เมื่อวันที่ 13 กุมภาพันธ์ 2569 ที่ศาลปกครองเชียงใหม่ ได้มีการนัดฟังคำสั่งของศาลปกครองสูงสุด กรณีหน่วยงานรัฐผู้ถูกฟ้องคดียื่นอุทธรณ์คำสั่งคุ้มครองชั่วคราวในคดีโครงการเหมืองถ่านหิน อำเภออมก๋อย จังหวัดเชียงใหม่
ศาลปกครองสูงสุดมีคำสั่ง ยืนตามคำสั่งคุ้มครองชั่วคราวของศาลปกครองเชียงใหม่ ส่งผลให้หน่วยงานรัฐยังไม่สามารถนำรายงานการประเมินผลกระทบสิ่งแวดล้อม (EIA) ที่ได้รับความเห็นชอบไปใช้ประกอบการพิจารณาอนุญาตทำเหมืองได้ จนกว่าศาลจะมีคำพิพากษาหรือคำสั่งเป็นอย่างอื่น
จุดเริ่มต้นคดีจากชุมชน
คดีนี้เริ่มต้นเมื่อปี 2565 ตัวแทนชุมชนบ้านกะเบอะดิน อำเภออมก๋อย จังหวัดเชียงใหม่ จำนวน 50 คน พร้อมผู้สนับสนุนรวม 615 คน ยื่นฟ้องดังนี้
- คณะกรรมการผู้ชำนาญการพิจารณารายงาน EIA
- สำนักนโยบายและแผนทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม
โดยขอให้ศาลเพิกถอนมติเห็นชอบรายงาน EIA โครงการเหมืองถ่านหินอมก๋อย เนื่องจากพบข้อบกพร่องหลายประการ ทั้งเรื่องข้อมูลไม่ครบถ้วน ความถูกต้องของข้อมูล และกระบวนการมีส่วนร่วมของประชาชน
ต่อมาเมื่อวันที่ 23 กันยายน 2565 ศาลปกครองเชียงใหม่มีคำสั่งคุ้มครองชั่วคราว ระงับการใช้รายงาน EIA ดังกล่าวไว้ก่อน เพื่อป้องกันความเสียหายระหว่างการพิจารณาคดี ซึ่งหน่วยงานรัฐได้ยื่นอุทธรณ์ต่อศาลปกครองสูงสุด
ศาลชี้ EIA อาจไม่ชอบด้วยกฎหมาย
ตัวแทนผู้ฟ้องคดีจาก "มูลนิธินิติธรรมสิ่งแวดล้อม" ระบุว่า ศาลปกครองสูงสุดเห็นพ้องกับศาลชั้นต้นว่า รายงาน EIA อาจมีปัญหาด้านความถูกต้องและความครบถ้วน รวมถึงมีข้อมูลว่ากระบวนการรับฟังความคิดเห็นของประชาชนอาจมีข้อบกพร่อง
ศาลยังให้ความสำคัญต่อ "หลักการป้องกันไว้ก่อน" โดยเห็นว่า หากอนุญาตให้โครงการเดินหน้าก่อน อาจก่อให้เกิดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม สุขภาพ และวิถีชีวิตของชุมชน ซึ่งอาจรุนแรงและยากต่อการเยียวยาในภายหลัง
คำสั่งครั้งนี้ถูกมองว่าเป็นหมุดหมายสำคัญในการคุ้มครองสิทธิของประชาชนด้านสิ่งแวดล้อม และย้ำว่าการพัฒนาโครงการขนาดใหญ่ต้องตั้งอยู่บนข้อมูลที่ครบถ้วน โปร่งใส และกระบวนการมีส่วนร่วมที่แท้จริง
ขณะนี้คดีหลักยังอยู่ระหว่างการพิจารณาของศาล โดยชุมชนในพื้นที่ยังคงติดตามและใช้สิทธิทางกฎหมายอย่างต่อเนื่อง เพื่อปกป้องทรัพยากรธรรมชาติและวิถีชีวิตของตน
ปฏิญญาอาเซียนสวยงามแต่ยังไม่เปลี่ยนชีวิตจริง
“ธารา บัวคำศรี” ผู้อำนวยการโครงการ Climate Connectors ให้ความเห็นว่า ช่วงปลายปี 2568 อาเซียนได้ประกาศ ASEAN Declaration on the Right to a Safe, Clean, Healthy and Sustainable Environment ซึ่งเป็นถ้อยคำที่สวยงามมาก ในช่วงเวลาที่หลายพื้นที่ในภูมิภาคกำลังเผชิญอากาศเป็นพิษ แม่น้ำปนเปื้อน และความเสี่ยงด้านสุขภาพที่กลายเป็นเรื่องปกติใหม่ของผู้คน
แต่ปฏิญญานี้จะเปลี่ยนชีวิตคนจริง ๆ ได้อย่างไร เพราะในความเป็นจริง โครงการที่มีความเสี่ยงด้านสิ่งแวดล้อมยังเดินหน้าอย่างรวดเร็ว รายงาน EIA ถูกเร่งรัด และแรงกดดันทางเศรษฐกิจและการเมืองมักส่งสัญญาณว่า “อนุมัติก่อน แล้วค่อยแก้ทีหลัง” นี่จึงเป็นเหตุผลที่คดีเหมืองถ่านหินอมก๋อย ไม่ได้สำคัญแค่ในจังหวัดเชียงใหม่ แต่สะท้อนปัญหาในระดับภูมิภาคอาเซียน
การที่ ศาลปกครองสูงสุดมีคำสั่งยืนยันคำสั่งคุ้มครองชั่วคราวของศาลปกครองเชียงใหม่ เมื่อวันที่ 13 กุมภาพันธ์ 2569 หัวใจของคำสั่งนี้คือ การตัดสินใจด้านสิ่งแวดล้อมต้องตั้งอยู่บนข้อมูลที่ครบถ้วน โปร่งใส และรับฟังเสียงชุมชนอย่างแท้จริง ไม่ใช่แค่ทำขั้นตอนให้ครบตามพิธี
คำสั่งคุ้มครองชั่วคราวอาจยังไม่ได้ชี้ว่าโครงการถูกหรือผิดในที่สุด แต่สิ่งสำคัญคือ มันยืนยันว่า หากกระบวนการ EIA มีข้อสงสัยเรื่องความถูกต้อง ความรอบด้าน หรือการรับฟังความคิดเห็น รัฐไม่ควรเดินหน้าอนุญาตโครงการ
"นี่ไม่ใช่การต่อต้านการพัฒนา แต่เป็นการป้องกันไม่ให้การพัฒนาที่ไม่รอบคอบ กลายเป็นภาระระยะยาวที่ชุมชนต้องรับผิดชอบแทนในอนาคต” ธารา ทิ้งท้าย
ที่มาภาพและข้อมูล: มูลนิธินิติธรรมสิ่งแวดล้อม - EnLAW





