วันพุธ ที่ 1 เมษายน 2569

Login
Login

‘ปลาบึก’ ในแม่น้ำโขงใกล้สูญพันธุ์ หายากขึ้น ตัวเล็กลง ผลจากการสร้างเขื่อน-ประมงเกินขีดจำกัด

‘ปลาบึก’ ในแม่น้ำโขงใกล้สูญพันธุ์ หายากขึ้น ตัวเล็กลง ผลจากการสร้างเขื่อน-ประมงเกินขีดจำกัด

รายงานล่าสุดจากอนุสัญญาว่าด้วยการอนุรักษ์ชนิดพันธุ์สัตว์ป่าที่อพยพย้ายถิ่น (CMS) ภายใต้การสนับสนุนขององค์การสหประชาชาติ เปิดเผยข้อมูลที่น่าตกใจว่า ประชากรปลาน้ำจืดที่อพยพย้ายถิ่นทั่วโลกมีจำนวนลดลงอย่างรุนแรงถึง 81% นับตั้งแต่ปี 1970 ปลาเหล่านี้เป็นแต่กลับเป็นกลุ่มสัตว์ที่มีความเปราะบางและเสี่ยงต่อการสูญพันธุ์สูงที่สุดกลุ่มหนึ่งในปัจจุบัน

การศึกษานี้ถือเป็นการประเมินสถานภาพของปลาอพยพที่ครอบคลุมที่สุดเท่าที่เคยมีมา โดยทีมนักวิทยาศาสตร์นานาชาติวิเคราะห์ข้อมูลของปลาน้ำจืดมากกว่า 15,000 สายพันธุ์ ซึ่งคิดเป็นครึ่งหนึ่งของสายพันธุ์ปลาทั้งหมดในโลก และพบว่ามีปลาถึง 325 สายพันธุ์ที่เดินทางข้ามพรมแดนประเทศและควรได้รับความคุ้มครองในระดับสากล 

แต่ในความเป็นจริงมีปลาเพียง 24 สายพันธุ์เท่านั้น ที่ได้รับการขึ้นทะเบียนคุ้มครองภายใต้อนุสัญญา CMS ส่วนใหญ่เป็นปลาสเตอร์เจียนที่ถูกล่าเพื่อเอาไข่ปลาคาร์เวียร์

ปลาอพยพเหล่านี้ ไม่ได้มีความสำคัญแค่ในเชิงระบบนิเวศเท่านั้น แต่ยังแหล่งโปรตีนและรายได้หลักของชุมชนท้องถิ่นที่อาศัยอยู่ตามริมฝั่งแม่น้ำสายหลักทั่วโลก หากพวกมันหายไปจะส่งผลกระทบต่อความมั่นคงทางอาหารของมนุษย์มากกว่า 200 ล้านคนทั่วโลก 

ดร.เซ็บ โฮแกน ศาสตราจารย์จากมหาวิทยาลัยเนวาดาและผู้จัดทำรายงานฉบับนี้ ระบุว่า “มันยากมากที่จะจินตนาการถึงสิ่งที่เกิดขึ้นใต้น้ำ  แต่มีปลาหลายพันล้านตัวที่กำลังทำการอพยพครั้งยิ่งใหญ่ ซึ่งเป็นการอพยพของสัตว์ที่ใหญ่ที่สุดในโลก”

ปัจจัยหลักที่ทำให้ปลาเหล่านี้มีจำนวนลดลง คือ การสร้างเขื่อนและโครงสร้างพื้นฐานที่ทำให้แม่น้ำขาดความต่อเนื่องและเกิดการแตกแยกของถิ่นที่อยู่ เขื่อนเหล่านี้ไม่เพียงแต่ปิดกั้นเส้นทางการเดินทางไปยังแหล่งวางไข่ แต่ยังเปลี่ยนกระแสน้ำและอุณหภูมิที่จำเป็นต่อวงจรชีวิตของปลา

นอกจากปัญหาเรื่องเขื่อนแล้ว ปัญหามลพิษที่ไหลลงสู่แหล่งน้ำและการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศยังทำวิกฤตินี้ให้รุนแรงขึ้น อุณหภูมิของน้ำที่สูงขึ้นและระดับน้ำที่เปลี่ยนแปลงไปส่งผลกระทบโดยตรงต่อความทนทานและการแพร่กระจายของปลาอพยพ ทำให้พวกมันต้องเผชิญกับแรงกดดันในทุกช่วงวัยของชีวิต

ขณะเดียวกัน การทำประมงเกินขนาดและการล่าที่ผิดกฎหมายก็เป็นอีกสาเหตุสำคัญที่ทำให้ประชากรปลาลดลงอย่างรวดเร็ว ปลาสายพันธุ์ที่มีขนาดใหญ่มักจะตกเป็นเป้าหมายหลักของการล่า ซึ่งส่งผลให้ปลาเหล่านี้ไม่มีโอกาสที่จะเติบโตจนถึงวัยเจริญพันธุ์หรือส่งต่อพันธุกรรมไปยังรุ่นต่อไปได้ทัน

 

ชะตากรรมของปลาบึกในลุ่มน้ำโขง

“แม่น้ำโขง” เป็นหนึ่งในพื้นที่มีความหลากหลายทางชีวภาพน้ำจืดสูงที่สุดในโลก และเป็นแหล่งที่อยู่อาศัยของปลาอพยพที่มีความสำคัญระดับโลก แต่ตอนนี้ระบบการอพยพของปลากำลังล่มสลาย จำนวนปลาลดลงอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะ “ปลาบึก” ปลาน้ำจืดที่มีขนาดใหญ่ที่สุดชนิดหนึ่งของโลก กำลังตกอยู่ในสถานะวิกฤตต่อการสูญพันธุ์อย่างยิ่ง

รายงานระบุว่า ในปัจจุบันปลาบึกขนาดใหญ่หาได้ยากขึ้นมาก และปลาที่จับได้กลับมีขนาดเล็กลงเหลือเพียงครึ่งเดียวเมื่อเทียบกับอดีต เนื่องจากการทำประมงเกินขนาด 

“แม่น้ำโขงมีปลาที่หนักได้มากกว่า 295 กิโลกรัม และสามารถอพยพได้ไกลกว่า 11,000 กิโลเมตร  มีสัตว์ทุกรูปทรงและทุกขนาดที่คุณจะจินตนาการได้” ดร.โฮแกนกล่าว

ขณะเดียวกันยังมีการสร้างเขื่อนจำนวนมากบนลำน้ำสายหลักของแม่น้ำโขง ทำให้ปลาบึกไม่สามารถเดินทางไปยังแหล่งวางไข่ได้ นอกจากนี้ การเปลี่ยนแปลงของระดับน้ำจากเขื่อน ยังทำให้ปลาไม่สามารถเข้าถึงพื้นที่ที่เหมาะสมสำหรับการขยายพันธุ์ได้ ซึ่งเป็นภัยคุกคามต่อความอยู่รอดของสายพันธุ์ในระยะยาว

หากไม่มีการจัดการที่รวดเร็ว ปลาขนาดใหญ่ที่เป็นสัญลักษณ์ของแม่น้ำโขงอย่างปลาบึกอาจต้องเผชิญกับชะตากรรมเดียวกับ “ฉลามปากเป็ดจีน” ที่ประกาศสูญพันธุ์ไปเมื่อไม่นานมานี้ 

แม่น้ำสายหลักของโลกเกือบครึ่งหนึ่งเป็นแม่น้ำข้ามพรมแดนที่ไหลผ่านหลายประเทศ แต่ละประเทศมักจะบริหารจัดการแม่น้ำในฐานะทรัพยากรท้องถิ่น โดยไม่ได้คำนึงถึงผลกระทบที่เกิดขึ้นกับระบบนิเวศตลอดสายน้ำ

สำหรับลุ่มแม่น้ำโขง ความท้าทายที่ยิ่งใหญ่ที่สุดคือประเทศสมาชิกในลุ่มน้ำตอนล่าง ได้แก่ ไทย กัมพูชา ลาว และเวียดนาม ยังไม่ได้เข้าเป็นภาคีสมาชิกของอนุสัญญา CMS ดร. โฮแกนมองว่านี่คือโอกาสสำคัญที่จะสร้างความร่วมมือในระยะยาวเพื่อใช้เครื่องมือและกลไกสากลในการปกป้องแหล่งน้ำที่สำคัญแห่งนี้

ขณะที่ มิเชล ธีม รองประธานฝ่ายปลาน้ำจืดของ WWF สหรัฐ กล่าวอย่างชัดเจนว่า “แม่น้ำไม่รู้จักพรมแดน และปลาที่พึ่งพาแม่น้ำก็ไม่รู้จักพรมแดนเช่นกัน” เธอเรียกร้องให้มีการมองแม่น้ำเป็นระบบที่เชื่อมต่อกันทั้งหมด และเร่งลงทุนในการแก้ไขปัญหาในระดับลุ่มน้ำก่อนที่เวลาจะหมดลง

ดร.โฮแกน ทิ้งท้ายไว้ว่า แม้จำนวนประชากรปลาจะลดลงจนน่าตกใจ แต่ยังมองในแง่ดีว่า ปลา 325 สายพันธุ์ ถือเป็นโอกาสที่เราจะทำงานร่วมกัน และเน้นย้ำว่ายังมีโอกาสปลาเหล่านี้จะเพิ่มจำนวนขึ้นได้อีก หากพวกมันสามารถอพยพผ่านระบบน้ำที่สมบูรณ์ได้อีกครั้ง


ที่มา: BBCCNNThe Guardian