“ฟองน้ำล้างจาน” อุปกรณ์พื้นฐานที่แทบทุกบ้านต้องมีติดครัวไว้ แต่ผลการศึกษาล่าสุดระบุว่าอุปกรณ์ทำความสะอาดที่ใช้กันทุกวันนี้ เป็นแหล่งกำเนิด “ไมโครพลาสติก” ที่ถูกมองข้ามมาโดยตลอด
ทีมนักวิจัยนำโดยมหาวิทยาลัยบอนน์ ประเทศเยอรมนีการศึกษาเจาะลึกว่ามีอนุภาคพลาสติกหลุดรอดออกมาจากฟองน้ำระหว่างการล้างจานมากน้อยเพียงใด และสิ่งนี้ส่งผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมอย่างไรภายใต้สภาวะการใช้งานจริง เพื่อประเมินผลกระทบผ่านการประเมินวัฏจักรชีวิต (Life Cycle Assessment) อย่างเป็นระบบ โดยเชิญชวนอาสาสมัครจากเยอรมนีและอเมริกาเหนือให้เข้าร่วมทดลองใช้ฟองน้ำในชีวิตประจำวันและบันทึกข้อมูลอย่างละเอียด
อาสาสมัครจะได้รับฟองน้ำ 3 ประเภทที่แตกต่างกัน สำหรับใช้ในครัวเรือน โดยมีการชั่งน้ำหนักฟองน้ำทั้งก่อนและหลังการใช้งาน เพื่อคำนวณหามวลของเนื้อวัสดุที่สูญหายไปจากการสึกหรอ นอกจากนี้ นักวิจัยยังได้สร้างอุปกรณ์ทดสอบอัตโนมัติที่ชื่อว่า “SpongeBot” ขึ้นในห้องปฏิบัติการ เพื่อจำลองแรงกดและแรงเสียดทานทางกลที่ฟองน้ำต้องเผชิญระหว่างการล้างจาน
ผลการศึกษาพบว่า ฟองน้ำทุกประเภทที่นำมาทดสอบมีการสูญเสียเนื้อวัสดุและปล่อยไมโครพลาสติกออกมา โดยปริมาณที่ปล่อยออกมาสูงถึง 4.2 กรัมต่อชิ้นต่อปี ขึ้นอยู่กับประเภทของฟองน้ำที่ใช้ ซึ่งฟองน้ำที่มีส่วนประกอบของพลาสติกน้อยกว่าจะปล่อยอนุภาคไมโครพลาสติกออกมาสู่สิ่งแวดล้อมน้อยกว่าฟองน้ำที่เป็นพลาสติกสังเคราะห์ล้วนอย่างมีนัยสำคัญ
เมื่อนำข้อมูลระดับบุคคลมาคำนวณในระดับประเทศ พบว่าหากทุกครัวเรือนในเยอรมนีใช้ฟองน้ำประเภทที่หลุดล่อนง่าย อาจมีไมโครพลาสติกหลุดรอดลงสู่ระบบน้ำได้มากถึง 355 ตันต่อปี แม้ว่าโรงบำบัดน้ำเสียสมัยใหม่จะสามารถกรองอนุภาคพลาสติกเหล่านี้ไว้ได้เป็นส่วนใหญ่ แต่ก็ยังคงมีปริมาณหลายตันที่หลุดรอดผ่านระบบกรองเข้าไปสะสมในแหล่งน้ำธรรมชาติและดินในทุก ๆ ปี
งานวิจัยระบุว่าอนุภาคเหล่านี้ สามารถเข้าไปสะสมในทางเดินหายใจ และอาจเชื่อมโยงกับโรคมะเร็งรวมถึงปัญหาการมีบุตรยากทั้งในเพศชายและหญิ
แฮร์รี่ แมคเฟอร์สัน ผู้เชี่ยวชาญด้านสภาพภูมิอากาศจาก Deep Science Ventures ให้ความเห็นว่าการที่พลาสติกถูกดักไว้ที่โรงบำบัดน้ำเสียนั้นไม่ใช่ทางออกที่ดีนัก เพราะกากตะกอนจากการบำบัดน้ำเสียมักถูกนำไปใช้เป็นปุ๋ยในพื้นที่เกษตรกรรม ซึ่งหมายความว่าไมโครพลาสติกจะกลับไปปนเปื้อนในดินและเข้าสู่ห่วงโซ่อาหารในที่สุด
“เราต้องหาวิธีกำจัดสารอันตรายในกากตะกอนน้ำเสียก่อนนำไปใช้เป็นปุ๋ย หรือค้นหาวิธีการกำจัดกากตะกอนที่ปลอดภัยกว่านี้เพื่อป้องกันมลพิษย้อนกลับสู่มนุษย์” แมคเฟอร์สันกล่าว
สำหรับผู้บริโภคที่ต้องการลดผลกระทบ แมคเฟอร์สันแนะนำว่า การเปลี่ยนไปใช้ฟองน้ำที่ทำจากพืช (Plant-based) และวัสดุที่ย่อยสลายได้เองตามธรรมชาติ จะช่วยลดการปล่อยไมโครพลาสติกตั้งแต่ต้นทาง
นอกจากนี้ การปรับเปลี่ยนพฤติกรรม เช่น การใช้น้ำให้น้อยลงขณะล้างจาน และการยืดอายุการใช้งานฟองน้ำให้ยาวนานขึ้น จะช่วยลดการใช้ทรัพยากรโดยรวมได้อย่างเห็นผลที่สุด
ที่มา: Earth, Newsweek, Technology Networks





