วันพุธ ที่ 29 เมษายน 2569

Login
Login

วิจัยพบ ‘ต้นอ้อ’ เอเลี่ยนสปีชีส์รุกรานยุโรป ทำยุงโตไว อายุยืน วางไข่ดก เสี่ยงโรคระบาด

วิจัยพบ ‘ต้นอ้อ’ เอเลี่ยนสปีชีส์รุกรานยุโรป ทำยุงโตไว อายุยืน วางไข่ดก เสี่ยงโรคระบาด

ต้นอ้อ” (Arundo donax) เป็นเอเลี่ยนสปีชีส์ระบาดไปทั่วยุโรป ซึ่งไม่เพียงแต่รุกรานพืชท้องถิ่นเท่านั้น แต่ยังทำให้ “ยุง” มีอัตรารอดชีวิตมากขึ้น โตเร็วกว่าเดิม มีอายุยืนและวางไข่ได้มากขึ้น

ต้นอ้อแพร่กระจายไปในหลายส่วนของยุโรป และกำลังจะเข้าไปแทนที่พืชท้องถิ่นอย่าง “ต้นอ้อเล็ก” (Phragmites australis) ซึ่งเป็นพืชที่ช่วยพยุงระบบนิเวศริมน้ำมานานนับพันปี หากมองเพียงผิวเผินอาจดูเหมือนพืชริมน้ำทั่วไปจนยากจะแยกออกจากพืชท้องถิ่น

คณะนักวิจัยจากมหาวิทยาลัยบาร์เซโลนา ทำการศึกษาผลกระทบนี้ผ่านระบบนิเวศจำลองในห้องปฏิบัติการ โดยใช้ตู้ปลาขนาดเล็กเพื่อวิเคราะห์การเปลี่ยนแปลง เมื่อมีการแทนที่พืชพื้นเมืองด้วยพืชรุกรานในแหล่งน้ำจืด จนได้ข้อสรุปว่า

ต้นอ้อมักจะขึ้นหนาแน่นตามริมฝั่งแม่น้ำ ลำคลอง และบ่อน้ำ เมื่อใบต้นอ้อร่วงหล่นลงไปในแหล่งน้ำ จะเข้าไปเปลี่ยนคุณสมบัติทางเคมีและกายภาพของน้ำ ส่งผลให้ “ยุงรำคาญ” (Culex pipiens) มีอัตราการรอดชีวิตที่สูงขึ้น เจริญเติบโตได้รวดเร็วกว่าปรกติ และมีขนาดตัวที่ใหญ่กว่ายุงที่เติบโตในสภาพแวดล้อมที่มีเพียงพืชพื้นเมือง

ทั้งหมดนี้ เริ่มต้นจากการที่ใบของต้นอ้อรุกรานร่วงหล่นลงในน้ำและเกิดการย่อยสลาย ซึ่งในระหว่างนี้จะมีการปลดปล่อยสารอาหารออกมาในปริมาณที่สูงกว่าพืชท้องถิ่น นำไปสู่การเปลี่ยนแปลงโครงสร้างทางชีวภาพในแหล่งน้ำนั้นอย่างสิ้นเชิง

เมื่อสารอาหารเพิ่มขึ้น จุลินทรีย์กลุ่มไมโครยูคาริโอต (Microeukaryotes) ซึ่งประกอบด้วย อะมีบา (Amoebae) แฟลเจลเลต (Flagellates) และซีลิเอต (Ciliates) ขยายพันธุ์เพิ่มจำนวนขึ้นอย่างมหาศาล

จุลินทรีย์เหล่านี้ทำหน้าที่เป็นแหล่งอาหารหลักที่มีคุณภาพสูงสำหรับลูกน้ำยุงรำคาญ ช่วยเปลี่ยนพลังงานจากซากพืชที่ย่อยสลายให้กลายเป็นมวลร่างกายของยุงได้อย่างมีประสิทธิภาพ

งานวิจัยระบุว่า ลูกน้ำยุงในแหล่งน้ำที่มีซากใบต้นอ้อรุกรานสามารถพัฒนาเข้าสู่ระยะตัวโม่งได้รวดเร็วขึ้นและมีน้ำหนักตัวที่มากกว่า ซึ่งยุงที่มีขนาดตัวใหญ่เมื่อโตเต็มวัยจะมีอายุขัยที่ยืนยาวขึ้นและมีความสามารถในการวางไข่ได้ในปริมาณที่มากขึ้นตามไปด้วย

นักวิจัยพบว่า ผลกระทบนี้เกิดขึ้นอย่างชัดเจนแม้จะมีเศษใบของต้นอ้อเพียง 25% เมื่อเทียบกับปริมาณพืชทั้งหมดในน้ำ ซึ่งแสดงให้เห็นว่าเพียงการรุกรานในระดับต่ำ ก็สามารถเปลี่ยนสถานะของระบบนิเวศให้เอื้อต่อยุงได้แล้ว ซึ่งจะทำให้เกิดโรคระบาดได้ เนื่องจากยุงรำคาญเป็นพาหะนำโรคที่อันตราย เช่น ไวรัสเวสต์ไนล์ และมาลาเรียในนก ซึ่งส่งผลกระทบต่อทั้งมนุษย์และสัตว์ในยุโรป

ศ.อัลแบร์โต มาเซโด-เวกา ผู้เชี่ยวชาญจากมหาวิทยาลัยบาร์เซโลนา ให้ความเห็นว่า การระบุชนิดพืชที่ส่งเสริมการเพิ่มจำนวนของยุงมีความสำคัญอย่างยิ่ง เพราะจะช่วยให้หน่วยงานควบคุมแมลงสามารถพยากรณ์จุดเสี่ยงและวางมาตรการป้องกันได้อย่างแม่นยำ

นอกจากนี้ ปัญหายังทวีความรุนแรงขึ้นในพื้นที่ที่ได้รับผลกระทบจากมลพิษทางเคมี เนื่องจากผู้ล่าตามธรรมชาติของลูกน้ำยุง เช่น ปลาและแมลงปอ มักจะหายไปจากแหล่งน้ำเหล่านั้น ทำให้ประชากรยุงขาดการควบคุมและเพิ่มจำนวนขึ้นอย่างอิสระ

ในเชิงนิเวศวิทยา ต้นอ้อรุกรานชนิดนี้มีความซับซ้อน เนื่องจากงานวิจัยก่อนหน้าพบว่ามันอาจให้ที่พักพิงแก่ปลาท้องถิ่นได้ในพื้นที่ที่มีพืชริมน้ำเบาบาง แต่ผลเสียด้านการเพิ่มประชากรยุงเป็นมิติใหม่ที่เพิ่งได้รับการเปิดเผย

คณะผู้วิจัยเสนอแนะว่าควรให้ความสำคัญกับการกำจัดต้นอ้อในพื้นที่ที่มีการระบาดและเร่งฟื้นฟูสภาพริมฝั่งแม่น้ำด้วยการปลูกพืชพื้นเมืองอย่างต้นอ้อเล็กทดแทน เพื่อคืนสมดุลให้กับระบบนิเวศและลดความเสี่ยงต่อสุขภาพ

อย่างไรก็ตาม ศ.มาเซโด-เวกา เน้นย้ำว่าไม่ควรตื่นตระหนกจนเกินไป เพราะในธรรมชาติยุงยังมีผู้ล่าอีกมาก และหน่วยงานควบคุมยุงที่มีประสิทธิภาพจะสามารถจัดการปัญหานี้ได้หากมีการบริหารจัดการที่ดีพอ


ที่มา: EarthPhysIRBio UB