วันอังคาร ที่ 3 มีนาคม 2569

Login
Login

Sustainomy กติกาใหม่กู้โลกป่วย สร้างประเทศไทยคุณภาพสูง ยุควิกฤติซ้อนวิกฤติ

Sustainomy กติกาใหม่กู้โลกป่วย สร้างประเทศไทยคุณภาพสูง ยุควิกฤติซ้อนวิกฤติ

งาน FUTUREADY 2026 ภายใต้ธีม “SUSTAINOMY: Economic Growth + Sustainable Future” จัดโดย BRANDi Institute of Systematic Transformation (BiOST) ร่วมกับ บริษัท ไทยเบฟเวอเรจ จำกัด (มหาชน) และพันธมิตรทั้งในประเทศและระดับโลก โดยในช่วง Thought in Print “ปิยะชาติ อิศรภักดี” ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท แบรนดิ แอนด์ คอมพานีส์ จำกัด และผู้ก่อตั้ง BiOST ได้นำเสนอวิสัยทัศน์ผ่านหนังสือ Sustainomy ซึ่งถ่ายทอดกรอบคิดเศรษฐกิจใหม่ที่หลอมรวม “การเติบโตทางเศรษฐกิจ” และ “อนาคตที่ยั่งยืน” ให้เป็นเรื่องเดียวกัน มุ่งแก้ปัญหาที่ต้นเหตุเชิงโครงสร้าง มากกว่าการเยียวยาเพียงผิวเผิน

Sustainomy กติกาใหม่กู้โลกป่วย สร้างประเทศไทยคุณภาพสูง ยุควิกฤติซ้อนวิกฤติ

วินิจฉัยโลก ป่วยระยะที่ 4 และภาวะ 4 ต.

“ปิยะชาติ” ฉายภาพความท้าทายของโลกปัจจุบันว่า เหมือนการเข้าห้องสอบที่เปลี่ยนจาก “ข้อสอบปรนัย” ที่เราคุ้นเคย กลายเป็น “ข้อสอบอัตนัย” ที่เต็มไปด้วยโจทย์ยากและซับซ้อน ท่ามกลาง Polycrisis (ภาวะวิกฤติซ้อนวิกฤติ) ที่หลายปัญหาเกิดพร้อมกันและเชื่อมโยงกันเป็นลูกโซ่ อีกทั้งโลกกำลังเผชิญอาการป่วยระยะที่ 4 ซึ่งระบบนิเวศเดิมเริ่มพังทลาย และกติกาศตวรรษที่ 20 ไม่อาจแก้ปัญหาศตวรรษที่ 21 ได้อีกต่อไป โดยความซับซ้อนนี้ถูกสรุปผ่านภาวะ “4 ต.” ได้แก่

  • ตื่นตูม (Uncertainty): ความไม่แน่นอนของนโยบายและเทคโนโลยีที่ก้าวกระโดด โดยเฉพาะความก้าวหน้าของ AI จากประเทศจีนที่สามารถนำหุ่นยนต์มาใช้ในเชิงพาณิชย์ได้แล้ว
  • แตกแยก (Conflict): ความขัดแย้งทางภูมิรัฐศาสตร์ที่มีสงครามและการกระทบกระทั่งกระจายอยู่ทั่วโลกกว่า 59 แห่ง
  • ต่ำ (Low Growth & High Temp): อัตราการเติบโตทางเศรษฐกิจ (GDP) ที่ติดตันและเติบโตต่ำลงอย่างต่อเนื่อง พร้อมกับอุณหภูมิโลกที่มีแนวโน้มเพิ่มสูงถึง 2.6 องศาเซลเซียสหากไม่มีการแก้ไข
  • ตัดการพึ่งพาเงินดอลลาร์ (De-dollarization): การลดการพึ่งพาเงินดอลลาร์สหรัฐฯ และการปรับเปลี่ยนขั้วอำนาจเศรษฐกิจโลกไปสู่พหุภาคีนิยม (Multilateralism) ซึ่งสร้างความซับซ้อนในมิติภูมิเศรษฐศาสตร์ (Geoeconomics)

Sustainomy กติกาใหม่กู้โลกป่วย สร้างประเทศไทยคุณภาพสูง ยุควิกฤติซ้อนวิกฤติ

ในมุมมองของ “ปิยะชาติ” ภาวะ De-dollarization สะท้อนการเปลี่ยนขั้วอำนาจและการลดการพึ่งพาเงินดอลลาร์ เมื่อสหรัฐอเมริกา ซึ่งเคยทำหน้าที่ “พี่ใหญ่” ของระบบการเงินโลก หันกลับมาดูแลผลประโยชน์ตนเองมากขึ้น ระเบียบโลกแบบขั้วเดียวจึงเริ่มสั่นคลอน และโลกค่อย ๆ เคลื่อนไปสู่ระบบหลายขั้ว

De-dollarization จึงไม่ใช่เพียงเรื่องค่าเงิน แต่คือเกมภูมิเศรษฐศาสตร์ที่ใช้เครื่องมือทางการเงินเป็นอำนาจต่อรอง ท่ามกลางบริบทที่เศรษฐกิจโลกเติบโตต่ำ แต่หนี้พุ่งสูง โครงสร้างทุนแบบเดิมเริ่มตึงตัวและเปราะบาง ผู้นำองค์กรจึงต้องเปลี่ยนมุมคิดจากกำไรระยะสั้น ไปสู่การสร้างความยืดหยุ่นและความมั่นคงระยะยาว

อย่างไรก็ตาม วิกฤตินี้คือโอกาสให้ไทยร่วม “เขียนกติกาใหม่” ภายใต้กรอบ Sustainomy ที่นิยามทุนใหม่ผ่านคนและทรัพยากรยั่งยืน เพื่อผสานการเติบโตทางเศรษฐกิจกับอนาคตที่ยั่งยืนให้เป็นเรื่องเดียวกัน ในโลกที่ไม่มีพี่ใหญ่คุ้มครองแบบเดิม

Sustainomy กติกาใหม่ และปรับโครงสร้างทุน (4D) 

“ปิยะชาติ” เปรียบเทียบว่าการแก้ปัญหาเศรษฐกิจแบบเดิม ๆ เปรียบเสมือนการกินยาพารา ที่ช่วยบรรเทาอาการปวดหัวแต่ไม่ได้รักษาโรคที่โครงสร้าง สิ่งที่โลกต้องการคือการปรับโครงสร้างทางความคิดใหม่ โดยเปลี่ยนจากองค์กรที่แสวงหาเพียงผลกำไร (Profit) ไปสู่การให้ความสำคัญกับ 4P คือ Profit, People, Planet และ P ตัวที่ 4 คือ Peace หรือความสงบสุขและความมั่นคงในระยะยาว ที่จำเป็นต่อการสร้างความเชื่อมั่นให้นักลงทุน

ในการเปลี่ยนผ่านนี้ "Sustainomy" ได้เสนอแนวคิดการปรับโครงสร้างทุนผ่านกรอบ 4D เพื่อเพิ่มมูลค่าให้กับทรัพยากร

  • Define (นิยามทุนใหม่): เปลี่ยนจากการบริหารทรัพยากรมนุษย์ มาเป็น "คนคือทุน" และมองว่าคาร์บอนสามารถเป็นทุนสำรองของโลกได้
  • Develop (สร้างมูลค่าเพิ่ม): พัฒนาอุตสาหกรรมผ่านระบบ Upcycling Economy เช่น การเปลี่ยนหนี้เสีย (NPL) ให้กลายเป็นหนี้ที่มีคุณภาพ (Re-performing Loan)
  • Distribute (กระจายทุน): สร้างความเข้มแข็งให้กลุ่มคนตัวกลางและ SMEs ให้มีผลิตภาพสูง และเป็น Global Brand เหมือนโมเดลในประเทศญี่ปุ่นและอิตาลี
  • Deploy (เชื่อมโยงกลไก): ออกแบบการเชื่อมโยงระหว่างระดับมหภาค ตลาด และระดับจุลภาค ให้สอดประสานกัน

กลยุทธ์การกระจายทุน

“ปิยะชาติ” บอกว่า การกระจายทุนไปยังภาคส่วนต่าง ๆ อย่างเหมาะสม โดยเฉพาะกลุ่มคนตัวกลางและภาคธุรกิจ SME ซึ่งเปรียบเสมือนกระดูกสันหลังของระบบเศรษฐกิจ โดยในอนาคตต้องเป็น Economy of the Middle ที่เน้นความแข็งแกร่งของชนชั้นกลางและผู้ประกอบการรายย่อย

กลยุทธ์การกระจายทุนอย่างมีโครงสร้างประกอบด้วยประเด็นสำคัญ ดังนี้

  • การเชื่อมโยงธุรกิจขนาดใหญ่ และ SMEs: บริษัทขนาดใหญ่ไม่จำเป็นต้องทำทุกอย่างเอง แต่ควรใช้ SMEs เป็นส่วนหนึ่งของ Supply Chain ผ่านการร่วมลงทุน หรือการร่วมทุนระหว่าง 2 องค์กรขึ้นไป เพื่อให้เกิดความคล่องตัวในการสร้างนวัตกรรมใหม่ ๆ
  • การระดมและจัดใช้ศักยภาพที่มีอยู่ให้เกิดผลได้เร็วและตรงจุด: แทนที่จะมุ่งเน้นเพียงการสร้างขีดความสามารถแบบเดิม องค์กรต้องมีความสามารถในการเคลื่อนย้ายและระดมกำลัง จากทรัพยากรที่มีอยู่รอบตัว เพื่อตอบโจทย์ตลาดได้อย่างรวดเร็ว
  • การสร้างความเท่าเทียมในการเปลี่ยนผ่าน: การกระจายทุนต้องคำนึงถึงความเป็นธรรม โดยเฉพาะในกลุ่มแรงงานหรือธุรกิจที่อาจตกขบวนจากการเปลี่ยนผ่านเทคโนโลยีหรือพลังงาน โดยต้องมีแผนรองรับทั้งในระยะสั้นและระยะยาวเพื่อให้ระบบนิเวศทั้งหมดเติบโตไปพร้อมกัน 

เป้าใหม่ของไทย "High Quality Country"

หนึ่งในประเด็นที่น่าสนใจ คือ การชวนคนไทยตั้งคำถามถึงเป้าหมายการเป็น "ประเทศรายได้สูง" ที่มักแลกมาด้วยหนี้สินมหาศาลเกิน 100% ของ GDP โดย “ปิยะชาติ” เสนอว่า ประเทศไทยควรตั้งเป้าหมายสู่การเป็น “ประเทศที่มีคุณภาพสูง” (High Quality Country) มากกว่า ซึ่งประกอบด้วย 5 องค์ประกอบหลัก คือ

  • Quality of Growth: การเติบโตที่มีคุณภาพไม่ใช่แค่ปริมาณ
  • Inclusive Growth: การเติบโตที่ทุกคนได้ประโยชน์และเกิดการเลื่อนชั้นทางสังคม
  • Transition Readiness: ความพร้อมในการเปลี่ยนผ่านอย่างต่อเนื่อง
  • Institutional Structure: โครงสร้างเชิงสถาบันที่เข้มแข็ง (ซึ่งเป็นจุดที่ไทยยังมีคะแนนต่ำที่สุด)
  • Resilience: ความสามารถในการอยู่รอดจากภาวะช็อกและความเสี่ยง

Sustainomy กติกาใหม่กู้โลกป่วย สร้างประเทศไทยคุณภาพสูง ยุควิกฤติซ้อนวิกฤติ

ความเร่งด่วน สปีด และสเกล

“ปิยะชาติ” ทิ้งท้ายด้วยการเรียกร้องให้สร้าง Sense of Urgency หรือความรู้สึกเร่งด่วน เนื่องจากโลกกำลังเปลี่ยนผ่านอย่างรวดเร็ว โดยประเทศไทยเปรียบเหมือน "ไอรอนแมน" ที่ต้องกล้าเปลี่ยนเตาปฏิกรณ์ที่หน้าอกเพื่อกลับมาแข็งแกร่งกว่าเดิม การขับเคลื่อนหลังจากนี้ต้องอาศัยทั้ง Speed (ความเร็ว) และ Scale (ขนาด) ผ่านการทลายไซโลทางความคิด (Silo Thinking) และการสร้างพลังร่วม (Synergy) เพื่อให้การเติบโตทางเศรษฐกิจและความยั่งยืนเป็นเนื้อเดียวกันอย่างสมบูรณ์

หนังสือ Sustainomy ได้รับการตีพิมพ์โดยสำนักพิมพ์ระดับโลกอย่าง Penguin Books ซึ่งถือเป็นก้าวสำคัญของหนังสือ Non-fiction จากผู้เขียนชาวไทย โดยได้รับคำนิยมจากผู้นำระดับโลก อาทิ Executive Director จาก IMF, CEO จาก Salesforce และบรรณาธิการจาก Time Magazine ทั้งนี้ "ปิยะชาติ" ยังมีบทบาทในการร่วมจัดทำแผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ ฉบับที่ 14 เพื่อผลักดันแนวคิดนี้ให้กลายเป็นวาระระดับชาติต่อไป