แม้โลกกำลังเปลี่ยนผ่านเข้าสู่ปรากฏการณ์เอลนีโญ (El Niño) ในปี 2569 แต่ไม่ได้หมายความว่าประเทศไทยจะเผชิญเพียงภัยแล้งเท่านั้น ล่าสุด “รศ.ดร.เสรี ศุภราทิตย์” ผู้อำนวยการศูนย์เปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศและภัยพิบัติ มหาวิทยาลัยรังสิต และผู้เชี่ยวชาญของคณะกรรมาธิการระหว่างรัฐบาลว่าด้วยการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ (IPCC) เตือนว่า ไทยยังมีความเสี่ยงเกิดฝนตกหนัก น้ำไหลหลาก และน้ำท่วมในหลายพื้นที่ จากความแปรปรวนของสภาพอากาศที่รุนแรงขึ้น โดยเฉพาะช่วงวันที่ 8-10 พฤษภาคมนี้ ที่ภาคเหนืออาจได้รับผลกระทบจากฝนหนักบริเวณต้นน้ำ จึงต้องจับตาสถานการณ์และเตรียมระบบรับมืออย่างใกล้ชิด
“รศ.ดร.เสรี” เปิดเผยผลวิเคราะห์สถานการณ์สภาพอากาศปี 2569 ว่า โลกกำลังเปลี่ยนผ่านเข้าสู่ปรากฏการณ์เอลนีโญอย่างชัดเจนตั้งแต่กลางปีนี้ โดยมีความเป็นไปได้มากกว่า 80% และคาดว่าจะรุนแรงสูงสุดในช่วงปลายปี
การประเมินดังกล่าวจัดทำโดยศูนย์ภูมิอากาศและภัยพิบัติ มหาวิทยาลัยรังสิต ผ่านการประยุกต์ใช้ AI และแบบจำลองคณิตศาสตร์หลายรูปแบบ เพื่อติดตามแนวโน้มสภาพอากาศและความเสี่ยงด้านภัยพิบัติของประเทศไทยในปี 2569
“รศ.ดร.เสรี” ระบุว่า แม้โลกจะเข้าสู่ภาวะเอลนีโญ ซึ่งโดยทั่วไปมักเชื่อมโยงกับภาวะฝนน้อยและอากาศร้อน แต่ไม่ได้หมายความว่าจะไม่เกิดน้ำท่วม เนื่องจากความแปรปรวนของสภาพอากาศยังคงอยู่ในระดับสูง โดยประเทศไทยจะมีอุณหภูมิสูงกว่าค่าปกติตลอดทั้งปี ขณะที่ปริมาณฝนเฉลี่ยทั้งปีมีแนวโน้มน้อยกว่าปกติ ซึ่งอาจส่งผลกระทบต่อปริมาณน้ำต้นทุนในปี 2570
จากการวิเคราะห์รูปแบบการกระจายอุณหภูมิน้ำทะเลย้อนหลัง 10 ปีด้วย AI พบว่า สภาพอากาศปี 2569 มีลักษณะใกล้เคียงกับปี 2566 แต่มีความแปรปรวนสูงกว่า ส่งผลให้ยังมีโอกาสเกิดทั้งภาวะฝนแล้งและน้ำท่วมในปีเดียวกัน
สำหรับช่วงต้นปีถึงกลางปี หรือระหว่างเดือนพฤษภาคมถึงสิงหาคม หลายพื้นที่ทั่วประเทศอาจเผชิญภาวะขาดแคลนน้ำ โดยเฉพาะพื้นที่นอกเขตชลประทาน ควบคู่กับสภาพอากาศร้อนจัด ขณะที่ช่วงปลายปี ระหว่างเดือนกันยายนถึงพฤศจิกายน ไทยจะได้รับอิทธิพลจากพายุหมุนเขตร้อนและร่องมรสุมมากขึ้น ทำให้เกิดฝนตกหนักบางพื้นที่
ในพื้นที่ภาคเหนือ มีความเสี่ยงเกิดน้ำท่วมในพื้นที่ลุ่มต่ำ ส่วนภาคกลางอาจได้รับผลกระทบจากน้ำล้นตลิ่ง ขณะที่ภาคใต้เสี่ยงเผชิญน้ำไหลหลากและน้ำท่วมฉับพลันในช่วงปลายปี
รศ.ดร.เสรี ยังเตือนให้หน่วยงานท้องถิ่นและประชาชนติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด โดยเฉพาะในช่วงวันที่ 8-10 พฤษภาคมนี้ ซึ่งคาดว่าจะมีฝนตกหนักในหลายพื้นที่ของภาคเหนือ ตามพื้นที่เฉดสีฟ้าในแบบจำลองพยากรณ์อากาศ
พื้นที่ที่ต้องเฝ้าระวังเป็นพิเศษ คือ อำเภอแม่สาย จังหวัดเชียงราย เนื่องจากบริเวณต้นน้ำในรัฐฉาน ประเทศเมียนมา มีแนวโน้มเกิดฝนตกหนัก โดยค่าดัชนีความรุนแรงอยู่ที่ระดับ 0.7-0.8 ซึ่งสะท้อนความเสี่ยงต่อสถานการณ์น้ำไหลหลากและน้ำรอการระบาย
“แม้จะเข้าสู่เอลนีโญ แต่ยังต้องเฝ้าระวังน้ำท่วมจากฝนหนักเฉพาะพื้นที่ โดยเฉพาะพื้นที่ลุ่มต่ำและพื้นที่เปราะบาง”
ทั้งนี้ ศูนย์เตือนภัยพิบัติแห่งชาติ กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย และเครือข่ายที่เกี่ยวข้อง จะใช้ระบบแจ้งเตือนภัยผ่าน Cell Broadcast ในพื้นที่เสี่ยง เพื่อแจ้งเตือนประชาชนทันทีเมื่อเกิดสถานการณ์ฉุกเฉิน
การประเมินดังกล่าวสะท้อนว่า ภาคเกษตร ภาคธุรกิจ และหน่วยงานด้านบริหารจัดการน้ำ จำเป็นต้องเตรียมแผนรองรับทั้งภาวะภัยแล้งและอุทกภัยที่อาจเกิดสลับกันในปีเดียว ขณะที่ประชาชนในพื้นที่เสี่ยงควรติดตามประกาศเตือนภัยอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะในช่วงฤดูฝนปลายปีที่สภาพอากาศมีแนวโน้มผันผวนสูงจากอิทธิพลของการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศโลก

