วันพฤหัสบดี ที่ 7 พฤษภาคม 2569

Login
Login

‘เม็กซิโกซิตี’ เจอดินทรุดตัว 25 ซม. ต่อปี บางจุดทรุด 10 ม. เวลาไม่ถึง 100 ปี มองเห็นได้จากอวกาศ

‘เม็กซิโกซิตี’ เจอดินทรุดตัว 25 ซม. ต่อปี บางจุดทรุด 10 ม. เวลาไม่ถึง 100 ปี มองเห็นได้จากอวกาศ

ภาพถ่ายจากดาวเทียม NISAR พบว่า “เม็กซิโกซิตี” เมืองหลวงของเม็กซิโก ซึ่งหนึ่งในมหานครที่ใหญ่ที่สุดของโลก กำลังเผชิญกับสภาวะดินทรุดตัวอย่างรุนแรงในอัตรา 25 ซม.ต่อปี กลายเป็นหนึ่งในพื้นที่ที่มีการทรุดตัวของแผ่นดินที่รวดเร็วที่สุดในบรรดาเมืองใหญ่ทั่วโลก และสามารถสังเกตเห็นการเปลี่ยนแปลงได้อย่างชัดเจนจากห้วงอวกาศ

NISAR (NASA-ISRO Synthetic Aperture Radar) เป็นโครงการนี้เป็นความร่วมมือระหว่างนาซาและองค์การวิจัยอวกาศแห่งอินเดีย ที่ติดตามการเปลี่ยนแปลงของพื้นผิวโลก มีความแม่นยำสูงสามารถตรวจวัดความเปลี่ยนแปลงของระดับพื้นดินได้ละเอียดในระดับเซนติเมตร โดยทำการสแกนพื้นผิวโลกทั้งหมดทุก 12 วัน ทำให้เห็นภาพรวมของความเสียหายที่เกิดขึ้นกับเมืองได้อย่างต่อเนื่องและแม่นยำ 

พอล โรสเซน นักวิทยาศาสตร์จากโครงการ NISAR กล่าวว่า ข้อมูลจากอวกาศนี้ไม่ได้เพียงแค่ภาพถ่ายเท่านั้น แต่กำลังบอกเล่าถึงสิ่งที่เกิดขึ้นภายใต้พื้นดินจริง ๆ ซึ่งช่วยให้เห็นว่าเมืองกำลังเผชิญปัญหาใหญ่อยู่

‘เม็กซิโกซิตี’ เจอดินทรุดตัว 25 ซม. ต่อปี บางจุดทรุด 10 ม. เวลาไม่ถึง 100 ปี มองเห็นได้จากอวกาศ ภาพถ่ายดาวเทียมแสดงให้เห็นอัตราการทรุดตัวของเม็กซิโกซิตี
เครดิตภาพ: NISAR

เม็กซิโกซิตีตั้งขึ้นบนพื้นที่ที่เคยเป็น “ก้นทะเลสาบโบราณ” ซึ่งมีชั้นดินเหนียวอ่อนตัวและมีความยืดหยุ่นสูง หนำซ้ำยังมีการสูบน้ำบาดาลขึ้นมาใช้ในปริมาณมหาศาล เพื่อเลี้ยงประชากรกว่า 22 ล้านคน โดยน้ำจากชั้นหินอุ้มน้ำใต้ดินนี้เป็นแหล่งน้ำดื่มหลักถึง 60% ของผู้อยู่อาศัยทั้งหมด

เมื่อน้ำถูกดึงออกไป ชั้นดินที่เคยมีน้ำพยุงไว้ก็เริ่มหดตัวลง ประกอบกับน้ำหนักมหาศาลของสิ่งก่อสร้างและการขยายตัวของเมืองที่เพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว ยิ่งสร้างแรงกดทับลงบนชั้นดินที่อ่อนนุ่มอยู่แล้วให้ทรุดตัวเร็วยิ่งขึ้น

เอนริเก้ คาบรัล นักวิจัยด้านธรณีฟิสิกส์จากมหาวิทยาลัยแห่งชาติเม็กซิโก (UNAM) ยืนยันว่า อัตราการทรุดตัวของที่นี่ถือเป็นหนึ่งในอัตราที่เร็วที่สุดในโลก และในบางพื้นที่เมืองได้จมลงไปแล้วมากกว่า 12 เมตรในช่วงเวลาไม่ถึง 100 ปี ซึ่งสร้างความเสียหายโดยตรงต่อโครงสร้างพื้นฐานที่สำคัญ

ทั้งระบบรถไฟใต้ดิน ระบบระบายน้ำ ระบบประปา ที่อยู่อาศัยและถนน รวมถึงสนามบินนานาชาติเบนิโต ฮัวเรซก็ได้รับผลกระทบอย่างหนักเช่นกัน โดยข้อมูลดาวเทียมเผยให้เห็นว่าพื้นที่สนามบินมีการทรุดตัวในอัตราที่น่ากังวล

ขณะที่ โบราณสถานและอาคารประวัติศาสตร์หลายแห่งก็ได้รับผลกระทบจากดินทรุดแล้วเช่นกัน ไม่ว่าจะเป็นมหาวิหารเมโทรโพลิแทนแห่งเม็กซิโกซิตี ที่เริ่มสร้างในปี 1573 แต่ปัจจุบันมีลักษณะเอียงอย่างเห็นได้ชัดเนื่องจากพื้นดินใต้ฐานอาคารทรุดตัวไม่เท่ากัน ขณะที่อนุสาวรีย์เทวีแห่งอิสรภาพ (Angel of Independence) ซึ่งเป็นสัญลักษณ์สำคัญของเมือง โดยนับตั้งแต่สร้างเสร็จในปี 1910 ทางการต้องเสริมบันไดเพิ่มขึ้นถึง 14 ขั้น เพื่อให้ฐานของอนุสาวรีย์ยังคงเชื่อมต่อกับพื้นดินรอบ ๆ ที่จมลงไป

วิกฤติดินทรุด ยังเชื่อมโยงโดยตรงกับปัญหาการขาดแคลนน้ำที่รุนแรงขึ้นเรื่อย ๆ ซึ่งผู้เชี่ยวชาญเตือนว่าเม็กซิโกซิตีอาจไม่มีน้ำประปาใช้อีกต่อไป หากยังไม่มีการแก้ไขอย่างยั่งยืน

ที่ผ่านมารัฐบาลมักเพิกเฉยต่อปัญหานี้และเลือกที่จะแก้ไขเฉพาะหน้า ด้วยการซ่อมแซมฐานรากของอาคารบางแห่ง แต่ปัจจุบันเริ่มมีการให้งบประมาณสนับสนุนงานวิจัยมากขึ้นเพื่อหาทางรับมือกับวิกฤตการณ์น้ำและดินทรุด


ที่มา: AP NewsCNNIndependentSpace