รศ.ดร.วิษณุ อรรถวานิช อาจารย์ประจำภาควิชาเศรษฐศาสตร์ คณะเศรษฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ และผู้เชี่ยวชาญด้านเศรษฐศาสตร์ทรัพยากร สิ่งแวดล้อม และการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ เปิดเผยอัปเดตสถานการณ์น้ำท่วม–น้ำแล้ง ณ วันที่ 16 กุมภาพันธ์ 2569 ว่า ประเทศไทยกำลังเข้าสู่ “เฟสกลาง” ของปรากฏการณ์เอลนีโญแล้ว และมีแนวโน้มเปลี่ยนเข้าสู่เอลนีโญเต็มรูปแบบในเดือนพฤษภาคม 2569 ซึ่งเร็วกว่าเดิมที่คาดการณ์ไว้ และอาจยืดเยื้อไปอย่างน้อยถึงกุมภาพันธ์ 2570
การเปลี่ยนแปลงดังกล่าวจะทำให้ประเทศไทยต้องเผชิญความเสี่ยงทั้งภัยร้อน ฝนทิ้งช่วง และน้ำฝนที่แปรปรวนในหลายภูมิภาค โดยเฉพาะช่วงฤดูร้อนมีนาคม–พฤษภาคม 2569 ที่อุณหภูมิทั่วประเทศจะสูงกว่าค่าเฉลี่ยปกติอย่างต่อเนื่องไปจนถึงเดือนสิงหาคม 2569 ภาคใต้และภาคตะวันออกตอนล่างมีความเสี่ยงคลื่นความร้อนมากกว่าภูมิภาคอื่น
เอลนีโญมาเร็ว แบบจำลองโลกให้สัญญาณตรงกัน
ข้อมูลจาก ECMWF หรือศูนย์พยากรณ์อากาศระยะกลางของยุโรประบุว่า ไทยเข้าสู่เฟสกลางแล้ว และมีแนวโน้มเข้าสู่เอลนีโญในเดือนพฤษภาคม 2569 โดยอาจรุนแรงขึ้นช่วงพฤศจิกายน 2569 และคงระดับปานกลางถึงรุนแรงไปถึงต้นปี 2570
ขณะที่แบบจำลองของ NOAA สหรัฐอเมริกา ให้ผลไปในทิศทางเดียวกันว่าเอลนีโญจะเกิดขึ้นแน่นอน แต่ประเมินโอกาสเกิดเอลนีโญรุนแรงไว้เพียง 14% ในช่วงกันยายน–พฤศจิกายน 2569 สะท้อนความไม่แน่นอนด้านระดับความรุนแรง แม้ทิศทางภาพรวมจะสอดคล้องกัน
ไทยต้องรับมือ “ร้อนกว่าปกติ” และฝนทิ้งช่วง
แบบจำลองพยากรณ์จากหลายสำนักทั่วโลกชี้ว่า
- มี.ค.–ส.ค. 2569: อุณหภูมิทั่วประเทศสูงกว่าปกติ
- มี.ค.–พ.ค. 2569: เสี่ยงคลื่นความร้อนสูง ภาคใต้–ตะวันออกต้องเฝ้าระวังมาก
- พ.ค.–ก.ค. 2569: ภาคใต้ ภาคเหนือ (ตอนบน) และอีสานบางส่วนอาจเจอฝนทิ้งช่วง
- มิ.ย.–ส.ค. 2569: ภาคตะวันตกและเหนือตอนล่างเสี่ยงฝนมากกว่าปกติ เช่น ตาก กำแพงเพชร นครสวรรค์ อุทัยธานี สุพรรณบุรี และกาญจนบุรี
ข้อมูลจาก IRI Columbia University ยังระบุว่าหลายพื้นที่เริ่มเห็นสัญญาณฝนน้อยตั้งแต่มีนาคมถึงมิถุนายน 2569 และชัดเจนขึ้นช่วงพฤษภาคม–กรกฎาคม ซึ่งสะท้อนความเสี่ยงฝนทิ้งช่วงในต้นฤดูฝน
อย่างไรก็ตาม ภาพรวมเดือนกุมภาพันธ์ 2569 ปริมาณฝนยังใกล้เคียงค่าเฉลี่ยปกติ แสดงว่าฤดูแล้งปีนี้อาจไม่แล้งหนักมาก แต่ยังต้องเตรียมจัดการน้ำอย่างรอบคอบ
เศรษฐกิจ–สุขภาพ–การเกษตร รับแรงกระแทก
"ดร.วิษณุ" เตือนว่า ความร้อนที่สูงขึ้นจะเพิ่มความเสี่ยงต่อสุขภาพ ค่าใช้จ่ายพลังงาน และความต้องการใช้น้ำ ขณะที่ฝนทิ้งช่วงจะกระทบผลผลิตเกษตรและรายได้เกษตรกร รวมถึงความมั่นคงด้านอาหารในระยะยาว
ในมุมเศรษฐศาสตร์ทรัพยากร การเตรียมแผนจัดสรรน้ำล่วงหน้าจึงเป็นเรื่องจำเป็น ทั้งการเก็บน้ำ การจัดการน้ำชลประทาน และการปรับแผนเพาะปลูกให้เหมาะกับสภาพอากาศที่แปรปรวน
"ไทยควรเตรียมแผนรับมือภัยร้อนและภัยแล้งตั้งแต่วันนี้ รวมถึงติดตามข้อมูลพยากรณ์อย่างต่อเนื่อง เพราะแบบจำลองใหม่มีความแม่นยำมากขึ้นและอาจปรับประมาณการได้ตลอดเวลา การวางแผนใช้น้ำให้เพียงพอไปถึงปีหน้าเป็นเรื่องสำคัญ และทุกภาคส่วนต้องติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิดในยุคโลกรวน”





