วันพุธ ที่ 1 เมษายน 2569

Login
Login

‘กิมจิ’ ช่วยขับ ‘นาโนพลาสติก’ ออกจากร่างกาย จุลินทรีย์ดักจับพลาสติกในลำไส้

‘กิมจิ’ ช่วยขับ ‘นาโนพลาสติก’ ออกจากร่างกาย จุลินทรีย์ดักจับพลาสติกในลำไส้

มลพิษจากพลาสติก” กลายเป็นหนึ่งในปปัญหาสิ่งแวดล้อมที่รุนแรงที่สุด แถมยังใกล้ตัวเรามากยิ่งขึ้น ทุกวันนี้เราอาจรับประทาน ชิ้นส่วนพลาสติกขนาดเล็กเข้าไปโดยไม่รู้ตัวถึงปีละกว่า 100,000 ชิ้น ซึ่งปนเปื้อนอยู่ในน้ำ เกลือ อาหาร หรือแม้แต่ฝุ่นละอองในอากาศที่เราหายใจ และยังแทบไม่มีวิธีเอาพลาสติกเหล่านี้ออกจากร่างกาย แต่ล่าสุดงานวิจัยพบว่า “กิมจิ” สามารถช่วยขับ “นาโนพลาสติก” ออกจากร่างกายได้

นาโนพลาสติก” (Nanoplastics) มีขนาดเล็กกว่า 1 ไมโครเมตร มองไม่เห็นได้ด้วยตาเปล่า สามารถเล็ดลอดผ่านผนังลำไส้เข้าสู่กระแสเลือดได้ เมื่อเข้าสู่ระบบหมุนเวียนเลือดแล้ว พวกมันจะเข้าไปสะสมตามอวัยวะสำคัญต่าง ๆ เช่น ไต ตับ รวมไปถึงสมอง ซึ่งพบว่ามีความเข้มข้นของพลาสติกในสมองสูงกว่าอวัยวะอื่น

อย่างไรก็ตาม ทีมนักวิจัยจาก สถาบันกิมจิโลก (World Institute of Kimchi หรือ WiKim) ในเกาหลีใต้ ภายใต้การนำของ ดร.อี เซฮี และดร.วอน แทอุง ค้นพบว่า แบคทีเรียกรดแลกติกที่มีอยู่ในกิมจิชื่อว่า Leuconostoc mesenteroides CBA3656 สามารถดักจับพลาสติกด้วยกระบวนการ “การดูดซับทางชีวภาพ” (Biosorption) 

กลไกการทำงานของแบคทีเรียชนิดนี้ เปรียบเสมือนมีตะขออยู่บนผนังเซลล์ คอยดักจับและยึดเกาะกับอนุพลาสติกที่ผ่านมาในลำไส้ กระบวนการนี้ช่วยให้พลาสติกถูกยึดไว้กับจุลินทรีย์และไม่สามารถซึมผ่านเนื้อเยื่อลำไส้เข้าไปสู่ส่วนอื่น ๆ ของร่างกายได้

ในการทดลองระดับห้องปฏิบัติการ แบคทีเรียสายพันธุ์ CBA3656 นี้แสดงประสิทธิภาพในการจับพลาสติกสูงถึง 87% ภายใต้สภาวะมาตรฐาน ซึ่งเป็นตัวเลขที่น่าทึ่ง แสดงให้เห็นว่าจุลินทรีย์ชนิดนี้มีจับพลาสติกได้มากกว่าสายพันธุ์อื่นอย่างมีนัยสำคัญ

นอกจากนี้ แบคทีเรียชนิดนี้ยังมีความทนทานสูงมาก นักวิจัยได้จำลองสภาวะในลำไส้มนุษย์ที่มีความปั่นป่วน เป็นกรด และเต็มไปด้วยเอนไซม์ ซึ่งแบคทีเรียกรดแลกติกสายพันธุ์อื่นมักจะสูญเสียความสามารถในการจับพลาสติกจนเหลือเพียง 3% แต่ CBA3656 ยังคงรักษาประสิทธิภาพการดูดซับไว้ได้สูงถึง 57%

เพื่อยืนยันผลลัพธ์ในสิ่งมีชีวิต ทีมวิจัยได้ทำการทดลองใน หนูทดลองปลอดเชื้อ ซึ่งเป็นหนูที่ไม่มีจุลินทรีย์ในลำไส้ตามธรรมชาติ เพื่อศึกษาผลของแบคทีเรียกิมจิเพียงอย่างเดียวโดยไม่มีปัจจัยอื่นแทรกแซง ผลการทดลองพบว่า หนูที่ได้รับจุลินทรีย์ CBA3656 พร้อมกับนาโนพลาสติกประเภทพอลิสไตรีน มีการขับถ่ายพลาสติกออกมาทางอุจจาระมากกว่าหนูกลุ่มควบคุมถึง 2 เท่า 

ดร.เซฮี หัวหน้าทีมวิจัยระบุว่า “การปนเปื้อนของพลาสติกเป็นความท้าทายใหม่ด้านสาธารณสุข และการค้นพบของเราชี้ให้เห็นว่า จุลินทรีย์จากอาหารหมักดั้งเดิมอาจเป็นแนวทางใหม่ทางชีวภาพในการแก้ไขปัญหานี้ และเราจะเดินหน้าขยายคุณค่าทางวิทยาศาสตร์ของทรัพยากรจุลินทรีย์ในกิมจิเพื่อสุขภาพของผู้คนต่อไป”

การกำจัดนาโนพลาสติกในร่างกายมนุษย์ ด้วยกิมจิยังมีความปลอดภัยอีกด้วย เนื่องจากมนุษย์บริโภคอาหารหมักชนิดนี้มานานหลายชั่วอายุคน แบคทีเรียนี้จึงเป็นเชื้อที่ร่างกายคุ้นเคยอยู่แล้ว นักวิจัยไม่ต้องกังวลเรื่องความเสี่ยงที่แฝงมากับสายพันธุ์ใหม่ 

แม้ผลการวิจัยจะน่าตื่นเต้นเพียงใด แต่งานวิจัยนี้ยังอยู่ในขั้นเริ่มต้น เนื่องจากการทดลองยังจำกัดอยู่เพียงพลาสติกชนิดพอลิสไตรีนเท่านั้น และยังไม่แน่ชัดว่าจะให้ผลลัพธ์แบบเดียวกันกับพลาสติกชนิดอื่น ๆ ที่พบได้ทั่วไปหรือไม่

นอกจากนี้ สภาวะในลำไส้ของมนุษย์จริง ๆ ยังมีความซับซ้อนมากกว่าในหลอดทดลองหรือในหนูปลอดเชื้อ เพราะมีจุลินทรีย์ประจำถิ่นนับล้านล้านตัวที่คอยแย่งชิงทรัพยากรกัน ซึ่งจำเป็นต้องมีการศึกษาเพิ่มเติมว่าจุลินทรีย์จากกิมจิจะยังคงทำหน้าที่กำจัดพลาสติก ได้ดีแค่ไหนท่ามกลางระบบนิเวศลำไส้ที่หนาแน่น

ในอนาคตอันใกล้ เราอาจเห็นการพัฒนาโพรไบโอติกเฉพาะทาง ที่ถูกออกแบบมาเพื่อลดพิษจากสิ่งแวดล้อมโดยเฉพาะ ซึ่งอาจจะเป็นในรูปแบบของโยเกิร์ตหรืออาหารเสริมสำหรับผู้ที่อาศัยอยู่ในพื้นที่ที่มีมลพิษสูง หรือผู้ที่บริโภคอาหารทะเลเป็นจำนวนมากซึ่งเป็นแหล่งสะสมหลักของไมโครพลาสติก

แม้ว่าการกินกิมจิจะไม่ช่วยล้างพลาสติกออกจากร่างกายได้ทั้งหมด แต่การเลือกรับประทานอาหารที่มีจุลินทรีย์ที่มีประโยชน์อย่างกิมจิเป็นประจำ ก็นับเป็นการสร้างเกราะป้องกันเบื้องต้นที่ทำได้ง่ายและส่งผลดีต่อสุขภาพโดยรวม


ที่มา: EarthPhysScitech DailyZME Science