วันอาทิตย์ ที่ 19 เมษายน 2569

Login
Login

‘เยอรมนี’ เปลี่ยนเหมืองเก่า เป็นทะเลสาบเทียม ช่วยฟื้นฟูธรรมชาติ พร้อมส่งเสริมการท่องเที่ยว

‘เยอรมนี’ เปลี่ยนเหมืองเก่า เป็นทะเลสาบเทียม ช่วยฟื้นฟูธรรมชาติ พร้อมส่งเสริมการท่องเที่ยว

“เยอรมนี” เปิดตัว “โครงการ Lusatian Lakeland” เปลี่ยนพื้นที่เหมืองถ่านหินเก่า ให้กลายเป็นทะเลสาบเทียมที่ใหญ่ที่สุดในยุโรป ช่วยฟื้นฟูธรรมชาติและกลายเป็นพื้นที่พักผ่อนหย่อนใจของชาวเมือง คาดว่าจะแล้วเสร็จในปี 2026

โครงการแห่งนี้ตั้งอยู่ระหว่างกรุงเบอร์ลินและเมืองเดรสเดน ครอบคลุมเขตในรัฐบรันเดินบวร์คและรัฐแซกโซนี ประกอบด้วยทะเลสาบที่สร้างขึ้นโดยฝีมือมนุษย์ถึง 23 แห่ง มีพื้นที่ผิวน้ำรวมประมาณ 87,500 ไร่ โดยจะเชื่อมต่อทะเลสาบ 10 แห่งเข้าด้วยกันผ่านระบบคลอง เพื่อสร้างพื้นที่ทางน้ำที่สามารถล่องเรือต่อเนื่องกันได้รวมกว่า 43,750 ไร่ ซึ่งปัจจุบันมีคลองสร้างเสร็จแล้ว 4 แห่ง และอยู่ระหว่างการก่อสร้างอีก 6 แห่ง

ในอดีตสมัยสาธารณรัฐประชาธิปไตยเยอรมนี (GDR) ภูมิภาคลูเซเซีย เคยเป็นแหล่งขุดเจาะถ่านหินลิกไนต์ที่สำคัญ โดยมีการขุดถ่านหินขึ้นมามากกว่า 2,000 ล้านตันจากระดับความลึกกว่า 60 เมตร ซึ่งการทำเหมืองแบบเปิดได้ทิ้งหลุมขนาดมหึมาไว้บนพื้นดิน เพื่อแก้ไขปัญหานี้ ทางการจึงเริ่มฟื้นฟูพื้นที่ตั้งแต่ปี 1967 ด้วยการเปลี่ยนเหมืองให้เป็นทะเลสาบ 

เดิมทีภูมิภาคลูเซเซีย แทบไม่มีทะเลสาบตามธรรมชาติเลย เนื่องจากสภาพดินเป็นกรวดและทรายที่น้ำซึมผ่านได้ง่าย การสร้างทะเลสาบเหล่านี้จึงเปรียบเสมือนการเนรมิตระบบนิเวศใหม่ขึ้นมาทั้งหมด ด้วยฝีมือมนุษย์และวิศวกรรมที่ชาญฉลาด

การเติมน้ำในหลุมเหมืองไม่ใช่เรื่องง่าย เพราะหากปล่อยให้เป็นไปตามธรรมชาติจากน้ำฝนและน้ำบาดาลเพียงอย่างเดียว อาจต้องใช้เวลานานถึง 80-100 ปี วิศวกรจึงต้องใช้วิธีผันน้ำจากแม่น้ำใกล้เคียง เช่น แม่น้ำนือซา, ชเปร และแบล็กเอ็ลเบอ เข้ามาเติมอย่างเป็นระบบเพื่อให้กระบวนการรวดเร็วขึ้น

‘เยอรมนี’ เปลี่ยนเหมืองเก่า เป็นทะเลสาบเทียม ช่วยฟื้นฟูธรรมชาติ พร้อมส่งเสริมการท่องเที่ยว “Lusatian Lakeland” ทะเลสาบเทียมที่ใหญ่ที่สุดในยุโรป
เครดิตภาพ: Lausitzer und Mitteldeutsche Bergbau-Verwaltungsgesellschaft mbH / Steffen Rasche

โครงการนี้อยู่ภายใต้ความรับผิดชอบของบริษัท LMBV บริษัทของรัฐบาลกลางที่ก่อตั้งขึ้นในช่วงต้นทศวรรษที่ 1990 เพื่อทำหน้าที่ฟื้นฟูและเติมน้ำในเหมืองเปิด 19 แห่งในภูมิภาคนี้ ดร. อูเว สไตน์ฮูเบอร์ โฆษกของ LMBV กล่าว “กระบวนการนี้จะต้องใช้เวลาดำเนินการยาวนานถึงสองชั่วอายุคน หากปล่อยให้เป็นไปตามธรรมชาติ”

นอกจากนี้ ยังต้องเผชิญกับความท้าทายด้านสิ่งแวดล้อม เช่น การจัดการกับน้ำในเหมืองที่มีสภาพเป็นกรดสูงและมีแร่ธาตุปนเปื้อน ดังนั้นจึงต้องผันน้ำจากแม่น้ำที่มีสภาพเป็นกลางเข้ามาช่วยป้องกันไม่ให้น้ำในทะเลสาบมีความเป็นกรดเกินไป รวมถึงต้องมีการเสริมความแข็งแรงของคันกั้นน้ำอย่างระมัดระวังเพื่อความปลอดภัยในระยะยาว

งบประมาณที่ใช้ในโครงการนี้ถือว่ามหาศาล เฉพาะในภูมิภาคลูเซเซีย เพียงแห่งเดียวมีการลงทุนไปแล้วประมาณ 7,420 ล้านดอลลาร์ หากรวมพื้นที่เหมืองทั้งหมดในเยอรมนีตอนกลางจะต้องใช้งบประมาณมูลค่าสูงถึง 14,630 ล้านดอลลาร์ โดย 75% ของงบประมาณทั้งหมดได้รับการสนับสนุนจากรัฐบาลกลาง ส่วนที่เหลือมาจากรัฐบาลท้องถิ่น

ดร.สไตน์ฮูเบอร์ให้ข้อมูลเพิ่มเติมว่า การสร้างและจัดการทะเลสาบให้ปลอดภัยเพียงแห่งเดียวมีค่าใช้จ่ายระหว่าง 212-636 ล้านดอลลาร์  และมีการประเมินว่าในช่วง 25 ปีข้างหน้า ยังต้องใช้งบประมาณอีกราว 5,090 ล้านดอลลาร์ เพื่อดำเนินการตามแผนงานที่วางไว้ให้เสร็จสิ้น

‘เยอรมนี’ เปลี่ยนเหมืองเก่า เป็นทะเลสาบเทียม ช่วยฟื้นฟูธรรมชาติ พร้อมส่งเสริมการท่องเที่ยว “Lusatian Lakeland” ทะเลสาบเทียมที่ใหญ่ที่สุดในยุโรป
เครดิตภาพ: Kathrin Winkler // Lausitz Lake District Tourism Association 

ทะเลสาบเซดลิตซ์ถือเป็นจิ๊กซอว์ชิ้นสุดท้ายที่สำคัญของโครงการนี้ โดยมีพื้นที่ประมาณ 8,750 ไร่ เนื่องจากทะเลสาบแห่งนี้มีกำหนดจะเปิดให้ทำกิจกรรมทางน้ำได้ในช่วงปลายเดือนเมษายน 2026 ซึ่งจะกลายเป็นทะเลสาบเพื่อการนันทนาการที่ใหญ่ที่สุดในบรรดาทะเลสาบทั้งหมดของลูเซเซีย แต่ก่อนการเปิดใช้งาน วิศวกรต้องจัดกำจัดซากไม้ที่ตายแล้วกว่า 1,250 ไร่ที่จมอยู่ใต้ผิวน้ำให้สำเร็จก่อน

ส่วนทะเลสาบเซดลิตซ์ ที่แปรสภาพมาจากเหมืองอิลเซ-ออสท์ที่เลิกใช้งานไปตั้งแต่ปี 1980 เพิ่งมีระดับน้ำถึงเกณฑ์เป้าหมายในปี 2025 หลังจากผ่านการปรับสภาพชายฝั่งและสร้างเขื่อนมายาวนานหลายทศวรรษ

ตามกำหนดแล้ววันที่ 29 มิถุนายน 2026 นี้ จะเป็นวันที่ทะเลสาบหลัก 5 แห่ง ได้แก่ เซนเฟนเบิร์ก, ไกเออร์สวัลด์, พาร์ทวิตซ์, เซดลิทซ์ และกรอสเรเชน จะเชื่อมต่อกันด้วยคลองเดินเรือ ซึ่งจะทำให้เกิดโครงข่ายทะเลสาบต่อเนื่องกันขนาดประมาณ 31,250 ไร่ และมีเส้นทางเดินเรือรวมยาวถึง 50 กิโลเมตร

แคทรีน วิงค์เลอร์ ผู้อำนวยการสมาคมการท่องเที่ยว Lusatian Lakeland กล่าวว่า “ภูมิทัศน์ทางน้ำที่สร้างโดยฝีมือมนุษย์ที่ใหญ่ที่สุดในยุโรปกำลังเป็นรูปเป็นร่าง การเปิดตัวครั้งนี้ถือเป็นก้าวสำคัญสำหรับการพัฒนาการท่องเที่ยวทางน้ำในภูมิภาคต่อไป”

วิงค์เลอร์ระบุว่า ในอีก 5 ปีข้างหน้าโครงการตั้งเป้าไว้ว่า จะต้องพัฒนาการเดินเรือโดยสาร การเพิ่มท่าเทียบเรือ และขยายศักยภาพที่พัก เพื่อยกระดับให้พื้นที่นี้กลายเป็นสถานที่ท่องเที่ยวครบวงจร ตั้งแต่การปั่นจักรยาน กีฬาทางน้ำ ไปจนถึงกิจกรรมทางวัฒนธรรม

แม้โครงการจะยังไม่เสร็จสมบูรณ์ดี แต่ในตอนนี้ก็มีการจองห้องพักเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง ในปี 2025 มียอดค้างคืนในภูมิภาคนี้ถึง 800,000 คืน โดยเฉพาะกลุ่มนักท่องเที่ยวจากสาธารณรัฐเช็กมีพิ่มขึ้น 12.7% เมื่อเทียบกับปีก่อนหน้า และตั้งเป้าจะเพิ่มยอดการค้างคืนเป็น 1.5 ล้านคืนต่อปีในระยะยาว

โครงการนี้ไม่เพียงแต่สร้างประโยชน์ต่อนักท่องเที่ยว แต่ยังส่งผลดีอย่างมากต่อคนในพื้นที่ด้วย วิงค์เลอร์ได้กล่าวเพิ่มเติมถึงผลประโยชน์ทางสังคมว่า

“ประชากรในท้องถิ่นได้รับประโยชน์ในหลายด้าน การขยายโครงสร้างพื้นฐานด้านการท่องเที่ยวช่วยสร้างงานใหม่ในอุตสาหกรรมอาหาร โรงแรม และการพักผ่อน รวมถึงสำหรับอดีตคนงานเหมืองและครอบครัวของพวกเขาด้วย”

นอกจากการเป็นแหล่งท่องเที่ยวแล้ว ทะเลสาบเหล่านี้ยังทำหน้าที่เป็นอ่างเก็บน้ำ ที่ช่วยควบคุมระดับน้ำในแม่น้ำสายสำคัญอย่าง แม่น้ำชเปรและแบล็กเอ็ลเบอ ซึ่งมีความจำเป็นอย่างยิ่งในช่วงเวลาที่เกิดสภาวะภัยแล้งในภูมิภาค เพื่อรักษาเสถียรภาพทางนิเวศวิทยา

วิงค์เลอร์เชื่อว่าการผสมผสานระหว่างการฟื้นฟูเหมือง การออกแบบภูมิทัศน์ที่ยั่งยืน และการพัฒนาการท่องเที่ยว จะเป็นแรงบันดาลใจให้แก่ภูมิภาคอื่น ๆ ที่กำลังเผชิญกับการเปลี่ยนแปลงโครงสร้างทางอุตสาหกรรมแบบเดียวกัน โดยในปัจจุบันมีการจัดเวิร์กช็อปและกิจกรรมแลกเปลี่ยนความรู้กับพันธมิตรนานาชาติอย่างต่อเนื่อง เพื่อนำบทเรียนความสำเร็จนี้ไปประยุกต์ใช้ในระดับสากล สะท้อนให้เห็นว่าการจัดการพื้นที่หลังการทำเหมืองสามารถทำได้จริงหากมีการวางแผนที่ยั่งยืน

อย่างไรก็ตาม ภารกิจนี้ยังไม่จบสิ้นลงง่าย ๆ เนื่องจากเหมืองที่ยังเปิดทำการอยู่ในปัจจุบันมีแผนจะปิดตัวลงในช่วงปี 2030-2038 ซึ่งหมายความว่าในอนาคตจะมีพื้นที่เหมืองขนาดใหญ่อีกหลายแห่งที่รอการเปลี่ยนสภาพให้กลายเป็นทะเลสาบเพิ่มเติม เพื่อขยายอาณาจักรทางน้ำแห่งนี้ให้ยิ่งใหญ่ขึ้นไปอีก


ที่มา: Eco Hub MapEuro NewsSecret Berlin

‘เยอรมนี’ เปลี่ยนเหมืองเก่า เป็นทะเลสาบเทียม ช่วยฟื้นฟูธรรมชาติ พร้อมส่งเสริมการท่องเที่ยว “Lusatian Lakeland” ทะเลสาบเทียมที่ใหญ่ที่สุดในยุโรป
เครดิตภาพ: Peter Radke // Lausitzer Seenland Tourism Association