สถานการณ์ไฟป่าและหมอกควันในพื้นที่ภาคเหนือกลับมาน่าเป็นห่วงอีกครั้ง หลังข้อมูลดาวเทียมตรวจพบจุดความร้อน (hotspot) กระจายตัวในหลายพื้นที่ของ 17 จังหวัด ส่งผลให้หน่วยงานด้านทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมต้องเร่งระดมกำลังจากส่วนกลางเสริมการปฏิบัติงานในพื้นที่วิกฤต พร้อมย้ำมาตรการบังคับใช้กฎหมายกับผู้ลักลอบเผาอย่างจริงจัง เพื่อลดความเสี่ยงต่อสุขภาพประชาชนและป้องกันความเสียหายต่อทรัพยากรป่าไม้
เมื่อวันที่ 3 เมษายน 2569 เวลา 14.00 น. พลตำรวจตรี นันทชาติ ศุภมงคล ที่ปรึกษารัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม เป็นประธานการประชุมศูนย์ปฏิบัติการแก้ไขปัญหาไฟป่าและหมอกควัน (ส่วนหน้า ภาคเหนือ) ประจำปีงบประมาณ 2569 โดยมีผู้บริหารระดับสูงของกระทรวง รวมถึงหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เข้าร่วมทั้งในสถานที่ประชุมกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม และผ่านระบบวิดีโอคอนเฟอเรนซ์ เพื่อประเมินสถานการณ์ล่าสุดและกำหนดแนวทางรับมืออย่างเร่งด่วน
ฮอตสปอตกระจาย สะท้อนความเสี่ยงไฟป่ารุนแรง
ข้อมูลจากดาวเทียมตรวจพบจุดความร้อนจำนวนมากในพื้นที่ป่าอนุรักษ์และป่าสงวนแห่งชาติ โดยเฉพาะในจังหวัดเชียงใหม่ แม่ฮ่องสอน และกาญจนบุรี ซึ่งยังคงถูกจัดเป็นพื้นที่วิกฤตที่ต้องเฝ้าระวังอย่างใกล้ชิด การเพิ่มขึ้นของจุดความร้อนในช่วงฤดูแล้งมักสัมพันธ์กับสภาพอากาศแห้งและกิจกรรมการเผาในพื้นที่เกษตรและพื้นที่ป่า ซึ่งอาจลุกลามเป็นไฟป่าขนาดใหญ่ได้หากไม่สามารถควบคุมได้ทันท่วงที
จุดความร้อนจากดาวเทียมถูกใช้เป็นเครื่องมือสำคัญในการวางแผนเชิงรุกของหน่วยงานรัฐ เพื่อกำหนดลำดับความสำคัญในการเข้าควบคุมไฟ รวมถึงประเมินความเสี่ยงของพื้นที่ที่มีโอกาสเกิดการลุกลามของไฟป่า โดยเฉพาะพื้นที่ป่าต้นน้ำและพื้นที่ภูเขาที่เข้าถึงยาก
สถานการณ์หมอกควันในภาคเหนือมักเกิดซ้ำเป็นประจำในช่วงเดือนมีนาคมถึงเมษายน ซึ่งเป็นช่วงที่สภาพอากาศนิ่งและการระบายอากาศทำได้จำกัด ส่งผลให้ฝุ่นละอองขนาดเล็ก PM2.5 สะสมในชั้นบรรยากาศในระดับที่กระทบต่อสุขภาพประชาชน
สนธิกำลังหลายหน่วยงาน เสริมกำลังคนและอุปกรณ์
"สุชาติ ชมกลิ่น" รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ได้เน้นย้ำให้เกิดการบูรณาการการทำงานร่วมกันของหน่วยงานในสังกัดและหน่วยงานในพื้นที่ โดยเฉพาะการเสริมกำลังเจ้าหน้าที่ดับไฟป่าจากจังหวัดนอกพื้นที่เสี่ยง เช่น ปราจีนบุรี สระบุรี ชลบุรี ขอนแก่น และนครราชสีมา เพื่อเพิ่มศักยภาพในการควบคุมไฟในพื้นที่ภาคเหนือที่มีความรุนแรงของสถานการณ์เพิ่มขึ้น
กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช ได้รับมอบหมายให้สนับสนุนเจ้าหน้าที่เพิ่มเติม ขณะที่กรมควบคุมมลพิษทำหน้าที่สนับสนุนข้อมูลเพื่อการบัญชาการสถานการณ์ รวมถึงจัดส่งรถตรวจวัดคุณภาพอากาศเคลื่อนที่ เพื่อติดตามระดับฝุ่นละออง PM2.5 อย่างต่อเนื่อง
ในระดับพื้นที่ สำนักงานทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมจังหวัด ทำหน้าที่ประสานงานร่วมกับจังหวัดและฝ่ายปกครอง ลงพื้นที่ติดตามสถานการณ์ในทุกอำเภอที่ได้รับผลกระทบ พร้อมสนับสนุนการควบคุมไฟป่าและสื่อสารข้อมูลต่อประชาชนผ่านช่องทางต่าง ๆ เพื่อสร้างความตระหนักถึงผลกระทบของไฟป่า
ใช้เฮลิคอปเตอร์ 5 ลำ เพิ่มประสิทธิภาพเข้าถึงพื้นที่เสี่ยง
สำนักงานปลัดกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมได้สนับสนุนเฮลิคอปเตอร์จำนวน 5 ลำ เพื่อเพิ่มความคล่องตัวในการปฏิบัติภารกิจในพื้นที่ที่เข้าถึงยาก โดยเฉพาะพื้นที่ภูเขาสูงหรือพื้นที่ป่าลึกที่ไม่สามารถเข้าถึงทางภาคพื้นดินได้สะดวก
ภารกิจของเฮลิคอปเตอร์ครอบคลุมทั้งการบินลาดตระเวนเพื่อตรวจจับไฟป่า การลำเลียงเจ้าหน้าที่และอุปกรณ์ดับไฟ รวมถึงการโปรยน้ำเพื่อควบคุมไฟในพื้นที่ที่มีความเสี่ยงสูง ซึ่งเป็นปัจจัยสำคัญในการลดความเสียหายของทรัพยากรป่าไม้และลดการแพร่กระจายของควัน
การใช้เครื่องมือทางอากาศช่วยให้การตอบสนองต่อเหตุไฟป่ามีความรวดเร็วมากขึ้น โดยเฉพาะในช่วงเวลาที่ไฟกำลังเริ่มต้น ซึ่งเป็นช่วงที่สามารถควบคุมได้ง่ายกว่าการปล่อยให้ลุกลามเป็นวงกว้าง
ผลกระทบต่อสุขภาพ เศรษฐกิจ และสิ่งแวดล้อม
ปัญหาไฟป่าและหมอกควันในภาคเหนือส่งผลกระทบต่อสุขภาพของประชาชนอย่างต่อเนื่อง โดยฝุ่น PM2.5 สามารถเข้าสู่ระบบทางเดินหายใจและกระแสเลือด เพิ่มความเสี่ยงต่อโรคทางเดินหายใจ โรคหัวใจ และโรคเรื้อรังอื่น ๆ โดยเฉพาะในกลุ่มเด็ก ผู้สูงอายุ และผู้ที่มีโรคประจำตัว
ในมิติทางเศรษฐกิจ หมอกควันส่งผลต่อภาคการท่องเที่ยวซึ่งเป็นรายได้สำคัญของหลายจังหวัดในภาคเหนือ รวมถึงกระทบต่อภาคเกษตรกรรมและการดำเนินชีวิตประจำวันของประชาชน
ไฟป่ายังสร้างความเสียหายต่อความหลากหลายทางชีวภาพ ทำลายระบบนิเวศ และส่งผลกระทบต่อความสามารถในการดูดซับคาร์บอนของป่าไม้ ซึ่งมีความสำคัญต่อการลดผลกระทบจากการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศในระยะยาว
ลงพื้นที่เชียงใหม่ ติดตามสถานการณ์ใกล้ชิด
ที่ปรึกษารัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม พร้อมคณะกรรมการศูนย์ปฏิบัติการแก้ไขปัญหาไฟป่าและหมอกควัน (ส่วนหน้า ภาคเหนือ) มีกำหนดลงพื้นที่จังหวัดเชียงใหม่ในวันที่ 5 เมษายน 2569 เพื่อติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด พร้อมหารือแนวทางควบคุมไฟป่าในระยะเร่งด่วน และวางแนวทางป้องกันในระยะยาว
การลงพื้นที่ดังกล่าวมีเป้าหมายเพื่อประเมินความต้องการทรัพยากรเพิ่มเติม รวมถึงติดตามการทำงานของหน่วยงานในพื้นที่ และเร่งลดผลกระทบต่อสุขภาพของประชาชน





