569 เพจ “สวนสัตว์เปิดเขาเขียว” โพสต์ประกาศความสำเร็จเพาะฟัก “ลูกนกตะกราม” สำเร็จเป็นครั้งแรกในประเทศไทย นับเป็นความสำเร็จครั้งใหญ่ในการอนุรักษ์สัตว์ป่าหายากของไทย เนื่องจาก “นกตะกราม” สูญพันธุ์จากธรรมชาติในประเทศมานานกว่า 40 ปี
เพจ “สวนสัตว์เปิดเขาเขียว Khao Kheow Open Zoo” ได้โพสต์ข้อความระบุความสำเร็จครั้งนี้ว่า
“น้องตัวตึงที่อยู่ในตู้ฟัก ก็คือ “ลูกนกตะกราม” (Greater Adjutant) ยักษ์ใหญ่ในตระกูลนกกระสาที่มีขนาดใหญ่ที่สุดชนิดหนึ่งของภูมิภาคและของโลก
จุดพีคของเรืองนี้ คือ งานนี้พ่อแม่ไม่ต้อง.... น้องเกิดจากตู้ ดูแลโดยการเลี้ยงมือ
และสตอรี่ของน้องลูกนกตัวนี้ไม่ธรรมดา เพราะน้องมาจากพ่อแม่นกตะกรามคู่เดียวที่หลงเหลืออยู่ในสภาพเพาะเลี้ยงของสวนสัตว์เปิดเขาเขียว!
ซึ่งปกติแล้วพ่อแม่นกคู่นี้เขาจะเป็นสายสบายๆนิดนึง
ออกไข่ปีละใบสองใบ แต่ก็ฟักบ้างไม่ฟักบ้างจนเจ้าหน้าที่ทีมงาน ลุ้นกันตัวโก่ง ตัวบิด...รอบนี้เลยขอเปิดปฏิบัติการเซฟชีวิต นำไข่มาช่วยฟักในตู้ฟัก...จนรอดชีวิตมาได้สำเร็จ
และนี่ถือเป็นครั้งแรกในประวัติศาสตร์ขององค์การสวนสัตว์แห่งประเทศไทยฯ เลยที่สามารถเพาะฟักนกตะกรามด้วยตู้ได้สำเร็จ …เพราะในธรรมชาติของเมืองไทย เจ้านกยักษ์ชนิดนี้ได้สูญพันธุ์ไปนานกว่า 40 ปีแล้ว!
ฝากเอ็นดูน้องลูกนกตะกราม ตัวน้อยๆด้วยน๊า
แล้วจะอัพเดรสความน่ารัก ข้อมูลที่เป็นสาระสำคัญของน้องให้ทุกคนได้ดูกันเรื่อยๆคร้า”
เครดิตภาพ: สวนสัตว์เปิดเขาเขียว Khao Kheow Open Zoo
ณรงวิทย์ ชดช้อย ผู้อำนวยการสวนสัตว์เปิดเขาเขียว อำเภอศรีราชา จังหวัดชลบุรี เปิดเผยว่า การเพาะฟักครั้งนี้ เกิดจากการนำไข่นกตะกรามจากพ่อแม่พันธุ์ที่เหลืออยู่เพียงคู่เดียวในสถานที่เพาะเลี้ยง มาฟักในตู้ฟักและเลี้ยงด้วยมือ เนื่องจากนกชนิดนี้มีพฤติกรรมออกไข่เพียงปีละ 1–2 ฟอง และมีอัตราการฟักสำเร็จต่ำ เจ้าหน้าที่จึงตัดสินใจดำเนินปฏิบัติการรักษาชีวิต เพื่อเพิ่มโอกาสรอดของลูกนก จนประสบความสำเร็จในที่สุด
ลูกนกตัวนี้ นับเป็นลูกนกตะกรามตัวแรกที่เกิดจากการเพาะขยายพันธุ์ของสวนสัตว์เปิดเขาเขียว ภายใต้องค์การสวนสัตว์แห่งประเทศไทย และยังเป็นลูกนกตัวแรกของสวนสัตว์สมาชิกสมาคมสวนสัตว์และอควาเรียมโลก รวมถึงสมาคมสวนสัตว์และอควาเรียมเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ที่สามารถเพาะฟักได้สำเร็จ
นอกจากนี้ สวนสัตว์เปิดเขาเขียวยังนับเป็นสถานที่เพาะเลี้ยงแห่งที่ 4 ของโลก ที่สามารถเพาะขยายพันธุ์นกตะกรามในที่เลี้ยงได้อย่างเป็นทางการ ต่อจากสถานีเพาะเลี้ยงนกน้ำบางพระ ประเทศไทย สวนสัตว์รัฐอัสสัม ประเทศอินเดีย และศูนย์อนุรักษ์ความหลากหลายทางชีวภาพอังกอร์ ประเทศกัมพูชา
ไข่นกตะกราม
เครดิตภาพ: สวนสัตว์เปิดเขาเขียว Khao Kheow Open Zoo
“นกตะกราม” (Greater Adjutant) มีชื่อวิทยาศาสตร์ว่า Leptoptilos dubius อยู่ในวงศ์นกกระสาที่มีขนาดใหญ่ที่สุดในประเทศไทย มีขนาดลำตัวประมาณ 145 ซม. มีลักษณะคล้ายนกตะกรุมแต่ขนาดใหญ่กว่า ปากใหญ่และหนากว่า หัวและคอเป็นหนังเปือยเปล่าสีชมพูแกมส้ม คอตอนล่างมีถุงห้อย รอบคอมีขนปุยสีขาว หลังและหัวไหล่สีดำ ขนคลุมปีกและขนโคนปีกสีเทาตัดกับสีดำที่หลังชัดเจน
นกชนิดนี้ อาศัยอยู่ในบริเวณพื้นที่ชุ่มน้ำตามชายป่าดิบหรือป่าโปร่งในที่ราบ พบได้ในไทย กัมพูชา อินเดีย บังกลาเทศ และเนปาล ทำรังบนต้นไม้สูงที่มีทรงพุ่มปิดและมีกอไผ่อยู่รอบ ๆ ต้นไม้ที่ทำรัง เป็นนกที่กินไม่เลือกทั้งปลา กุ้ง กบ เขียด งู และซากสัตว์เน่าเหม็น บางครั้งเข้าไปแย่งกินอาหารจากพวกนกแร้งด้วย
ลูกนกตะกรามเกิดใหม่
เครดิตภาพ: สวนสัตว์เปิดเขาเขียว Khao Kheow Open Zoo
นกตะกราม เป็นสัตว์ป่าคุ้มครอง ตามพระราชบัญญัติสงวนและคุ้มครองสัตว์ป่า พ.ศ.2562 เป็นนกที่อยู่ในสถานภาพ “ใกล้สูญพันธุ์อย่างยิ่ง” (Critically Endangered: CR) ตาม การประเมินสถานภาพชนิดพันธุ์ที่ถูกคุกคามของประเทศไทย ของสำนักงานนโยบายและแผนทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม
อีกทั้งยังอยู่ใน “ใกล้ถูกคุกคาม” (Near Threatened: NT) จากการประเมินสถานภาพความเสี่ยงต่อการสูญพันธุ์ของสิ่งมีชีวิต โดยองค์การระหว่างประเทศเพื่อการอนุรักษ์ธรรมชาติ (International Union for Conservation of Nature: IUCN) หรือ IUCN Red List (2023)
ที่มา: E-bird, Songkhla Zoo
เครดิตภาพ: สวนสัตว์เปิดเขาเขียว Khao Kheow Open Zoo

