การท่องเที่ยวกำลังเผชิญกับทางแยกที่สำคัญ เนื่องจากโมเดลแบบเส้นตรง "รับ-ผลิต-ทิ้ง" (Linear Model) แบบเดิมส่งผลให้เกิดความเปราะบางในห่วงโซ่อุปทานจากการพึ่งพาทรัพยากรใหม่ที่มีอยู่อย่างจำกัด และสร้างมลพิษจากบรรจุภัณฑ์แบบใช้ครั้งเดียวทิ้ง ในขณะที่เศรษฐกิจหมุนเวียน (Circular Economy) มอบแนวทางปฏิบัติที่ช่วยให้โรงแรมสามารถออกแบบวิธีการจัดซื้อและดำเนินงานใหม่ผ่านหลักการสำคัญ 3 ประการ ได้แก่ การตัดขยะและมลพิษออกไปตั้งแต่ต้น การรักษาวัสดุให้หมุนเวียนอยู่ในระบบนานขึ้น และการฟื้นฟูระบบธรรมชาติที่หล่อเลี้ยงแหล่งท่องเที่ยว
แม้อุตสาหกรรมนี้จะสร้างงานถึง 349 ล้านตำแหน่งทั่วโลก แต่รอยเท้าทางสิ่งแวดล้อม กว่า 70% กลับเกิดขึ้นในขั้นตอน "ต้นน้ำ" คือการผลิตและการขนส่งสินค้าที่โรงแรมใช้ ดังนั้น การเปลี่ยนแปลงระบบจัดซื้อจึงเป็นกุญแจสำคัญที่จะลดผลกระทบในวงกว้างได้
ด้วยเหตุนี้ องค์กร Circle Economy ร่วมกับกลุ่มโรงแรม Iberostar และองค์การการท่องเที่ยวโลกแห่งสหประชาชาติ (UN Tourism) ได้ร่วมกันเผยแพร่เอกสาร White Paper สำคัญในหัวข้อ "Towards Circular Hospitality" เอกสารฉบับนี้ถือเป็นหนึ่งในกรอบการดำเนินงานแรก ๆ ที่ถูกออกแบบมาเพื่อขับเคลื่อนการเปลี่ยนผ่านอุตสาหกรรมการท่องเที่ยวและการบริการจากการดำเนินงานแบบเส้นตรง ไปสู่เศรษฐกิจหมุนเวียนอย่างเต็มตัว โดย 'กรุงเทพธุรกิจ' สรุปสาระสำคัญของรายงานนี้ ดังนี้
10 อุปสรรคเชิงระบบที่ขัดขวางความก้าวหน้า
รายงานฉบับนี้ระบุว่าการเปลี่ยนผ่านไปสู่โมเดลหมุนเวียนนั้นยังคงถูกปิดกั้นด้วยอุปสรรคเชิงระบบ 10 ประการ ที่ต้องอาศัยความร่วมมือจากทุกภาคส่วนในการแก้ไข ได้แก่
- การขาดโครงสร้างพื้นฐานในการเปลี่ยนขยะให้เป็นทรัพยากร: โดยเฉพาะในพื้นที่ห่างไกลหรือหมู่เกาะที่ขาดสิ่งอำนวยความสะดวกในการรีไซเคิลหรือทำปุ๋ยหมัก
- อุปสรรคด้านกฎระเบียบและขาดแรงจูงใจ: กฎหมายบางประการยังไม่เอื้อต่อแนวทางหมุนเวียน และขาดมาตรการทางภาษีเพื่อสนับสนุนผลิตภัณฑ์รีไซเคิล
- ความแตกแยกภายในห่วงโซ่คุณค่า: ความซับซ้อนของการจัดจ้างคนภายนอกทำให้การแบ่งปันข้อมูลและการจัดการทรัพยากรร่วมกันเป็นไปได้ยาก
- ความพร้อมและนวัตกรรมของซัพพลายเออร์: ซัพพลายเออร์ส่วนใหญ่ยังยึดติดกับระบบเดิมและขาดแรงจูงใจในการออกแบบผลิตภัณฑ์ใหม่
- การติดกับดักการคิดระยะสั้น: หลายธุรกิจมองว่าความหมุนเวียนเป็น "ต้นทุน" มากกว่าจะเป็นกลยุทธ์เพื่อความยืดหยุ่นในระยะยาว
- ช่องว่างด้านทักษะและแรงจูงใจของพนักงาน: อัตราการเข้าออกของพนักงานที่สูงส่งผลต่อความต่อเนื่องในการดำเนินนโยบาย
- การปรับเปลี่ยนพฤติกรรมของผู้เข้าพักที่ล่าช้า: นักท่องเที่ยวมักบริโภคทรัพยากรมากกว่าปกติเมื่ออยู่นอกบ้าน
- ช่องว่างด้านการกำกับดูแล ข้อมูล และความรับผิดชอบ: การขาดตัวชี้วัดที่ชัดเจนทำให้ยากต่อการติดตามความคืบหน้า
- ความหลากหลายของพื้นที่: วิธีการแก้ไขปัญหาไม่สามารถใช้แบบเดียวกับทุกที่ได้
- การขาดกรอบการทำงานร่วมกันของทั้งอุตสาหกรรม: อุตสาหกรรมยังขาดวิสัยทัศน์ร่วมกันและแนวทางปฏิบัติที่ชัดเจนสำหรับโรงแรม ทำให้เกิดความไม่แน่นอนและชะลอการเปลี่ยนแปลงเชิงระบบ
5 โอกาสเชิงกลยุทธ์เพื่อขับเคลื่อนเศรษฐกิจหมุนเวียน
เพื่อบรรลุวิสัยทัศน์นี้ สมุดปกขาวได้นำเสนอโอกาสเชิงกลยุทธ์ 5 ด้าน ที่จะช่วยให้ธุรกิจโรงแรมสามารถสร้างความได้เปรียบทางการแข่งขันและสร้างคุณค่าในระยะยาว ดังนี้
- การจัดซื้อจัดจ้างแบบหมุนเวียน (Circular Procurement): การปรับปรุงซัพพลายเชนโดยให้ความสำคัญกับวัสดุที่ผลิตซ้ำได้และบริการที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม
- การดำเนินงานแบบหมุนเวียน (Circular Operations): การกำจัดขยะจากการดำเนินงานประจำวัน เพิ่มประสิทธิภาพการใช้ทรัพยากร และดึงพนักงานกับแขกให้มีส่วนร่วม
- สิ่งแวดล้อมสรรสร้างแบบหมุนเวียน (Circular Built Environment): การใช้หลักการเศรษฐกิจหมุนเวียนตั้งแต่การออกแบบ การก่อสร้าง และการรีโนเวทอาคาร
- วัฒนธรรมธุรกิจและการสร้างประสบการณ์ให้ผู้เข้าพัก (Circular Business Culture and Guest Experiences): การทำความหมุนเวียนให้เป็นเรื่องที่เข้าถึงง่ายและเป็นส่วนหนึ่งของประสบการณ์การเดินทางที่น่าจดจำ
- จุดหมายปลายทางแบบหมุนเวียน (Circular Destinations): การทำงานร่วมกันระหว่างโรงแรม ซัพพลายเออร์ ชุมชน และผู้กำหนดนโยบายเพื่อสร้างระบบนิเวศท้องถิ่นที่ยืดหยุ่น
ปลดล็อกความสำเร็จด้วย 6 ปัจจัยสนับสนุนสำคัญ
เพื่อให้เกิดการขยายผลและนำไปใช้จริงตลอดห่วงโซ่คุณค่า รายงานได้ระบุถึงปัจจัยสนับสนุน 6 ประการ ที่จะช่วยปลดล็อกข้อจำกัดต่าง ๆ
- กลยุทธ์และการกำกับดูแล: การฝังเป้าหมายความหมุนเวียนลงในแกนหลักของกลยุทธ์ธุรกิจและตัวชี้วัดผลงาน
- นโยบายและมาตรฐาน: การผลักดันกฎระเบียบที่สนับสนุนเทคโนโลยีคาร์บอนต่ำและการจัดการขยะที่ประสานกัน
- นวัตกรรมและเทคโนโลยี: ทั้งในระดับไฮเทค เช่น AI ตรวจสอบขยะอาหาร และระดับท้องถิ่นที่ปรับตามบริบทของพื้นที่
- ความร่วมมือ: การรวมตัวกันของภาคเอกชน ภาครัฐ และชุมชน เพื่อสร้างระบบลอจิสติกส์และการจัดซื้อร่วมกัน
- การสร้างขีดความสามารถและการศึกษา: การฝึกอบรมพนักงานและแบ่งปันความรู้ระหว่างพันธมิตรเพื่อเปลี่ยนพฤติกรรมในระยะยาว
- การเงินและการลงทุน: การปรับเปลี่ยนรูปแบบการลงทุนให้เห็นคุณค่าและความยืดหยุ่นที่เกิดขึ้นในระยะยาวจากระบบหมุนเวียน
กรณีศึกษา นวัตกรรมของ Iberostar
เพื่อให้เห็นภาพการนำไปใช้จริง Iberostar ได้พิสูจน์ผ่านโครงการต่าง ๆ ดังนี้
- ทีม 3R ที่ขับเคลื่อนด้วยข้อมูล: Iberostar จัดตั้งแผนก 3R เป็นแห่งแรกในอุตสาหกรรม โดยมีพนักงานกว่า 250 คนที่ได้รับการฝึกฝนให้คัดแยกและวิเคราะห์ข้อมูลขยะแบบเรียลไทม์ผ่านแดชบอร์ดดิจิทัล ส่งผลให้ลดขยะไปสู่บ่อฝังกลบได้ถึง 69% ในปี 2024 และพุ่งสูงกว่า 80% ตามข้อมูลเบื้องต้นในปี 2025
- ระบบ AI ลดขยะอาหาร: การใช้ถังขยะอัจฉริยะจาก Winnow Solutions ในโรงแรมกว่า 60 แห่ง ช่วยให้เชฟรู้ว่าอาหารชนิดใดถูกทิ้งมากที่สุด นำไปสู่การปรับปรุงเมนูและการจัดซื้อจนลดขยะอาหารได้ 12% ในปีแรก
- การก่อสร้างแบบหมุนเวียน: ในโครงการที่ Waves Gaviotas Park ประเทศสเปน สามารถคัดแยกขยะจากการก่อสร้างไม่ให้ไปสู่บ่อฝังกลบได้ถึง 75% และในเม็กซิโกมีการนำเฟอร์นิเจอร์เกือบทั้งหมดกลับมาใช้ใหม่ในการปรับปรุงโรงแรม
รายงานฉบับนี้กระตุ้นทุกภาคส่วนในอุตสาหกรรมท่องเที่ยวทั่วโลก ให้ร่วมกันเปลี่ยนความทะเยอทะยานไปสู่การลงมือทำจริง เพื่อสร้างอนาคตที่การท่องเที่ยวสามารถเกื้อกูลทั้งผู้คน สถานที่ และธรรมชาติให้เติบโตไปด้วยกันได้อย่างยั่งยืน





