วันอังคาร ที่ 3 มีนาคม 2569

Login
Login

‘อินโดนีเซีย’ เจอ ‘ขยะล้นเมือง’ หลุมฝังกลบไม่พอ เหม็นคละคลุ้ง ใช้ชีวิตร่วมกับฝูงแมลงวัน

‘อินโดนีเซีย’ เจอ ‘ขยะล้นเมือง’ หลุมฝังกลบไม่พอ เหม็นคละคลุ้ง ใช้ชีวิตร่วมกับฝูงแมลงวัน

กรุงจาการ์ตา เมืองหลวงของอินโดนีเซีย กำลังเจอปัญหาขยะล้นเมือง เนื่องจากหลุมขยะที่มีเริ่มไม่เพียงพอ โดยในแต่ละวันมีปริมาณขยะมากถึง 14,000 ตัน ส่งกลิ่นเหม็นทั่วเมือง คุกคามสุขอนามัยและความปลอดภัยของพลเมืองอย่างรุนแรง

เขตจาโบตาเบ็ก” (Jabodetabek) ซึ่งเป็นพื้นที่กรุงจาการ์ตาและปริมณฑลโดยรอบ เป็นที่อยู่อาศัยของประชากรมากกว่า 42 ล้านคน ก่อให้เกิดขยะประมาณ 14,000 ตัน ด้วยปริมาณที่มากเช่นนี้ จึงทำให้ หลุมฝังกลบทั้ง 8 แห่งในพื้นที่มีขยะสะสมจนเกือบเต็มความจุหรือล้นทะลักออกนอกพื้นที่ไปแล้ว จนไม่สามารถจัดการขยะได้

ในช่วงไม่กี่สัปดาห์ที่ผ่านมา ขยะจำนวนมหาศาลกองทับถมอยู่ที่บ่อขยะของ ตลาดครามัต จาติ ตลาดค้าส่งที่ใหญ่ที่สุดของกรุงจาการ์ตา บ่อขยะแห่งนี้สามารถรองรับขยะได้ชั่วคราววันละ 120 ตัน ก่อนที่จะขนส่งขยะไปยังบ่อขยะบันตาร์ เกบัง ซึ่งเป็นของเทศบาลเมืองในเมืองเบกาซี จังหวัดชวาตะวันตกที่อยู่ใกล้เคียง

แต่บ่อขยะในครามัต จาติ มีรถบรรทุกขยะไม่มากพอ ทำให้มีขยะตกค้างสะสมสูงถึง 6 เมตร ด้วยน้ำหนักมหาศาลทำลายที่กั้นบ่อขยะ ส่งกลิ่นเหม็นคละคลุ้งไปทั่วบริเวณ ส่งผลกระทบโดยตรงต่อการทำมาหากินของชาวบ้าน โดยชาวบ้านที่ทำธุรกิจในตลาด ระบุว่าขยะที่กองสูงข้างร้านของเธอส่งกลิ่นเหม็นฉุนกึกและดูสกปรกจนน่ารังเกียจ ไม่มีลูกค้ากล้าเข้าร้าน

ขณะที่ หลุมฝังกลบบันตาร์ เกบัง ซึ่งเป็นหนึ่งในที่ทิ้งขยะแบบเปิดที่ใหญ่ที่สุดในโลก ปัจจุบันแบกรับขยะสะสมมากกว่า 55 ล้านตัน บนพื้นที่กว่า 690 ไร่ โดยจาการ์ตาส่งขยะไปที่นั่นวันละประมาณ 8,000 ตัน และมีการคาดการณ์ว่าพื้นที่ที่เหลือจะสามารถรองรับขยะได้อีกเพียงประมาณ 6 ปีเท่านั้น ก่อนที่จะไม่สามารถรับขยะได้อีกเลย

‘อินโดนีเซีย’ เจอ ‘ขยะล้นเมือง’ หลุมฝังกลบไม่พอ เหม็นคละคลุ้ง ใช้ชีวิตร่วมกับฝูงแมลงวัน

ความหนาแน่นที่เกินขีดจำกัดนี้ ทำให้เกิดเหตุการณ์ “ขยะถล่ม” ซ้ำซาก เมื่อเดือนธันวาคม 2025 ฝนที่ตกหนักทำให้ส่วนหนึ่งของหลุมฝังกลบบันตาร์ เกบัง พังทลายลงทับรถขยะ 3 คัน แม้จะไม่มีผู้เสียชีวิตในครั้งนั้น แต่ก็เป็นสัญญาณเตือนภัยที่น่ากลัวถึงโศกนาฏกรรมที่อาจเกิดขึ้นได้ทุกเมื่อ

บัน จอย เพียว สมาชิกสภาเมืองจาการ์ตาจากพรรค PSI เรียกร้องให้ฝ่ายบริหารเร่งสร้างกำแพงกั้นบ่อขยะให้แข็งแรงขึ้นในบันตาร์ เกบัง เพื่อป้องกันการถล่มในอนาคต พร้อมเน้นย้ำว่าหากจาการ์ตาไม่สามารถลดปริมาณขยะที่ผลิตได้ในแต่ละวัน สถานที่แห่งนี้จะหนาแน่นจนเกินไปจนไม่สามารถเยียวยาได้ พร้อมเสนอให้ขยายศูนย์รีไซเคิล และควรให้ชาวจาการ์ตาเข้ามามีส่วนร่วมในแคมเปญการจัดการขยะอย่างยั่งยืน

วิกฤตินี้ไม่ได้จำกัดอยู่เพียงแค่ใจกลางเมืองหลวงเท่านั้น เว็บไซต์ Kompas.com รายงานว่า ในช่วงไม่กี่วันที่ผ่านมา ขยะได้ล้นทะลักเข้าสู่ถนนและคูระบายน้ำในเมืองเดป็อก และชาวบ้านต่างบ่นเรื่องกลิ่นเหม็น หลังจากกระทรวงสิ่งแวดล้อมสั่งปิดบ่อขยะซิปายุง เนื่องจากล้นเกินแล้ว

ขณะที่ เมืองตังเกรังใต้มีรายงานว่าพบกองถุงพลาสติกและขยะครัวเรือนกระจายอยู่ทั่วเมือง ตั้งแต่กระทรวงสั่งปิดสถานที่กำจัดขยะขั้นสุดท้ายของเมืองเป็นการชั่วคราวเมื่อวันที่ 10 ธันวาคม 2568 โดยอ้างว่าไม่สามารถจัดการขยะได้อย่างถูกต้อง 

ประชาชนต้องใช้ชีวิตท่ามกลางฝูงแมลงวันและกลิ่นเน่าเหม็นบนท้องถนน เนื่องจากมีปริมาณขยะผลิตออกมาถึงวันละ 1,100 ตัน แต่หลุมฝังกลบในท้องถิ่นสามารถรองรับได้เพียง 400 ตันต่อวันเท่านั้น ทำให้ขยะจำนวนมากถูกทิ้งไว้ตามทางเท้าและท่อระบายน้ำ

‘อินโดนีเซีย’ เจอ ‘ขยะล้นเมือง’ หลุมฝังกลบไม่พอ เหม็นคละคลุ้ง ใช้ชีวิตร่วมกับฝูงแมลงวัน

ชาวเมืองต่างแสดงความไม่พอใจอย่างรุนแรงต่อความล้มเหลวของภาครัฐ โดยระบุว่าในฐานะพลเมืองที่เสียภาษี เขาไม่เข้าใจว่าเหตุใดรัฐบาลจึงปล่อยให้การจัดการขยะล้มเหลวเช่นนี้ ซึ่งถือเป็นความรับผิดชอบโดยตรงของหน่วยงานรัฐที่ต้องดูแลสุขอนามัยของประชาชน กลิ่นเหม็นจากขยะที่ถูกทิ้งตามท้องถนนรุนแรงทำให้หลายคนเบื่ออาหารและสูญเสียคุณภาพชีวิต

“มันน่ารำคาญจริง ๆ เวลาที่เราอยากจะกินข้าว แต่กลิ่นมันแรงจนทนไม่ไหว” หญิงรายหนึ่งกล่าวถึงความทุกข์ที่ต้องเผชิญทุกวัน

นอกจากนี้ กองขยะที่ใหญ่โตนี้ยังเป็นอันตรายต่อโครงสร้างพื้นฐาน โดยในปี 2022 กองขยะสูงถึง 30 เมตร ที่หลุมฝังกลบชิปายุงได้เกิดถล่มลงสู่แม่น้ำและไหลไปทับถมจนสะพานเชื่อมหมู่บ้านจมอยู่ใต้กองซากปฏิกูล ทำให้การคมนาคมถูกตัดขาด

ปัจจุบัน ชาวบ้านในพื้นที่ดังกล่าวยังคงต้องใช้ชีวิตอย่างยากลำบาก ต้องอาศัยแพชั่วคราวที่ทำจากถังพลาสติกและไม้อัดในการข้ามแม่น้ำแทนสะพานที่พังทลายไป ประชาชนกังวลว่าหากขยะยังคงถูกนำมากองสูงขึ้นเรื่อย ๆ เหตุการณ์ขยะถล่มซ้ำรอยจะเกิดขึ้นอีกแน่นอน

อันที่จริง อินโดนีเซียมีปัญหาเรื่องขยะมาอย่างยาวนาน เมื่อปี 2005 เกิดเหตุการณ์ขยะถล่มที่ชิมาฮี ทำให้มีผู้เสียชีวิตถึง 143 ราย ซึ่งเกิดจากการระเบิดของก๊าซมีเทนใต้กองขยะ ประกอบกับฝนที่ตกหนัก นับเป็นภัยเงียบที่แฝงตัวอยู่ในหลุมฝังกลบขยะแบบเปิดทุกแห่ง

ด้านประธานาธิบดีปราโบโว ซูเบียนโต ออกมาประกาศคำเตือนว่า หลุมฝังกลบเกือบทั้งหมดในประเทศอินโดนีเซียจะเต็มความจุภายในปี 2028 และรัฐบาลกำลังพิจารณาปิดหลุมฝังกลบหลายแห่งอย่างถาวรเพื่อป้องกันอุบัติภัย

รัฐบาลมีแผนจะทุ่มงบประมาณลงทุนมหาศาลเกือบ 3,500 ล้านดอลลาร์ เพื่อสร้างโรงไฟฟ้าพลังงานขยะ 34 แห่งภายใน 2 ปีข้างหน้า โดยใช้เทคโนโลยีการเผาขยะเพื่อผลิตกระแสไฟฟ้า ซึ่งประธานาธิบดีระบุว่าเป็นการลงทุนครั้งสำคัญเพื่อแก้ไขปัญหาที่เรื้อรังมานาน

อย่างไรก็ตาม วาฮยู เอกา สเตียวาน จากกลุ่มสิ่งแวดล้อม WALHI วิจารณ์ว่า โรงไฟฟ้าเหล่านี้ไม่ได้แก้ปัญหาที่ต้นเหตุ เนื่องจากการจัดการขยะยังติดอยู่ในรูปแบบเดิมคือ “เก็บ-ขน-ทิ้ง” โดยไม่ได้ให้ความสำคัญกับการคัดแยกขยะและการรีไซเคิลอย่างจริงจัง รวมถึงการลดปริมาณขยะจากระดับครัวเรือน

ท้ายที่สุด นูร์ อาซิซะห์ ผู้เชี่ยวชาญด้านการจัดการขยะจากมหาวิทยาลัยกัดจาห์ มาดา ชี้ว่าปัญหาที่แท้จริงคือ รูปแบบการบริโภคของประชาชนที่เปลี่ยนไปตามรายได้ที่สูงขึ้น ประกอบกับการขาดการบังคับใช้กฎหมายที่เข้มงวดและการให้ความรู้แก่ประชาชนเพื่อให้เกิดการจัดการที่ยั่งยืน


ที่มา: Asia NewsBarronsSouth China Morning Post

‘อินโดนีเซีย’ เจอ ‘ขยะล้นเมือง’ หลุมฝังกลบไม่พอ เหม็นคละคลุ้ง ใช้ชีวิตร่วมกับฝูงแมลงวัน