วันพฤหัสบดี ที่ 26 มีนาคม 2569

Login
Login

ด้ามขวานไทยสั่นสะเทือน สุราษฎร์ธานี กับ 2 รอยเลื่อนยักษ์ที่ยังไม่หลับสนิท

ด้ามขวานไทยสั่นสะเทือน สุราษฎร์ธานี กับ 2 รอยเลื่อนยักษ์ที่ยังไม่หลับสนิท

กลุ่มแรงสั่นสะเทือนที่ตรวจวัดได้ในจังหวัดสุราษฎร์ธานี ระหว่างวันที่ 11–12 กุมภาพันธ์ 2569 ขนาดตั้งแต่ 1.9–3.2 รวม 11 ครั้ง (ข้อมูล ณ เวลา 14.00 น.) ศูนย์กลางอยู่บริเวณตำบลเขาพัง อำเภอบ้านตาขุน ได้จุดกระแสความสงสัยในสังคมว่าพื้นที่ภาคใต้ซึ่งไม่เคยถูกมองว่าเป็นเขตเสี่ยงหลัก เหตุใดจึงเกิดแรงไหวต่อเนื่อง คำตอบของปรากฏการณ์นี้ไม่ได้ปรากฏให้เห็นบนผิวดิน หากซ่อนตัวอยู่ใต้ชั้นเปลือกโลกตามแนวโครงสร้างธรณีวิทยาที่เรียกว่า “กลุ่มรอยเลื่อนมีพลัง” (Active Faults) ซึ่งยังคงสะสมและปลดปล่อยพลังงานเป็นระยะ

สำนักงานพัฒนาเทคโนโลยีอวกาศและภูมิสารสนเทศ (องค์การมหาชน) หรือ GISTDA อธิบายว่า ในเชิงภูมิศาสตร์กายภาพ ภาคใต้ของไทยไม่ใช่เพียงคาบสมุทรที่มีทะเลขนาบสองฝั่ง หากแต่มีแกนกลางเป็นแนวเทือกเขาหินแกรนิตที่ทอดตัวยาวในแนวเหนือ–ใต้ เปรียบเสมือน “กระดูกสันหลัง” ของด้ามขวาน ทว่าโครงสร้างนี้ไม่ได้เชื่อมต่อกันแน่นหนา หากมีรอยแตกสำคัญพาดผ่านในแนวตะวันออกเฉียงเหนือ–ตะวันตกเฉียงใต้ (NE–SW) อันเป็นผลจากการเคลื่อนตัวของแผ่นเปลือกโลกตลอดช่วงเวลาหลายล้านปี

รอยแตกดังกล่าวคือหัวใจของเหตุการณ์ครั้งนี้ โดยเฉพาะ 2 รอยเลื่อนหลัก ได้แก่ รอยเลื่อนระนอง และ รอยเลื่อนคลองมะรุ่ย

รอยเลื่อนระนอง: พี่ใหญ่แห่งด้ามขวาน

รอยเลื่อนระนอง ถือเป็นแนวรอยเลื่อนที่ยาวและมีขนาดใหญ่ที่สุดในพื้นที่ มีความยาวต่อเนื่องราว 270 กิโลเมตร เริ่มต้นจากฝั่งทะเลอันดามันในจังหวัดระนอง พาดผ่านประจวบคีรีขันธ์ ชุมพร และทอดยาวลงสู่จังหวัดพังงา โครงสร้างนี้ทำหน้าที่เสมือนรอยแยกที่แบ่งชั้นหินต่างยุคออกจากกัน แม้การขยับตัวจะเกิดขึ้นเพียงเล็กน้อย แต่ก็สามารถส่งแรงสั่นสะเทือนไปยังพื้นที่โดยรอบได้เป็นวงกว้าง

รอยเลื่อนคลองมะรุ่ย: เส้นทางใต้สู่ภูเก็ต

วางตัวขนานอยู่ทางใต้ของรอยเลื่อนระนอง มีความยาวประมาณ 150 กิโลเมตร แนวรอยเลื่อนนี้ตัดผ่านกลางจังหวัดสุราษฎร์ธานี ลึกลงไปยังจังหวัดกระบี่ พังงา และพาดต่อเนื่องไปถึงภูเก็ต ชื่อ “คลองมะรุ่ย” มาจากคลองในอำเภอทับปุด จังหวัดพังงา ซึ่งแนวร่องน้ำเกิดจากการกัดเซาะตามแนวแตกของเปลือกโลก สะท้อนให้เห็นอย่างชัดเจนว่าธรณีวิทยามีบทบาทกำหนดภูมิลักษณ์ของแม่น้ำและหุบเขาอย่างไร

ทำไมสุราษฎร์ธานีจึงไหว?

นักวิชาการอธิบายว่า แผ่นดินไหวครั้งนี้เป็นสัญญาณยืนยันว่ารอยเลื่อนทั้งสองยังคง “มีพลัง” การสั่นสะเทือนไม่ได้เกิดจากจุดชนโดยตรงของแผ่นเปลือกโลกในพื้นที่ภาคใต้ แต่เป็นผลจากแรงเค้น (Stress) ที่สะสมจากการเคลื่อนตัวของแผ่นเปลือกโลกในระดับมหภาค เช่น การชนกันของแผ่นอินเดียกับยูเรเซีย แรงดังกล่าวถูกถ่ายทอดผ่านชั้นหินมาจนถึงแนวรอยเลื่อน เมื่อพลังงานสะสมเกินขีดจำกัด จึงเกิดการปลดปล่อยออกมาในรูปแบบการเลื่อนตัวตามแนวระนาบ (Strike-slip fault) ทำให้เกิดแรงสั่นสะเทือนที่รับรู้ได้บนผิวดิน

ความรุนแรงอยู่ระดับใด?

โดยภาพรวม รอยเลื่อนในประเทศไทยส่วนใหญ่มักก่อให้เกิดแผ่นดินไหวขนาดเล็กถึงปานกลาง ไม่รุนแรงเทียบเท่าพื้นที่ใน “วงแหวนแห่งไฟ” อย่างญี่ปุ่นหรืออินโดนีเซีย อย่างไรก็ตาม ความถี่ของเหตุการณ์ที่เพิ่มขึ้นในช่วงหลายปีที่ผ่านมา เป็นสัญญาณเตือนให้เกิดการเฝ้าระวังและเตรียมพร้อมมากขึ้น ปัจจุบัน การออกแบบอาคารในหลายพื้นที่ของภาคใต้เริ่มนำมาตรฐานต้านทานแผ่นดินไหวเข้ามาพิจารณาอย่างจริงจัง

ปรากฏการณ์ครั้งนี้สะท้อนว่า ภูมิประเทศที่เราเห็นในวันนี้ ไม่ว่าจะเป็นภูเขา แม่น้ำ หรือแนวชายฝั่ง ล้วนถือกำเนิดจากพลังใต้พิภพที่ยังคงเคลื่อนไหวอยู่ตลอดเวลา การทำความเข้าใจรอยเลื่อนระนองและคลองมะรุ่ย จึงไม่ใช่เรื่องไกลตัว หากแต่เป็นการเรียนรู้เพื่ออยู่ร่วมกับธรรมชาติอย่างรู้เท่าทัน บนผืนดินที่อาจดูนิ่งสงบ แต่แท้จริงแล้วยังคงมีชีวิตอยู่ใต้ฝ่าเท้าเรา