วันศุกร์ ที่ 8 พฤษภาคม 2569

Login
Login

เร่งเครื่อง พ.ร.บ. ลดโลกร้อน จ่อคลอดปีนี้ ดันคาร์บอนเครดิต–PES รับกติกาใหม่

เร่งเครื่อง พ.ร.บ. ลดโลกร้อน จ่อคลอดปีนี้ ดันคาร์บอนเครดิต–PES รับกติกาใหม่

กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม (ทส.) เร่งผลักดันร่างพระราชบัญญัติการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ หรือ “พ.ร.บ. ลดโลกร้อน” ให้มีผลบังคับใช้โดยเร็ว โดยยืนยันความพร้อมของร่างกฎหมายที่มีความคืบหน้าสูงสุดในบรรดากฎหมายสิ่งแวดล้อม พร้อมตั้งเป้าประกาศใช้ภายในปีนี้ เพื่อเป็นเครื่องมือหลักในการบริหารจัดการก๊าซเรือนกระจกและยกระดับประเทศไทยสู่เศรษฐกิจคาร์บอนต่ำ

"สุชาติ ชมกลิ่น" รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ได้สั่งการเมื่อวันที่ 5 พฤษภาคม 2569 ให้เร่งรัดการผลักดันร่างกฎหมายฉบับนี้ เพื่อรองรับการเปลี่ยนผ่านของประเทศไปสู่การเป็นผู้นำด้านเศรษฐกิจคาร์บอนต่ำในระดับภูมิภาค และยกระดับศักยภาพของประชาชนในการรับมือกับผลกระทบจากการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศในระยะยาว

ชูกลไก "คาร์บอนเครดิต" และการชดเชยระบบนิเวศ

ขณะที่ "ดร.รวีวรรณ ภูริเดช" ปลัดกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ให้สัมภาษณ์ว่า ร่าง พ.ร.บ. ลดโลกร้อน ได้ผ่านการตรวจพิจารณาจากคณะกรรมการกฤษฎีกาครบถ้วนในรายมาตราแล้ว ขั้นตอนต่อไปคือ การเสนอให้คณะรัฐมนตรี (ครม.) แจ้งเวียนหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเพื่อแสดงความคิดเห็น ก่อนนำเข้าสู่การพิจารณาเพื่อรับรอง และส่งต่อไปยังรัฐสภาตามกระบวนการนิติบัญญัติ

"จุดเด่นสำคัญของกฎหมายฉบับนี้คือ การกำหนดมาตรการคาร์บอนเครดิต ให้เป็นกลไกหลักในการจูงใจทุกภาคส่วนลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก โดยภาครัฐจะมีบทบาทสนับสนุนการดำเนินโครงการในพื้นที่ เช่น การปลูกป่าชายเลนเพื่อเพิ่มแหล่งดูดซับคาร์บอน"

นอกจากนี้ ยังบรรจุหลักการ “ผู้ได้รับประโยชน์เป็นผู้จ่าย” (Beneficiary Pays Principle: BPP) หรือการจ่ายเงินเพื่อบริการระบบนิเวศ (Payment for Ecosystem Services: PES) เพื่อเชื่อมโยงระหว่างประชาชนในเมืองที่ได้รับประโยชน์จากทรัพยากรธรรมชาติ กับชุมชนต้นน้ำที่ทำหน้าที่ดูแลรักษาป่าไม้ ซึ่งจะช่วยสร้างรายได้ และแรงจูงใจให้เกิดการอนุรักษ์พื้นที่ป่าในระยะยาว

กลไกสำคัญ 4 ด้าน

ในเชิงกระบวนการ "ดร.พิรุณ สัยยะสิทธิ์พานิช" อธิบดีกรมการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศและสิ่งแวดล้อม พร้อมเจ้าหน้าที่ ได้เริ่มพิจารณาร่างกฎหมายดังกล่าวร่วมกับสำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา โดยมี สรรเสริญ ไกรจิตติ ประธานกรรมการกฤษฎีกา คณะที่ 7 เป็นประธาน ผ่านการประชุมทางอิเล็กทรอนิกส์ ซึ่งที่ประชุมได้พิจารณาภาพรวม วัตถุประสงค์ หลักการ และสาระสำคัญของร่างกฎหมาย

ร่าง พ.ร.บ. โลกร้อน ประกอบด้วย 205 มาตรา แบ่งเป็น 14 หมวด โดยวางกลไกสำคัญ 4 ด้าน ได้แก่

  • กลไกด้านนโยบาย เพื่อกำหนดเป้าหมายการลดก๊าซเรือนกระจกสุทธิเป็นศูนย์ (Net Zero) ผ่านคณะกรรมการนโยบายระดับชาติ
  • กลไกการบริหารจัดการความเสี่ยง และการปรับตัวต่อผลกระทบด้านภูมิอากาศในระดับพื้นที่ และรายสาขา
  • กลไกลดก๊าซเรือนกระจกตามพันธกรณีระหว่างประเทศ เพื่อเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันทางการค้า
  • กลไกการเงิน ผ่านกองทุนภูมิอากาศ เพื่อสนับสนุนการลงทุน และการเปลี่ยนผ่านสู่สังคมคาร์บอนต่ำ

การบังคับใช้กฎหมายดังกล่าวคาดว่าจะส่งผลกระทบในวงกว้าง โดยภาคธุรกิจ และอุตสาหกรรมต้องปรับตัวเข้าสู่ระบบการบริหารจัดการก๊าซเรือนกระจกตามมาตรฐานใหม่ ขณะที่ชุมชน และเกษตรกรจะมีโอกาสได้รับประโยชน์จากกลไก PES หากมีบทบาทในการอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติ ส่วนหน่วยงานภาครัฐจะมีกรอบกฎหมายรองรับการขับเคลื่อนเป้าหมายด้านสภาพภูมิอากาศของประเทศให้สอดคล้องกับพันธกรณีระหว่างประเทศ

ทั้งนี้ กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม อยู่ระหว่างการพิจารณารายละเอียดในทุกมิติอย่างรอบคอบ โดยเฉพาะการประสานงานกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อให้การบังคับใช้กฎหมายมีความชัดเจน และไม่เป็นอุปสรรคต่อการพัฒนาเศรษฐกิจของประเทศในระยะยาว ควบคู่กับการยกระดับการรับมือวิกฤติการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศอย่างเป็นระบบ

 

 

 

พิสูจน์อักษร....สุรีย์  ศิลาวงษ์