วันพุธ ที่ 29 เมษายน 2569

Login
Login

ชวนส่อง 2 สะพาน ‘ทะเลสาบสงขลา-เกาะลันตา’ สมดุลใหม่แห่งการพัฒนาที่ไม่ต้องแลกด้วยธรรมชาติ

ชวนส่อง 2 สะพาน ‘ทะเลสาบสงขลา-เกาะลันตา’ สมดุลใหม่แห่งการพัฒนาที่ไม่ต้องแลกด้วยธรรมชาติ

ชวนศึกษา 2 โครงการ 'สะพานข้ามทะเลสาบสงขลา-สะพานเชื่อมเกาะลันตา' สร้างสมดุลใหม่ระหว่างการพัฒนากับการอนุรักษ์สิ่งแวดล้อม พร้อมยกระดับมาตรฐานจัดซื้อจัดจ้างผ่านเกณฑ์คัดเลือกผู้รับเหมาคุณภาพที่มีความรับผิดชอบต่อสังคม

ปัจจุบันความยั่งยืนกลายเป็นหัวใจสำคัญของการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานระดับมหภาค โดยเฉพาะเมื่อการพัฒนาดังกล่าวเสี่ยงกระทบต่อระบบนิเวศที่มีความเปราะบาง ผลักดันการยกระดับกระบวนการจัดซื้อจัดจ้างภาครัฐ (Public Procurement) ให้มีความรับผิดชอบและคำนึงถึงผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมและสังคมอย่างรอบด้านมากขึ้น

นายธันวา วิบูลย์ศรัณย์ วิศวกรโยธาปฏิบัติการ สำนักก่อสร้างสะพาน กรมทางหลวงชนบท เปิดเผยในงาน  “International Public Procurement Conference 2026 (IPPC 2026)” โดยระบุว่า โครงการก่อสร้างสะพาน 2 แห่ง ได้แก่ สะพานข้ามทะเลสาบสงขลาและสะพานเชื่อมเกาะลันตา ซึ่งได้การสนับสนุนจากธนาคารโลก (World Bank) ถือเป็นกรณีศึกษาที่สำคัญในการสร้างสมดุลระหว่างการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานและการอนุรักษ์สิ่งแวดล้อม ทั้งยังสร้างประโยชน์ให้การเดินทางมีความสะดวกรวดเร็วมากยิ่งขึ้น

อย่างไรก็ตาม ในระหว่างการก่อสร้าง โครงการต้องเผชิญกับความท้าทายที่สำคัญเนื่องจากตั้งอยู่ในพื้นที่ซึ่งมีความอ่อนไหวทางระบบนิเวศ เกี่ยวพันกับความอยู่รอดของโลมาอิรวดีในทะเลสาบสงขลาซึ่งมีประชากรเหลืออยู่น้อย รวมถึงโลมาปากขวดและโลมาหลังโหนกบริเวณเกาะลันตาซึ่งมีถิ่นอาศัยไม่ไกลจากบริเวณก่อสร้าง ดังนั้นการดำเนินโครงการจึงต้องไม่มีพื้นที่สำหรับความผิดพลาดใด ๆ ที่เสี่ยงต่อการอยู่รอดของเผ่าพันธุ์โลมา

ชวนส่อง 2 สะพาน ‘ทะเลสาบสงขลา-เกาะลันตา’ สมดุลใหม่แห่งการพัฒนาที่ไม่ต้องแลกด้วยธรรมชาติ

ทั้งสองโครงการได้รับออกแบบมาในลักษณะของสะพานช่วงยาวซึ่งเป็นการลดจำนวนเสาในน้ำให้น้อยที่สุด เพื่อลดการรบกวนถิ่นที่อยู่อาศัยของสัตว์น้ำ มีการจัดตั้งสถานีสังเกตการณ์สัตว์ทะเล (MMO) และเรือลาดตระเวน รวมถึงเปลี่ยนวิธีการตอกเสาเข็มแบบเดิมมาเป็นเทคโนโลยีการสั่น เพื่อลดมลพิษทางเสียงที่จะทำอันตรายต่อระบบโซนาร์ของโลมา รวมถึงปกป้องแนวปะการังและหญ้าทะเล ผ่านการติดตั้งม่านกันตะกอนเพื่อป้องกันไม่ให้ฟุ้งกระจายไปสะสมบนแนวปะการังที่อยู่ติดกับพื้นที่ก่อสร้าง

ชวนส่อง 2 สะพาน ‘ทะเลสาบสงขลา-เกาะลันตา’ สมดุลใหม่แห่งการพัฒนาที่ไม่ต้องแลกด้วยธรรมชาติ

อีกทั้งยังมีมาตรการเยียวยาและบรรเทาผลกระทบต่อร้านค้าในท้องถิ่นที่ต้องย้ายที่ตั้ง และแผนรองรับผู้ให้บริการเรือข้ามฟากเดิม เพื่อให้มั่นใจว่าการเปลี่ยนผ่านสู่การใช้สะพานจะไม่กระทบต่ออาชีพของคนในพื้นที่

เพื่อสร้างความมั่นใจว่ากระบวนการก่อสร้างจะไม่ส่งผลกระทบต่อธรรมชาติ การคัดเลือกผู้รับเหมา จึงเปลี่ยนจุดเน้นจาก "ราคาถูก" เพียงอย่างเดียวมาเน้น "คุณภาพและสิ่งแวดล้อม" มากยิ่งขึ้น โดยเกณฑ์การให้คะแนนมีสัดส่วนของคะแนนด้านเทคนิคและด้านราคาในลักษณะครึ่งต่อครึ่ง เพื่อส่งสัญญาณว่าแนวปฏิบัติด้านสิ่งแวดล้อมเป็นเรื่องสำคัญ

ในการนี้ ผู้รับเหมาต้องเสนอแผนงานและงบประมาณด้านสิ่งแวดล้อมอย่างละเอียดตั้งแต่ขั้นตอนการประมูล เพื่อให้มั่นใจว่ามาตรการเหล่านี้ถูกคำนวณไว้ในต้นทุนแล้ว โดยโครงการต้องผ่านการประเมินผลกระทบสิ่งแวดล้อม (EIA) ตามกฎหมาย และต้องจัดทำแผนจัดการสิ่งแวดล้อมและสังคม (ESMP) ให้สอดคล้องกับกรอบความยั่งยืนของธนาคารโลก

“มาตรการบรรเทาผลกระทบทั้งหมดทั้ง EIA และ ESMP ไม่ใช่แค่แนวทางปฏิบัติ แต่เป็นข้อผูกพันที่ระบุไว้ในกฎหมายสัญญาจ้าง ซึ่งผู้รับเหมาต้องปฏิบัติตามอย่างเคร่งครัด”  นายธันวากล่าว

บทเรียนจากโครงการสะพานทั้งสองแห่งสะท้อนว่า การจัดซื้อจัดจ้างที่มีประสิทธิภาพ อาจไม่ได้ชี้วัดที่ความสามารถในการประหยัดงบประมาณเพียงอย่างเดียว แต่คือการคัดเลือกผู้ร่วมงานที่มีศักยภาพในการบริหารจัดการความเสี่ยงและมีจิตสำนึกต่อส่วนรวม โดยประโยชน์ที่ประชาชนได้รับไม่เพียงแต่โครงสร้างที่แข็งแรงหรือการเดินทางที่รวดเร็วขึ้น แต่คือการพิสูจน์ว่าการพัฒนาสู่ความทันสมัยไม่จำเป็นต้องทิ้งรอยแผลไว้ให้กับธรรมชาติเสมอไป