กระแสข่าว “หมูเด้ง” ที่ถูกพูดถึงในสื่อต่างประเทศ กลายเป็นจุดตั้งต้นให้ "สิรณัฐ สก๊อต" หรือ “ทราย” นักอนุรักษ์ทางทะเลและสิ่งแวดล้อม ออกมาอธิบายมุมมองต่อประเด็นสิทธิสัตว์ โดยระบุว่า สิ่งที่เกิดขึ้นไม่ได้เป็นเพียงเรื่องความน่ารักของสัตว์ตัวหนึ่ง แต่สะท้อนโครงสร้างปัญหาเดียวกัน ตั้งแต่กฎหมาย การค้าสัตว์ ธุรกิจสวนสัตว์ ไปจนถึงชะตากรรมของสัตว์ป่าในธรรมชาติ
"ทราย" ระบุว่า ในสายตาต่างชาติ ประเทศไทยยังมีภาพลักษณ์เกี่ยวข้องกับการค้าสัตว์ป่า ซึ่งส่วนหนึ่งมาจากข้อเท็จจริงที่ว่าใน พ.ร.บ.สงวนและคุ้มครองสัตว์ป่า พ.ศ. 2562 มีรายละเอียดเกี่ยวกับค่าธรรมเนียมการซื้อขาย ขนส่ง และนำเข้า–ส่งออกสัตว์ป่าสงวนและสัตว์คุ้มครอง รวมถึงผลิตภัณฑ์จากสัตว์เหล่านั้น แม้กฎหมายมีเจตนาควบคุม แต่การมีช่องทางทางกฎหมายก็ทำให้เกิดคำถามต่อบทบาทของไทยในห่วงโซ่การค้าสัตว์ระหว่างประเทศ
ตั้งคำถามที่มาสัตว์ในสวนสัตว์
"ทราย" ตั้งคำถามว่า สัตว์ในสวนสัตว์หรืออควาเรียมมาจากไหน แม้บางส่วนจะมาจากการเพาะเลี้ยง แต่ต้นตอก็ยังต้องพึ่งพาสัตว์จากธรรมชาติ เพื่อเป็นพ่อแม่พันธุ์หรือเสริมสายพันธุ์อยู่ดี ธุรกิจสวนสัตว์ในภาพรวมจึงมีความเชื่อมโยงกับการจับและค้าสัตว์ ซึ่งอาจนำไปสู่การบุกรุกพื้นที่ป่าและกิจกรรมผิดกฎหมายที่กระทบระบบนิเวศ
กรณีที่ถูกยกขึ้นมาคือ “บัวน้อย” กอริลลาตัวสุดท้ายในไทย ซึ่งอยู่ในกรงเดิมมากกว่า 33 ปี แม้จะมีคำอธิบายว่าได้มาจากสวนสัตว์ต่างประเทศ แต่ข้อมูลการสอบสวนในอดีตพบว่า ผู้ที่เกี่ยวข้องกับการขายกอริลลามายังไทยเคยต้องโทษจำคุกจากการค้ากอริลลาจากทวีปแอฟริกา ประเทศกินี ทำให้เกิดข้อสงสัยว่า สัตว์อาจถูกนำออกจากป่าอนุรักษ์ผ่านกระบวนการล่าและค้าสัตว์ผิดกฎหมาย
ยิ่งไปกว่านั้น เมื่อเดือนธันวาคม 2567 ยังมีข่าวเจ้าหน้าที่ตรวจพบความพยายามลักลอบขนย้ายกอริลลาผ่านด่านประเทศไทย สะท้อนว่าไทยยังคงอยู่ในเส้นทางการลำเลียงสัตว์ป่าระหว่างประเทศ
“สีดอหูพับ” กับสิทธิในผืนป่า
"ทราย" ยังเชื่อมโยงประเด็นไปถึง “สีดอหูพับ” ช้างป่าในพื้นที่ขอนแก่น–เลย ซึ่งใช้ชีวิตตามวิถีธรรมชาติมาหลายชั่วอายุคน ตั้งแต่ยุคที่ผืนป่ายังอุดมสมบูรณ์ แต่เมื่อพื้นที่ป่าถูกเปลี่ยนเป็นพื้นที่พัฒนาและเศรษฐกิจ ช้างกลับถูกมองว่าเป็นผู้บุกรุกที่ดินของมนุษย์
"นี่คือการตัดสินคุณค่าชีวิตสัตว์จากผลประโยชน์ทางเศรษฐกิจ เมื่อสัตว์ไม่ตอบโจทย์การพัฒนา หรือไม่ได้สร้างรายได้ให้มนุษย์ ก็ถูกมองว่าเป็นปัญหา และสิทธิในการดำรงชีวิตตามธรรมชาติกลับถูกตั้งคำถาม" ทราย กล่าว
"ทราย" ยังยกกรณีช้างไทยที่ถูกส่งไปศรีลังกาในฐานะ “ทูตวัฒนธรรม” แต่ภายหลังมีรายงานการใช้งานหนักและการปฏิบัติที่ถูกวิจารณ์เรื่องสวัสดิภาพ เป็นตัวอย่างว่าการใช้สัตว์ในบทบาทเชิงสัญลักษณ์หรือเศรษฐกิจ อาจสวนทางกับคุณภาพชีวิตที่แท้จริงของสัตว์
ปัญหาที่ลึกกว่าความน่ารัก
"ทราย" ย้ำว่า ไม่ได้วิจารณ์คนที่รักสวนสัตว์หรือหลงใหล “หมูเด้ง” เพราะสัตว์เหล่านี้น่ารักจริง แต่สิ่งที่ต้องการคือให้สังคมมองภาพรวมของห่วงโซ่ทั้งหมด ตั้งแต่ต้นทางการได้มาของสัตว์ ไปจนถึงชีวิตระยะยาวในพื้นที่จำกัด
“การมองแค่ความน่ารักของสัตว์ในกรง เป็นการเลือกมองเฉพาะมุมที่ทำให้เราสบายใจ แต่ความอึดอัดและอนาคตของสัตว์อาจต้องใช้ชีวิตในพื้นที่จำกัดตลอดชีวิต หลังหมดบทบาทสร้างความบันเทิง"
"ทราย" มองว่า ประเด็นนี้ไม่ใช่เรื่องโลกสวย หากแต่เป็นเรื่องความรับผิดชอบของมนุษย์ต่อสิ่งมีชีวิตร่วมโลก การให้อำนาจตัวเองตัดสินคุณค่าชีวิตสัตว์จากผลประโยชน์ที่ได้รับ อาจทำให้เรามองข้ามสิทธิขั้นพื้นฐานของพวกมัน
"ทรายยังสู้เพื่อการอนุรักษ์และสิทธิของสิ่งที่มีชีวิตต่อไปและถ้าวันนึงมีใครต้องการความช่วยเหลือจากทราย ทรายสู้และช่วยจนกว่าทรายไม่ไหว... แต่สิ่งที่ทรายยืนยันแน่นอนว่าทรายไม่ได้เป็นก็คือคนที่มองโลกในมุมสวย"





