วันจันทร์ ที่ 4 พฤษภาคม 2569

Login
Login

ธนาคารเมล็ดพันธุ์กลางทะเลทรายชิลี รักษาความหลากหลายทางชีวภาพ คืนชีพพืชที่เคยสูญพันธุ์

ธนาคารเมล็ดพันธุ์กลางทะเลทรายชิลี รักษาความหลากหลายทางชีวภาพ คืนชีพพืชที่เคยสูญพันธุ์

ธนาคารเมล็ดพันธุ์แห่งอินติวาสี” (Intihuasi Seed Base Bank) แหล่งสำรองเมล็ดพันธุ์ที่สำคัญในกรณีที่เกิดภัยพิบัติทางธรรมชาติหรือเหตุการณ์ไม่คาดฝันของชิลี ทำหน้าที่รักษาความหลากหลายทางชีวภาพของประเทศชิลี ท่ามกลางวิกฤติการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ จนถูกเรียกว่า “เรือโนอาห์แห่งชิลี

ชิลีเป็นหนึ่งในประเทศที่มีลักษณะภูมิศาสตร์พิเศษไม่เหมือนใคร จนถูกเรียกว่าศูนย์กลางความหลากหลายทางชีวภาพของโลก จากพันธุ์พืชพื้นเมืองทั้งหมด 4,655 ชนิดที่ขึ้นทะเบียนในประเทศ มีถึง 46% ที่พบได้เพียงในดินแดนของชิลีเท่านั้น จึงจำเป็นอย่างยิ่งที่ต้องเก็บรวบรวมและอนุรักษ์พืชเหล่านี้ไว้

คลังเก็บเมล็ดพันธุ์นี้ตั้งอยู่ในทะเลทรายอาตากามาของชิลี ซึ่งเป็นหนึ่งในสถานที่ที่แห้งแล้งที่สุดในโลก เพื่อให้ห่างไกลจากศูนย์กลางประชากรและลดความเสี่ยงจากปัจจัยภายนอก โดยธนาคารแห่งนี้ถูกออกแบบมาให้มีความคงทนสูง ตัวอาคารถูกขุดเข้าไปในเนินเขาและมีผนังคอนกรีตหนาที่สามารถทนต่อแผ่นดินไหวได้ ภายในมีห้องแช่แข็งขนาดใหญ่ที่เก็บรักษาเมล็ดพันธุ์ไว้ภายใต้สภาวะควบคุมอุณหภูมิที่ -18 ถึง -20 องศาเซลเซียส และความชื้นสัมพัทธ์ 15%

อานา ซานโดวาล นักวิจัยผู้ทำงานที่ธนาครเมล็ดพันธุ์กล่าวว่า “สิ่งที่สำคัญที่สุดสำหรับธนาคารเมล็ดพันธุ์คือการอยู่ห่างจากแหล่งชุมชนขนาดใหญ่ เพราะแนวคิดคือการรักษาเมล็ดพันธุ์จากภัยพิบัติ เช่น สงคราม และเหตุการณ์อื่น ๆ นั่นคือสาเหตุที่เราอยู่ในสถานที่ห่างไกล”

ธนาคารเมล็ดพันธุ์กลางทะเลทรายชิลี รักษาความหลากหลายทางชีวภาพ คืนชีพพืชที่เคยสูญพันธุ์

สถาบันเลือกใช้ซองอะลูมิเนียมในการบรรจุเมล็ดพันธุ์แทนขวดแก้ว เพื่อป้องกันความเสียหายที่อาจเกิดขึ้นหากมีการขยับตัวของเปลือกโลก เนื่องจากชิลีเป็นประเทศที่เผชิญกับแผ่นดินไหวบ่อยครั้ง

ธนาคารเมล็ดพันธุ์อินติวาสี ก่อตั้งในปี 1990 เพื่อวิจัยและพัฒนาพืชที่ช่วยส่งเสริมการเกษตร แต่ในปี 2001 ภารกิจหลักได้เปลี่ยนมาเน้นการอนุรักษ์พืชพรรณพื้นเมืองของชิลีอย่างจริงจัง โดยเฉพาะพันธุ์พืชที่ถูกคุกคามในพื้นที่แห้งแล้งและกึ่งแห้งแล้ง

ด้วยความช่วยเหลือจากสวนพฤกษศาสตร์หลวงเมืองคิว แห่งสหราชอาณาจักร ทำให้ธนาคารเมล็ดพันธุ์สามารถเก็บรวบรวมเมล็ดพันธุ์ได้มากยิ่งขึ้น โดยปัจจุบันจัดเก็บเมล็ดพันธุ์มากกว่า 33,000 ชนิด ครอบคลุมตั้งแต่พืชเศรษฐกิจ เช่น ธัญพืชและผลไม้ ไปจนถึงพืชพรรณประจำถิ่นที่หายากยิ่ง

หนึ่งในความสำเร็จที่น่าอัศจรรย์คือการเก็บรักษาพืชที่เคยถูกประกาศว่าสูญพันธุ์ไปแล้ว ตัวอย่างเช่น ดอกบลูโครคัส (Blue Crocus) ซึ่งหายสาบสูญไปนานกว่า 50 ปี ก่อนจะมีการค้นพบใหม่ในเทือกเขาแอนดีสและนำเมล็ดพันธุ์มาเก็บรักษาไว้ในคลังนิรภัยแห่งนี้ เพื่อไม่ให้มันหายไปอีกครั้ง

นอกจากการเก็บรักษาแล้ว ทีมงานยังดำเนินโครงการฟื้นฟูพืชในธรรมชาติควบคู่ไปด้วย เช่น กรณีของดอกไม้ใกล้สูญพันธุ์อย่าง Diplostephium paposanum ที่ถูกนำมาเพาะขยายพันธุ์ในเรือนกระจกของศูนย์ ก่อนจะริเริ่มโครงการนำร่องเพื่อนำพวกมันกลับคืนสู่มธรรมชาติในภูมิภาคอันโตฟากาสตา

ธนาคารเมล็ดพันธุ์กลางทะเลทรายชิลี รักษาความหลากหลายทางชีวภาพ คืนชีพพืชที่เคยสูญพันธุ์

คาร์ลอส ฟูร์เช ผู้อำนวยการเครือข่ายธนาคารเมล็ดพันธุ์แห่งชาติและอดีตรัฐมนตรีกระทรวงเกษตรของชิลี กล่าวถึงบทบาทของศูนย์ว่า “เราสำรองวัสดุพันธุกรรมที่สำคัญทั้งหมดจากทั่วประเทศ นี่คือเรือโนอาห์ของเกษตรกรรมของชิลี ด้วยสิ่งที่เรามีในธนาคารเมล็ดพันธุ์นี้ เราจะสามารถปรับตัวเข้ากับความต้องการใหม่ ๆ และขยายปริมาณเมล็ดที่เรามีต่อไป"

ธนาคารอินติวาสียังทำงานร่วมกับธนาคารเมล็ดพันธุ์อื่น ๆ ทั่วโลก โดยส่งเมล็ดพันธุ์ข้าวสาลีและข้าวโพดบางส่วนไปเก็บไว้ที่ธนาคารเมล็ดพันธุ์ “อุโมงค์นิรภัยเก็บเมล็ดพันธุ์พืชโลก” (Svalbard Global Seed Vault) ในนอร์เวย์ และส่งเมล็ดถั่วไปเก็บไว้ที่ศูนย์ในโคลอมเบีย

การฝากเมล็ดพันธุ์เหล่านี้อยู่ภายใต้ “ข้อตกลงแบล็กบ๊อกซ์” (Black Box Agreement) ซึ่งหมายความว่าเมล็ดพันธุ์เหล่านั้นยังคงเป็นกรรมสิทธิ์และอยู่ภายใต้การใช้งานของชิลีเพียงผู้เดียว ห้ามนำไปปรับปรุงพันธุ์ ศึกษา ทดลอง หรือวิจัย โดยจะถูกนำออกมาใช้เฉพาะในกรณีที่เกิดภัยพิบัติร้ายแรงที่ทำให้ตัวอย่างในประเทศสูญหายไปเท่านั้น

ด้านดร.บริตต์ วอลล์เบิร์ก ผู้ดูแลธนาคารเมล็ดพันธุ์ ได้อธิบายถึงมิติเชิงลึกของการรักษาความหลากหลายว่า “ธนาคารเมล็ดพันธุ์มีความสำคัญเพราะทำหน้าที่รักษามรดกทางพันธุกรรมพืชของประเทศ ตัวอย่างเช่น ในชิลี ถั่วชนิดเดียวกันจะเติบโตในอาตากามาแตกต่างจากในโอฮิกกินส์ นั่นคือความสำคัญของการปกป้องความหลากหลายทางพันธุกรรมผ่านเมล็ดพันธุ์”

ปัจจุบัน สถาบันวิจัยเกษตรกรรม (INIA) ซึ่งเป็นผู้ดูแลธนาคารแห่งนี้ กำลังมุ่งมั่นที่จะเสริมสร้างเครือข่ายการอนุรักษ์ให้เข้มแข็งขึ้น โดยมีแผนที่จะเปิดเครือข่ายธนาคารทรัพยากรพันธุกรรมระดับชาติเป็นแห่งแรกของชิลี และมีโครงการก่อสร้างธนาคารเมล็ดพันธุ์เพิ่มเติมในภูมิภาคมากายาเนส ทางตอนใต้สุดของประเทศ

การทำงานของศูนย์แห่งนี้ไม่ได้จำกัดอยู่เพียงแค่ในห้องแล็บ แต่ยังรวมถึงการออกภาคสนามเพื่อสำรวจและเก็บเกี่ยวเมล็ดพันธุ์หายากในสภาพภูมิอากาศต่าง ๆ ของชิลี ทีมวิจัยต้องเดินทางไปยังพื้นที่ที่เข้าถึงยาก เพื่อค้นหาพันธุ์พืชที่อาจมีคุณสมบัติพิเศษในการทนความร้อนหรือความแห้งแล้ง

หากเก็บรักษาเมล็ดเหล่านี้อย่างถูกต้อง เมล็ดพันธุ์เหล่านี้จะสามารถคงความมีชีวิตไว้ได้นานหลายทศวรรษหรือนับศตวรรษ นี่คือการลงทุนระยะยาวเพื่อความยั่งยืนของมนุษยชาติ ซึ่งจะช่วยประกันว่าคนรุ่นหลังจะมีทรัพยากรเพียงพอในการสร้างความมั่นคงทางอาหาร

ในยุคที่โลกเผชิญกับความไม่แน่นอนทางสิ่งแวดล้อมอย่างที่ไม่เคยปรากฏมาก่อน ความแห้งแล้งของทะเลทรายอาตากามากลับกลายเป็นข้อดีที่ช่วยลดแรงกดดันจากศัตรูพืชและโรคพืช ทำให้เมล็ดพันธุ์ที่เก็บไว้มีความบริสุทธิ์และปลอดภัยจากสารเคมีทางการเกษตร


ที่มา: Happy Eco NewsMarca ChileNPR