วันศุกร์ ที่ 15 พฤษภาคม 2569

Login
Login

ทส.-ซีพี แอ็กซ์ตร้า–20 พันธมิตร จับมือดันรีไซเคิลขวดพลาสติกยั่งยืนทั่วประเทศ

ทส.-ซีพี แอ็กซ์ตร้า–20 พันธมิตร จับมือดันรีไซเคิลขวดพลาสติกยั่งยืนทั่วประเทศ

สุชาติ ชมกลิ่น รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม เป็นประธานในงาน "AXTRA Circular Impacts" ซึ่งจัดโดยบริษัท ซีพี แอ็กซ์ตร้า จำกัด (มหาชน) แบรนด์แม็คโคร-โลตัส ร่วมกับกรมควบคุมมลพิษ กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม เพื่อรวมพลังภาคเอกชนและภาคีเครือข่ายกว่า 20 แห่ง ในการขับเคลื่อนประเทศไทยสู่ความยั่งยืนด้วยแนวคิดเศรษฐกิจหมุนเวียน (Circular Economy) พร้อมประกาศยกระดับการจัดการขยะพลาสติกให้เป็นรูปธรรมภายใต้นโยบายรัฐบาล

รมว.ทรัพยากรฯ เปิดเผยข้อมูลสถานการณ์ขยะในประเทศไทยว่า ปัจจุบันมีปริมาณขยะสูงถึงประมาณ 27 ล้านตันต่อปี โดยในจำนวนนี้เป็นขยะพลาสติกถึง 13-14 ล้านตัน หรือคิดเป็นเกือบครึ่งหนึ่งของขยะทั้งหมด ซึ่งขยะพลาสติกเป็นปัญหาสำคัญเนื่องจากกำจัดยากและใช้เวลาในการย่อยสลายนานหลายสิบปี หากไม่มีการบริหารจัดการที่มีประสิทธิภาพ ขยะเหล่านี้จะส่งผลกระทบต่อระบบนิเวศ โดยเฉพาะขยะพลาสติกที่ไหลลงสู่ทะเลและทำลายสัตว์น้ำ

ทส.-ซีพี แอ็กซ์ตร้า–20 พันธมิตร จับมือดันรีไซเคิลขวดพลาสติกยั่งยืนทั่วประเทศ

โรดแมปชาติ นำพลาสติกกลับมาใช้ 100%

กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมได้กำหนดแผนขับเคลื่อนการจัดการขยะพลาสติกแห่งชาติ พ.ศ. 2561-2573 ภายใต้แนวคิดเศรษฐกิจหมุนเวียน โดยตั้งเป้าหมายสำคัญคือ "การนำขยะพลาสติกกลับมาใช้ประโยชน์ให้ได้ 100% ภายในปี 2570" ผ่านมาตรการหลัก 3 ประการ ได้แก่

  • การคัดแยกขยะที่ต้นทาง
  • การลดการใช้พลาสติกแบบใช้ครั้งเดียว (Single-use plastic)
  • การเพิ่มประสิทธิภาพในการรีไซเคิล

ดันกฎหมายใหม่ บังคับผู้ผลิตร่วมรับผิด

นอกจากนี้ รมว.ทรัพยากรฯ ยังระบุถึงความคืบหน้าด้านกฎหมายที่เกี่ยวข้องกับการรีไซเคิล EPR (Extended Producer Responsibility) ซึ่งจะกำหนดสัดส่วนการนำขยะกลับมาใช้ประโยชน์ เพื่อกระตุ้นให้ทุกภาคส่วนเกิดความตื่นตัวในการจัดการทรัพยากร เพราะเป็นหัวใจสำคัญของการจัดการขยะ โดยมีการเตรียมประกาศใช้พระราชบัญญัติที่จะกำหนดให้ผู้ผลิตพลาสติกต้องรับผิดชอบในการนำขยะพลาสติกกลับเข้าสู่ระบบรีไซเคิลตามสัดส่วนที่กำหนด

“หากกฎหมายนี้มีผลบังคับใช้ จะช่วยลดปริมาณขยะที่ตกค้างในประเทศได้อย่างมหาศาล โดยได้รับแรงขับเคลื่อนจากนโยบายของรัฐบาลที่ให้ความสำคัญกับการจัดการมลพิษ ซึ่งในระหว่างนี้ได้มีการประสานความร่วมมือกับภาคีเครือข่ายกว่า 20 แห่ง รวมถึงภาคเอกชนอย่าง ซีพี แอ็กซ์ตร้า และสถาบันการศึกษาต่าง ๆ เพื่อสร้างกลไกการนำพลาสติกกลับมาใช้ใหม่”

ยุทธศาสตร์ "ทำบ้านเราให้สะอาดก่อน"

ในส่วนของหน่วยงานภาครัฐ รมว.ทรัพยากรฯได้มอบนโยบายให้กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช เร่งจัดการพื้นที่ท่องเที่ยวทางธรรมชาติ เช่น หมู่เกาะพีพี หมู่เกาะสุรินทร์ และหมู่เกาะอ่างทอง ให้เป็นพื้นที่ขยะเป็นศูนย์ (Zero Waste) เพื่อเป็นต้นแบบให้แก่ภาคส่วนอื่น ๆ โดยเน้นย้ำว่า "เราต้องทำที่บ้านเราให้สะอาดก่อน เราถึงจะไปกำกับดูแลคนอื่นได้"

ทั้งนี้ ได้ชื่นชมบทบาทของภาคเอกชน โดยเฉพาะเครือเจริญโภคภัณฑ์ และซีพี แอ็กซ์ตร้า ที่ริเริ่มโครงการต้นแบบในการนำนวัตกรรมมาใช้ เช่น ตู้รับคืนขยะพลาสติก ที่ให้แต้มสะสมแก่ผู้ร่วมโครงการ ซึ่งเป็นการสร้างแรงจูงใจและส่งเสริมการมีส่วนร่วมของเยาวชนและประชาชน

"การขับเคลื่อนประเทศสู่ความยั่งยืน ภาคภาครัฐปฏิบัติฝ่ายเดียวทำไม่ได้ ต้องมีภาคเอกชนมาช่วย และที่สำคัญคือภาคประชาชนและสถาบันการศึกษาที่จะต้องช่วยกันสร้างการรับรู้และปลูกฝังคนรุ่นใหม่"

กลไกสนับสนุนผู้มีส่วนได้ส่วนเสีย

เพื่อเป็นการสนับสนุนการทำงานอย่างต่อเนื่อง กระทรวงฯ พร้อมพิจารณาจัดสรรงบประมาณจากกองทุนสิ่งแวดล้อม เพื่อสนับสนุนหน่วยงานหรือองค์กรที่มีโครงการจัดการสิ่งแวดล้อมที่สอดคล้องกับแนวทางของรัฐบาลให้มีความเข้มแข็งและดำเนินการต่อได้อย่างยั่งยืน สำหรับการขับเคลื่อนครั้งนี้คาดว่าจะส่งผลกระทบเชิงบวกในวงกว้าง ดังนี้

  • ภาคธุรกิจ: เกิดมาตรฐานใหม่ในการดำเนินธุรกิจที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม และเตรียมความพร้อมรับกฎหมายใหม่
  • ภาคประชาชน: มีช่องทางและแรงจูงใจในการจัดการขยะที่ถูกต้อง
  • สิ่งแวดล้อม: ลดปริมาณขยะสะสมในพื้นที่ท่องเที่ยวและพื้นที่ทางทะเล ช่วยรักษาความสมดุลของธรรมชาติ

รมว.ทรัพยากรฯเน้นย้ำในช่วงท้ายว่า ความสำเร็จของเป้าหมายจัดการขยะจะเกิดขึ้นไม่ได้หากขาดจิตสำนึก และความร่วมมือจากทุกภาคส่วน เพราะแม้รัฐบาลจะสามารถเขียนนโยบายหรือกฎหมายได้ แต่หากขาดการปฏิบัติที่สอดคล้องกันจากภาคีเครือข่ายและประชาชน นโยบายเหล่านั้นก็จะไม่เกิดประโยชน์สูงสุด

ทส.-ซีพี แอ็กซ์ตร้า–20 พันธมิตร จับมือดันรีไซเคิลขวดพลาสติกยั่งยืนทั่วประเทศ

นอกจากกนี้ ภายในงาน ซีพี แอ็กซ์ตร้า, กรมควบคุมมลพิษ กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม และกว่า 20 องค์กรพันธมิตรจากทุกภาคส่วน ร่วมประกาศเจตนารมณ์พร้อมลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือ (MOU) ผนึกกำลังจัดการพลาสติกอย่างยั่งยืน “AXTRA Circular Impacts” ขับเคลื่อนภาคค้าปลีกไทยสู่ระบบเศรษฐกิจหมุนเวียน (Circular Economy) และลดผลกระทบจากพลาสติกต่อสิ่งแวดล้อมอย่างเป็นระบบ

การผนึกกำลังในครั้งนี้ถือเป็นก้าวสำคัญในการปฏิบัติตามนโยบายหลักของรัฐบาลที่ให้ความสำคัญกับเรื่องอากาศและสิ่งแวดล้อม เพื่อสร้างความมั่นคงทางทรัพยากรให้แก่ประเทศไทยในอนาคต