วันอาทิตย์ ที่ 5 เมษายน 2569

Login
Login

พบสัตว์ใหม่ 24 ชนิด กลางมหาสมุทรแปซิฟิก ความหลากหลายทางชีวภาพในเขตทำเหมืองทะเลลึก

พบสัตว์ใหม่ 24 ชนิด กลางมหาสมุทรแปซิฟิก ความหลากหลายทางชีวภาพในเขตทำเหมืองทะเลลึก

ทีมนักวิจัยนานาชาติประกาศการค้นพบสัตว์ทะเลน้ำลึกสายพันธุ์ใหม่ถึง 24 ชนิด ในเขตแคลริออน-คลิปเปอร์ตัน (Clarion-Clipperton Zone หรือ CCZ) ใจกลางมหาสมุทรแปซิฟิก ซึ่งจะเป็นพื้นที่ทำเหมืองแร่ทะเลลึก การค้นพบนี้แสดงให้เห็นถึงความหลากหลายทางชีวภาพที่ซ่อนอยู่ใต้ระดับความลึกหลายพันเมตร

สัตว์ที่ถูกค้นพบในครั้งนี้คือ “แอมฟิพอด” (Amphipods) สัตว์กลุ่มครัสเตเชียนขนาดเล็กที่มีลักษณะคล้ายกุ้งแต่ไม่มีกระดอง อาศัยอยู่ในความมืดมิดสนิทภายใต้แรงกดดันมหาศาลที่ระดับความลึกประมาณ 4,000-5,500 เมตร การค้นพบครั้งนี้มีความสำคัญอย่างยิ่ง เนื่องจากพื้นที่ CCZ กำลังเป็นเป้าหมายหลักของการทำเหมืองแร่ในทะเลลึกในอนาคตอันใกล้

แอมฟิพอดมีบทบาทสำคัญอย่างมากในระบบนิเวศน้ำลึก โดยพวกมันทำหน้าที่เป็นทั้งผู้ล่าและสัตว์กินซาก แอมฟิพอดจะช่วยรีไซเคิลสารอาหารจากซากสิ่งมีชีวิตที่ตกลงมาจากพื้นผิวโลก และเป็นแหล่งอาหารที่สำคัญให้กับสัตว์ขนาดใหญ่กว่าในพื้นที่ที่มีอาหารอยู่อย่างจำกัด

พื้นที่เขต CCZ ครอบคลุมพื้นที่กว่า 6 ล้านตารางกิโลเมตร ระหว่างหมู่เกาะฮาวายและประเทศเม็กซิโก แม้จะเป็นพื้นที่ห่างไกล แต่ภูมิภาคนี้กลับได้รับความสนใจอย่างมากเพราะเป็นแหล่งสะสมของ “ก้อนแร่โลหะ” ขนาดเท่ามันฝรั่งกระจายอยู่เต็มพื้นมหาสมุทร แร่ธาตุเหล่านี้มีความสำคัญอย่างมากต่อเทคโนโลยีพลังงานสะอาด เช่น แผงโซลาร์เซลล์และกังหันลม

การค้นพบในครั้งนี้ มีการค้นพบ “วงศ์ใหม่” คือ Mirabestioidea และสกุลใหม่อีก 2 สกุล ได้แก่ Mirabestia และ Pseudolepechinella ถือเป็นเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นได้ยากมากในปัจจุบัน ส่วนสายพันธุ์อื่นกระจายอยู่ในวงศ์ต่าง ๆ ประมาณ 10-11 วงศ์

พบสัตว์ใหม่ 24 ชนิด กลางมหาสมุทรแปซิฟิก ความหลากหลายทางชีวภาพในเขตทำเหมืองทะเลลึก แอมฟิพอดทั้ง 24 สายพันธุ์ที่เพิ่งค้นพบกลางมหาสมุทรแปซิฟิก

ดร.แทมมี ฮอร์ตัน จากศูนย์สมุทรศาสตร์แห่งชาติ (NOC) หนึ่งในผู้นำโครงการกล่าวว่า “การค้นพบวงศ์ใหม่เป็นเรื่องที่น่าตื่นเต้นอย่างยิ่งและเกิดขึ้นได้ยากมาก ดังนั้นนี่จึงเป็นการค้นพบที่พวกเราทุกคนจะจดจำไปตลอด”

หนึ่งในสายพันธุ์ที่เป็นที่น่าสนใจในการค้นพบคือ “Mirabestia maisie” ซึ่งอาศัยอยู่ที่ความลึกประมาณ 4.2 กิโลเมตร นักวิทยาศาสตร์พบว่าอวัยวะส่วนปากและรยางค์ของมันมีรูปแบบที่แตกต่างจากแอมฟิพอดกลุ่มอื่น ๆ ที่เคยรู้จักมาอย่างสิ้นเชิง โดยนักวิจัยพบตัวอย่างมากกว่า 25 ตัว ซึ่งชี้ให้เห็นว่ามันอาจเป็นผู้อาศัยทั่วไปในถิ่นที่อยู่ซึ่งกำลังจะถูกทำเหมือง

นอกจาก Mirabestia แล้ว ยังมีการค้นพบสายพันธุ์อื่น ๆ ที่ทำลายสถิติเดิม เช่น Astyra mclaughlinae ซึ่งเป็นสัตว์ที่อาศัยอยู่ในความลึกที่สุดของสกุลเท่าที่เคยพบว่า หรือ Pardalisca magdalenae ซึ่งปัจจุบันถือเป็นสมาชิกของสกุลที่อาศัยอยู่ในน้ำลึกที่สุดในโลกเช่นกัน 

การค้นพบในครั้งนี้ สร้างความกังวลให้แก่นักวิจัยเป็นอย่างมาก เพราะพื้นที่นี้อาจถูกนำไปทำเหมืองแร่ใต้ทะเล ซึ่งก้อนแร่ที่บริษัทเหมืองแร่ต้องการจะขุดขึ้นมานั้น เป็นรากฐานสำคัญของระบบนิเวศในพื้นที่ การทำเหมืองอาจทำลายถิ่นที่และส่งผลกระทบต่อสิ่งมีชีวิตที่ยังไม่ถูกตั้งชื่ออีกจำนวนมาก

ดร. เอวา สจ๊วต นักวิทยาศาสตร์ทางทะเลลึก อธิบายว่าปัจจุบันมีการบันทึกสิ่งมีชีวิตในภูมิภาคนี้ไปแล้วกว่า 5,500 ชนิด แต่เชื่อกันว่า 90% ของสายพันธุ์ทั้งหมดใน CCZ ยังไม่มีชื่อเรียกอย่างเป็นทางการ เธอเตือนว่าหากไม่มีการตั้งชื่อและระบุตัวตนที่ชัดเจน เราก็จะไม่สามารถกำหนดมาตรการทางกฎหมายเพื่อปกป้องสายพันธุ์เหล่านั้นจากการทำเหมืองได้

โครงการนี้เป็นส่วนหนึ่งของแคมเปญ “One Thousand Reasons” ภายใต้ความร่วมมือกับองค์การพื้นดินใต้น้ำระหว่างประเทศ (ISA) ซึ่งมีเป้าหมายที่จะตั้งชื่อสิ่งมีชีวิตชนิดใหม่ในทะเลลึกให้ได้ 1,000 ชนิดภายในสิ้นทศวรรษนี้ ความพยายามนี้มีจุดประสงค์เพื่อลดช่องว่างระหว่างจำนวนสิ่งมีชีวิตที่มีอยู่จริงกับที่วิทยาศาสตร์รู้จัก ก่อนที่อุตสาหกรรมจะเริ่มดำเนินการ

กระบวนการค้นพบในครั้งนี้ เป็นผลมาจากการประชุมเชิงปฏิบัติการด้านอนุกรมวิธาน (Taxonomy Workshop) ที่จัดขึ้น ณ มหาวิทยาลัยลอดซ์ ประเทศโปแลนด์ ในปี 2024 ทีมนักวิจัย 16 คน ซึ่งรวมถึงนักวิทยาศาสตร์รุ่นเยาว์และนักศึกษา ได้มารวมตัวกันเพื่อวิเคราะห์ตัวอย่างที่เก็บรวบรวมมาจากการสำรวจมหาสมุทรแปซิฟิกหลายครั้ง

ดร. แอนนา ยาจเจฟสกา จากมหาวิทยาลัยลอดซ์ กล่าวว่า “นี่คือกระบวนการความร่วมมืออย่างแท้จริงที่ช่วยให้เราบรรลุเป้าหมายอันทะเยอทะยานในการอธิบายสายพันธุ์ใหม่มากกว่า 20 ชนิดภายในหนึ่งปี ซึ่งเป็นสิ่งที่แทบจะเป็นไปไม่ได้เลยหากต่างคนต่างทำงานแยกกัน”

เทคโนโลยีที่นำมาใช้ในงานนี้ มีตั้งแต่กล้องจุลทรรศน์สแกนด้วยเลเซอร์ที่สร้างภาพ 3 มิติของสัตว์ ไปจนถึงการย้อมสีเรืองแสงเพื่อดูรายละเอียดของขนและข้อต่อ นอกจากนี้ยังมีการใช้ “บาร์โค้ดดีเอ็นเอ” (DNA barcoding) เพื่อยืนยันว่าแต่ละสายพันธุ์มีความแตกต่างกันทางพันธุกรรมอย่างแท้จริง แม้บางชนิดจะมีรูปร่างหน้าตาคล้ายกันมากก็ตาม

สำหรับเกณฑ์การตั้งชื่อสายพันธุ์ใหม่ มีที่มาหลากหลาย เช่น Lepidepecreum myla ที่ได้รับแรงบันดาลใจจากตัวละคร Myla ในวิดีโอเกม Hollow Knight โดยผู้วิจัยให้เหตุผลว่าทั้งคู่เป็นสัตว์ขาปล้องตัวน้อย ที่พยายามดิ้นรนเอาชีวิตรอดในความมืดมิดเหมือนกัน

นอกจากนี้ ยังมีการใช้ชื่อเพื่อสะท้อนถึงมิตรภาพในการทำงาน เช่น การใช้คำว่า “apricity” ซึ่งหมายถึงความรู้สึกอบอุ่นของแสงแดดในฤดูหนาว มาตั้งชื่อให้กับสกุลใหม่ ดร. ฮอร์ตันกล่าวว่าคำนี้เหมาะสมมากสำหรับการทำงานร่วมกันที่เต็มไปด้วยความอบอุ่นท่ามกลางหิมะของโปแลนด์ในช่วงที่จัดการประชุม

หากนักวิทยาศาสตร์ยังคงสามารถระบุสายพันธุ์ใหม่ได้ในอัตรา 25 ชนิดต่อปี คาดว่าแอมฟิพอดในเขต CCZ ฝั่งตะวันออกอาจถูกจัดทำทะเบียนได้เกือบครบถ้วนภายในทศวรรษหน้า แต่ก็ต้องขึ้นอยู่กับปัจจัยด้านงบประมาณ การเข้าถึงตัวอย่าง และความพร้อมของบุคลากรที่เต็มใจจะศึกษาด้วย

การค้นพบสัตว์สายพันธุ์ใหม่ 24 ชนิด ในเขตมหาสมุทรที่เราแทบไม่รู้จักเลย เป็นหลักฐานแสถงถึงวามซับซ้อนและเปราะบางของชีวิตในเขตแคลริออน-คลิปเปอร์ตัน การตั้งชื่อและอธิบายลักษณะของพวกมันเป็นก้าวแรกที่สำคัญที่สุดในการสื่อสารให้โลกได้รับรู้ว่า ใต้ความลึกของมหาสมุทรนั้นมีชีวิตที่ทรงคุณค่าและสมควรได้รับการปกป้องดูแลอย่างเหมาะสม และเป็นปัจจัยชี้ขาดว่ากฎระเบียบในอนาคตจะสามารถปกป้องระบบนิเวศใต้ท้องทะเลแปซิฟิกได้จริงหรือไม่ ก่อนที่เครื่องจักรทำเหมืองแร่จะเดินทางไปถึง


ที่มา: EarthPhysScience DailyZME Science