วันศุกร์ ที่ 15 พฤษภาคม 2569

Login
Login

พบ ‘นาคาไททัน’ ไดโนเสาร์สายพันธุ์ใหม่ของไทย จากชัยภูมิ มีขนาดใหญ่ที่สุดใน ‘อาเซียน’

พบ ‘นาคาไททัน’ ไดโนเสาร์สายพันธุ์ใหม่ของไทย จากชัยภูมิ มีขนาดใหญ่ที่สุดใน ‘อาเซียน’

คณะผู้วิจัยนำโดยมหาวิทยาลัยคอลเลจลอนดอน (UCL) ร่วมกับมหาวิทยาลัยมหาสารคาม มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีสุรนารี และพิพิธภัณฑ์สิรินธร ได้ประกาศการค้นพบไดโนเสาร์สายพันธุ์ใหม่ที่มีชื่อว่า “นาคาไททัน ชัยภูมิเอนสิส” (Nagatitan chaiyaphumensis) ถือเป็นไดโนเสาร์ที่มีขนาดใหญ่ที่สุดเท่าที่เคยมีการขุดพบในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้

พบ ‘นาคาไททัน’ ไดโนเสาร์สายพันธุ์ใหม่ของไทย จากชัยภูมิ มีขนาดใหญ่ที่สุดใน ‘อาเซียน’

“นาคาไททัน ชัยภูมิเอนสิส” ไดโนเสาร์กินพืชสายพันธุ์ใหม่ของไทย
ซึ่งมีขนาดใหญ่ที่สุดในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้

 

การค้นพบครั้งยิ่งใหญ่ในอีสาน

ย้อนกลับไปเมื่อประมาณ 10 ปีที่แล้ว หรือในปี 2559 เมื่อ ถนอม หลวงนันท์ ค้นพบชิ้นส่วนซากดึกดำบรรพ์บริเวณอ่างเก็บน้ำสาธารณะบ้านพนังเสื่อ อ.หนองบัวระเหว จ.ชัยภูมิ จากนั้นกรมทรัพยากรธรณีเข้าตรวจสอบตาม พ.ร.บ.คุ้มครองซากดึกดำบรรพ์ พ.ศ. 2551 พบว่ามีซากดึกดำบรรพ์จำนวนมากกว่า 20 ชิ้น คาดว่าเป็นชิ้นส่วนของไดโนเสาร์ตัวเดียวกันทั้งหมด และเป็นไดโนเสาร์กินพืชคอยาว หางยาว จำพวกซอโรพอด สะสมตัวในชั้นหินทรายหมวดหินโคกกรวด (Khok Kruat Formation) กลุ่มหินโคราช (Khorat Group) ซึ่งอยู่ในอายุทางธรณีกาลในช่วงยุคครีเทเชียสตอนต้น (Early Cretaceous) อายุ 100 ล้านปี 

โดยชิ้นส่วนกระดูกที่สำคัญหลายชิ้น ได้แก่  ชิ้นส่วนกระดูกใต้กระเบนเหน็บ (Sacrum) กลุ่มกระดูกเชิงกราน (Pelvis) ได้แก่ อีเลียม (Ilium) อิสเชียม (Ischium) และพิวบิส (Pubis) ชิ้นส่วนกระดูกสันหลัง (dorsal vertebra) ชิ้นส่วนกระดูกขาหน้าขวาท่อนบน (Right Humerus) ที่มีความยาวมากที่สุดเท่าที่เคยพบมาในหมวดหินโคกกรวด มีความยาว 178 เซนติเมตร 

พบ ‘นาคาไททัน’ ไดโนเสาร์สายพันธุ์ใหม่ของไทย จากชัยภูมิ มีขนาดใหญ่ที่สุดใน ‘อาเซียน’ กระดูดชิ้นสีเหลืองคือชิ้นส่วนกระดูกของนาคาไททันที่ค้นพบ
เครดิตภาพ: ฐิติวุฒิ เศรษฐพาณิชสกุล

ทีมนักวิจัยทำการขุดค้นอย่างต่อเนื่องระหว่างปี 2559-2562 ก่อนจะหยุดชะงักไปชั่วคราวเนื่องจากขาดงบประมาณ และกลับมาเริ่มต้นขุดค้นอีกครั้งในปี 2567 จนสามารถระบุได้ว่าเป็นสายพันธุ์ใหม่ที่ได้รับการตั้งชื่อว่า “นาคาไททัน ชัยภูมิเอนสิส” ซึ่งนับเป็นไดโนเสาร์สายพันธุ์ที่ 14 ที่ถูกค้นพบและตั้งชื่อในประเทศไทย

ดร.ศิตะ มานิตกุล นักบรรพชีวินวิทยาจากมหาวิทยาลัยมหาสารคาม กล่าวว่า “จากการวัดขนาดกระดูกที่ขุดพบในเบื้องต้น บ่งชี้ว่านี่อาจเป็นไดโนเสาร์ที่มีขนาดใหญ่ที่สุดเท่าที่เคยพบในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้” 

สำหรับที่มาของชื่อมาจาก “นาคา” (Naga) สื่อถึง “พญานาค” สัตว์ในตำนานของเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ส่วน “ไททัน” (Titan) หมายถึงยักษ์หรือเทพเจ้าผู้ทรงพลังในตำนานกรีก และ “ชัยภูมิเอนสิส” (chaiyaphumensis) ตั้งขึ้นเพื่อเป็นเกียรติแก่จังหวัดชัยภูมิซึ่งเป็นสถานที่ค้นพบ,

ฐิติวุฒิ เศรษฐพาณิชสกุล นักศึกษาปริญญาเอกชาวไทยจาก UCL ซึ่งเป็นผู้นิพนธ์หลักของงานวิจัยนี้ กล่าวด้วยความภาคภูมิใจว่า การค้นพบครั้งนี้ช่วยเติมเต็มความฝันในวัยเด็กของเขา ที่อยากจะเป็นคนตั้งชื่อไดโนเสาร์สายพันธุ์ใหม่

 

ยักษ์ใหญ่แห่งยุคครีเทเชียส

“นาคาไททัน” จัดอยู่ในกลุ่มไดโนเสาร์กินพืชคอยาวที่เรียกว่า “ซอโรพอด” (Sauropod) คาดว่ามีน้ำหนักตัวมหาศาลถึง 27-30 ตัน ซึ่งเทียบเท่ากับน้ำหนักของช้างเอเชียโตเต็มวัยถึง 9 ตัว และหนักกว่า “ดิปโปลโดคัส” (Diplodocus) ไดโนเสาร์คอยาวที่รู้จักกันดีถึง 10 ตัน อีกทั้งไดโนเสาร์ตัวนี้มีความยาวลำตัวประมาณ 27 เมตร ใกล้เคียงกับวาฬสีน้ำเงิน และมีความสูงของกระดูกขาหน้า เพียงข้างเดียวที่ยาวเกือบ 1.8 เมตร แสดงให้เห็นถึงขนาดตัวที่มหึมาอย่างมาก

จากการวิเคราะห์ทางสายพันธุ์พบว่า นาคาไททัน อยู่ในกลุ่มย่อยที่เรียกว่า Somphospondyli หรือ Euhelopodidae ซึ่งเป็นกลุ่มซอโรพอดที่มีขาหน้ายาวและมีท่ายืนที่กว้าง โดยพวกมันอาศัยอยู่ในช่วงยุคครีเทเชียสตอนต้น เมื่อประมาณ 100-120 ล้านปีก่อน

สภาพแวดล้อมที่มันเคยอาศัยอยู่ในจังหวัดชัยภูมิสมัยนั้น มีลักษณะเป็นพื้นที่ราบกึ่งแห้งแล้งที่มีระบบแม่น้ำคดเคี้ยวพาดผ่าน โดยมันมีชีวิตอยู่ร่วมกับไดโนเสาร์กินพืชกลุ่มอื่น ๆ เช่น อิกัวโนดอนเทียน (iguanodontians) และไดโนเสาร์กินเนื้อที่เป็นนักล่าระดับบนอย่าง คาร์คาโรดอนโทซอร์ (carcharodontosaurians)

ศ.พอล อัพเชิร์ช จาก UCL ผู้ร่วมวิจัย ให้ข้อสังเกตเกี่ยวกับความสามารถในการปรับตัวของมันว่า “น่าประหลาดใจที่ซอโรพอดสามารถรับมือกับสภาวะอุณหภูมิที่สูงขึ้นได้ เนื่องจากร่างกายที่มีขนาดใหญ่จะกักเก็บความร้อนและระบายออกได้ยาก”

อย่างไรก็ตาม นักวิจัยเชื่อว่าคอที่ยาวของมันช่วยเพิ่มพื้นที่ผิวในการระบายความร้อน และระบบถุงลมที่ซับซ้อนในร่างกายยังช่วยขับความร้อนออกไปพร้อมกับการหายใจออก ทำให้มันสามารถเติบโตจนมีขนาดใหญ่ยักษ์ท่ามกลางสภาพอากาศที่ร้อนระอุในยุคนั้นได้

 

ไททันตัวสุดท้าย

คณะผู้วิจัยขนานนาม นาคาไททัน ว่าเป็น “ไททันตัวสุดท้าย” (The Last Titan) ของประเทศไทย เนื่องจากมันถูกค้นพบในชั้นหินที่มีอายุทางธรณีวิทยาน้อยที่สุดเท่าที่เคยพบซากไดโนเสาร์มา

ฐิติวุฒิอธิบายเพิ่มเติมว่า “ชั้นหินที่มีอายุน้อยกว่านี้ ซึ่งก่อตัวขึ้นในช่วงปลายยุคไดโนเสาร์มักจะไม่ค่อยพบซากไดโนเสาร์แล้ว เพราะภูมิภาคนี้ได้กลายเป็นทะเลตื้น ดังนั้นนี่จึงอาจเป็นซอโรพอดขนาดใหญ่ตัวสุดท้ายหรือล่าสุดที่เราจะพบในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้”

เมื่อเปรียบเทียบกับไดโนเสาร์สายพันธุ์อื่นที่พบในชัยภูมิอย่าง “อิสานโนซอรัส อรรถวิภัชน์ชิ” (Isanosaurus attavipachi) ซึ่งอาศัยอยู่ในยุคจูแรสซิกตอนต้น นาคาไททัน มีอายุน้อยกว่าถึง 70 ล้านปี และสะท้อนให้เห็นถึงวิวัฒนาคารสู่ขนาดตัวที่ใหญ่ขึ้นเรื่อย ๆ ก่อนจะถึงยุคของไดโนเสาร์ยักษ์ที่ใหญ่ที่สุดในโลก

แมทธิว เวเดล นักบรรพชีวินวิทยาผู้เชี่ยวชาญด้านซอโรพอด ซึ่งไม่ได้มีส่วนเกี่ยวข้องกับโครงการนี้ กล่าวชื่นชมคุณภาพของฟอสซิลที่พบว่า “เป็นตัวอย่างที่ค่อนข้างดี เราได้พบกระดูกจากหลายส่วนของโครงร่าง ซึ่งมีความสมบูรณ์และไม่ผิดรูปมากนัก ทำให้ได้ข้อมูลจำนวนมาก”

การค้นพบครั้งนี้ไม่เพียงแต่ตอกย้ำถึงความหลากหลายของไดโนเสาร์ในประเทศไทย แต่ยังแสดงให้เห็นว่าประเทศไทยอาจเป็นแหล่งสะสมซากไดโนเสาร์ที่อุดมสมบูรณ์เป็นอันดับ 3 ของเอเชีย ซึ่งเป็นรองเพียงจีนและมองโกเลียเท่านั้น

ฐิติวุฒิกล่าวทิ้งท้ายว่า “ความฝันของผมคือการผลักดันให้ไดโนเสาร์จากเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ได้รับการยอมรับในระดับสากลมากขึ้น ซึ่งทั้งหมดเริ่มต้นจากการระบุและอธิบายลักษณะของตัวอย่างที่เราค้นพบให้ชัดเจน”


ที่มา: BBCDiscover WildlifeIndependentNational GeographicNPR