วันเสาร์ ที่ 14 กุมภาพันธ์ 2569

Login
Login

'สวรรค์บนดิน' มากกว่าร้านชา โมเดลเศรษฐกิจเพื่อชุมชนและผืนป่าเชียงราย

'สวรรค์บนดิน' มากกว่าร้านชา โมเดลเศรษฐกิจเพื่อชุมชนและผืนป่าเชียงราย

ในยุคที่ธุรกิจคาเฟ่เติบโตอย่างรวดเร็ว “ชูเกียรติ เวสารัชชพงศ์” หรือ “คุณโต” เจ้าของ SawanBonDin Tea House & Experience (สวรรค์บนดิน) ได้สร้างนิยามใหม่ให้กับวงการชาไทย ด้วยการเปลี่ยนใบชาให้กลายเป็นเครื่องมือในการรักษาทางสิ่งแวดล้อมและสร้างรายได้กลับคืนสู่ชุมชนอย่างยั่งยืน ผ่านโมเดลที่เขาเรียกว่า “เศรษฐกิจหมุนเวียน” (Circular Economy)

“ชูเกียรติ" ให้สัมภาษณ์ว่า เส้นทางชีวิตไม่ได้เริ่มต้นจากไร่ชา หากเริ่มจากการเป็นช่างภาพในกรุงเทพฯ และเคยร่วมถ่ายภาพโครงการ CSR ให้กับ บริษัท บ้านปู จำกัด (มหาชน) ในจังหวัดลพบุรี ซึ่งเป็นจุดเริ่มต้นที่ทำให้ได้เรียนรู้การทำงานร่วมกับชุมชนอย่างใกล้ชิด และมองเห็นแนวคิดธุรกิจที่ทุกฝ่ายได้ประโยชน์ร่วมกัน

นอกจากนั้นได้อาสาทำงานถ่ายภาพกับ มูลนิธิกองทุนเพื่อสิ่งแวดล้อมไทย และสมาคมเพื่อการศึกษาและวัฒนธรรมชาวอาข่า เชียงราย ร่วมกิจกรรมปลูกป่า สร้างสิ่งปลูกสร้างในชุมชน ระดมทุนการศึกษา และช่วยเหลือชุมชนบนพื้นที่สูง

การเดินทางไปยังหมู่บ้านต่าง ๆ ทำให้เห็นภาพป่าและต้นชาที่อยู่คู่ชุมชนมาอย่างยาวนาน ต้นชาที่ชาวอาข่าเรียก “ล้อบ่อ” ชาวปกาเกอะญอเรียก “นอมื่อ” และชาวล้านนาเรียก “เมี่ยง” มักเติบโตท่ามกลางไม้ใหญ่ เป็นส่วนหนึ่งของระบบนิเวศ อย่างไรก็ตาม หลายพื้นที่ต้นชาถูกตัดเพื่อปลูกพืชเชิงเดี่ยวที่ให้ผลตอบแทนสูงกว่า ทำให้รู้สึกเสียดายทรัพยากรท้องถิ่น

'สวรรค์บนดิน' มากกว่าร้านชา โมเดลเศรษฐกิจเพื่อชุมชนและผืนป่าเชียงราย

กลับบ้านเกิด เชียงราย

เมื่อปัญหาสุขภาพของบิดาเกิดขึ้น “ชูเกียรติ" ตัดสินใจกลับบ้านเกิด และเริ่มต้นศึกษาการทำชาและพืชสมุนไพรอย่างจริงจัง โดยมุ่งสร้างธุรกิจที่ให้เกษตรกร ลูกค้า และผู้ประกอบการเติบโตไปด้วยกัน

ในปี 2560 ได้รับคำแนะนำให้รู้จักหมู่บ้าน ห้วยหินลาดใน หมู่บ้านที่ได้รับรางวัลด้านสิ่งแวดล้อมหลายรายการ รวมถึง United Nations Forest Hero Award จึงย้ายเข้าไปอาศัยในชุมชน เพื่อทดลองทำชาและเรียนรู้วิถีชีวิตของคนในพื้นที่ ตั้งแต่การเฝ้าระวังไฟป่า การทำแนวกันไฟ การเก็บน้ำผึ้ง และการทำไร่หมุนเวียน

ประสบการณ์ดังกล่าวทำให้เห็นว่าป่าชุมชนคือหัวใจของวิถีชีวิตคนในพื้นที่ และกลายเป็นแรงบันดาลใจในการพัฒนาธุรกิจชาที่เติบโตควบคู่การอนุรักษ์ ปัจจุบัน หมู่บ้านแห่งนี้จึงเป็นทั้งที่ทำงานและที่พักใจ พร้อมความตั้งใจที่จะรักษาป่า ชา และชุมชน ให้เติบโตไปด้วยกันอย่างยั่งยืน

'สวรรค์บนดิน' มากกว่าร้านชา โมเดลเศรษฐกิจเพื่อชุมชนและผืนป่าเชียงราย

ประวัติชาเชียงราย 3 ยุค

หนึ่งในสิ่งที่ทำให้สวรรค์บนดินโดดเด่น คือการถ่ายทอดเรื่องราวผ่านถ้วยชา ซึ่ง “ชูเกียรติ" ได้แบ่งยุคสมัยของชาในพื้นที่ภาคเหนือออกเป็น 3 ยุคสำคัญ ดังนี้

1. ยุคป่า (Wild Era): คือชาสายพันธุ์ อัสสัมมิก้า (Assamica) ที่ขึ้นเองตามธรรมชาติในป่าชุมชน บนระดับความสูง 1,000-1,500 เมตรจากระดับน้ำทะเล ทั้งนี้ "อัสสัม" ไม่ใช่สายพันธุ์จากอินเดีย แต่เป็นชื่อที่ชาวตะวันตกตั้งขึ้นเมื่อไปพบครั้งแรกที่นั่น ทั้งที่จริง ๆ แล้วเป็นพืชพื้นถิ่นในป่าของไทย

2. ยุควัฒนธรรมลัวะ (Miang Culture): เป็นยุคที่ชาวลัวะมีวัฒนธรรมการกิน "เมี่ยง" (ใบชาหมัก) ซึ่งทำให้มีการรักษาป่าชุมชนที่มีต้นชาเก่าแก่ขนาดใหญ่ไว้มากมาย ซึ่งในมุมมองของต่างชาติ ต้นชาโบราณเหล่านี้มีมูลค่าสูงมาก

3. ยุคอิทธิพลจีน: เริ่มต้นเมื่อกองพล 93 (ก๊กมินตั๋ง) อพยพเข้ามาและนำสายพันธุ์ชาจากไต้หวันและจีนเข้ามาปลูก เช่น จินเซียน (Jin Xuan) หรือที่คนไทยรู้จักในชื่อ อู่หลงเบอร์ 12

ชาซิกเนเจอร์ของสวรรค์บนดินอย่าง "ชาขนมไทย" คือการหลอมรวมประวัติศาสตร์เหล่านี้เข้าด้วยกัน โดยใช้ชาจากยุคที่ 2 เป็นหลัก นำมาผ่านกระบวนการปล่อยให้เกิดการออกซิเดชันเองตามธรรมชาตินานถึง 1 ปี แล้วจึงนำมาคั่วและเบลนด์เข้ากับวานิลลาแท้และชาจินเซียนจากยุคที่ 3 จนได้รสชาติที่หอมนุ่มและมีเอกลักษณ์

ชาไทยผงาดเวทีโลก

Single Origin Mae Ai First Flush Black Tea ของสวรรค์บนดิน คว้ารางวัลระดับนานาชาติจากเวที The Leafies International Tea Awards 2024 ซึ่งจัดโดย The UK Tea Academy หลังผ่านการคัดเลือกเข้มข้นจากชากว่า 400 ตัวอย่างทั่วโลก ทั้งจากจีน ญี่ปุ่น ไต้หวัน ศรีลังกา แทนซาเนีย สหรัฐอเมริกา เกาหลี อินเดีย และสวิตเซอร์แลนด์ สะท้อนศักยภาพชาไทยคุณภาพสูงที่ก้าวสู่มาตรฐานสากลได้อย่างภาคภูมิ

'สวรรค์บนดิน' มากกว่าร้านชา โมเดลเศรษฐกิจเพื่อชุมชนและผืนป่าเชียงราย

โมเดลธุรกิจที่คืนลมหายใจให้ผืนป่า

หัวใจสำคัญในการเลือกวัตถุดิบของสวรรค์บนดินคือ ต้องมาจากชุมชนที่รักสิ่งแวดล้อม “ชูเกียรติ" ใช้วิธีลงพื้นที่ไปกินนอนในหมู่บ้านเพื่อดูการจัดการจริง เช่น ที่หมู่บ้านห้วยหินลาดใน ชาวบ้านจะนำรายได้จากการขายชา น้ำผึ้ง และกาแฟ ไปสมทบทุนทำ แนวกันไฟ และสร้าง บ่อเก็บน้ำ ในจุดเสี่ยงเพื่อป้องกันไฟป่าในช่วงหน้าแล้ง

"ต้นชาคือตัวแทนของป่าชุมชน ที่ไหนมีต้นชาอัสสัมมิก้า ที่นั่นจะมีป่าชุมชน การสนับสนุนผลิตภัณฑ์เหล่านี้จึงเท่ากับการสนับสนุนให้ชาวบ้านรักษาป่าไว้ต่อไป"

พลังแห่งความร่วมมือ

ในช่วงเริ่มต้น “ชูเกียรติ" ประสบปัญหาขาดแคลนเครื่องมือสำคัญอย่าง ตู้ขจัดความชื้น ทำให้ควบคุมคุณภาพชาได้ยาก แต่หลังจากได้รับรางวัลและการสนับสนุนจาก "บ้านปู" เขาได้นำเงินส่วนหนึ่งไปสร้างสถานที่เก็บรักษาวัตถุดิบและซื้อตู้จัดการความชื้น ซึ่งสิ่งนี้เปรียบเสมือนจุดเปลี่ยนสำคัญที่ทำให้ธุรกิจเดินหน้ามาได้จนถึงปัจจุบัน ที่น่าประทับใจคือ ชาวบ้านในชุมชนต่างร่วมแรงร่วมใจกันมาช่วยสร้างโรงเก็บโดยไม่คิดค่าแรง เพราะมองว่าเป็นผลประโยชน์ร่วมกันของคนในพื้นที่

'สวรรค์บนดิน' มากกว่าร้านชา โมเดลเศรษฐกิจเพื่อชุมชนและผืนป่าเชียงราย

เสน่ห์ที่ไม่มีวันสิ้นสุดของเชียงราย

“ชูเกียรติ" ทิ้งท้ายถึงเสน่ห์ของจังหวัดเชียงรายที่มีความหลากหลายทางชีวภาพและชาติพันธุ์สูงมาก เพียงแค่ข้ามดอยไปลูกเดียว อาหาร สมุนไพร หรือแม้แต่น้ำผึ้งก็มีรสชาติที่ต่างออกไป ตัวอย่างเช่น น้ำผึ้งในป่าเดียวของไทยอาจมาจากผึ้งถึง 3 สายพันธุ์ที่มีคาแรกเตอร์ต่างกันสิ้นเชิง ซึ่งสร้างความประหลาดใจให้กับผู้เชี่ยวชาญชาวต่างชาติเสมอ

"สวรรค์บนดินจึงไม่ใช่เพียงแค่ร้านชาที่เสิร์ฟเครื่องดื่มรสดี แต่เป็นพื้นที่ที่รวบรวม ความหลากหลาย และความตั้งใจ ของผู้คนที่ต้องการเห็นการอยู่ร่วมกันอย่างสมดุลระหว่างมนุษย์และธรรมชาติอย่างแท้จริง"

'สวรรค์บนดิน' มากกว่าร้านชา โมเดลเศรษฐกิจเพื่อชุมชนและผืนป่าเชียงราย