“น้ำตกไนแอการา” หนึ่งในน้ำตกที่สวยที่สุดในโลก ถูกปกคลุมด้วยหิมะและน้ำแข็งหนาทึบ หลังจากที่ “ปรากฏการณ์ลมหมุนขั้วโลก” (Polar Vortex) และมวลอากาศอาร์กติกที่แผ่ปกคลุมพื้นที่อย่างต่อเนื่อง ทำให้นักท่องเที่ยวจำนวนมากต่างพากันมาชื่นชมความงามของน้ำตกแห่งนี้ แม้จะต้องเผชิญกับสภาพอากาศหนาวจัดจนติดลบก็ตาม
ความหนาวเย็นสุดขั้วได้เปลี่ยนละอองน้ำและผิวน้ำให้กลายเป็นชั้นน้ำแข็งหนาปกคลุมไปทั่วบริเวณ ท่ามกลางไอน้ำที่พวยพุ่งขึ้นมาจากสายน้ำที่ยังคงไหลอยู่เบื้องล่าง แม้ภาพที่เห็นจะดูเหมือนน้ำตกหยุดชะงักไปทั้งหมด แต่เจ้าหน้าที่ยืนยันว่าด้วยปริมาณน้ำมหาศาลและการเคลื่อนที่อย่างต่อเนื่อง ทำให้น้ำตกไม่มีทางแข็งตัวได้อย่างสมบูรณ์ในปัจจุบัน
แองเจลา เบอร์ตี โฆษกของอุทยานแห่งรัฐน้ำตกไนแอการาในนิวยอร์กตะวันตก ให้ข้อมูลว่า “น้ำตกไม่ได้แข็งตัวทั้งหมด แต่มันเย็นจัดจนกรอบไปหมดแล้ว ทั้งนี้ น้ำตกแห่งนี้ไม่มีทางจะแข็งตัวอย่างสมบูรณ์ แต่น้ำแข็งจะสะสมตัวขึ้นมาจากแม่น้ำและภาพที่เห็นจะทำให้น้ำตกดูเหมือนแข็งตัว ทว่าน้ำยังคงไหลอยู่ภายใต้ชั้นน้ำแข็งเหล่านั้น”
สาเหตุสำคัญที่ทำให้น้ำตกไม่สามารถแข็งตัวได้เหมือนในอดีต เป็นเพราะมีการติดตั้งอุปกรณ์ที่เรียกว่า “ทุ่นกั้นน้ำแข็ง” (Ice Boom) ทุ่นเหล็กยาว 2.7 กิโลเมตรที่ติดตั้งไว้ตั้งแต่ปี ค.ศ. 1964 เพื่อกั้นน้ำแข็งจากทะเลสาบอีรีไม่ให้ไหลลงมาขวางทางน้ำหรือสร้างความเสียหายแก่โครงสร้างริมฝั่ง ประกอบกับในฤดูหนาวจะมีน้ำไหลผ่านน้ำตกถึงประมาณ 85 ล้านลิตรต่อนาทีด้วยความเร็วสูงถึง 40 กิโลเมตรต่อชั่วโมง ทำให้ยากต่อการกลายเป็นน้ำแข็งทั้งหมด
แต่ความเย็นจัด ก็ทำให้เกิดชั้นน้ำแข็งและหมอกที่แข็งตัวปกคลุมอยู่บนพื้นผิวอย่างหนาแน่น อีกทั้งยังทำให้เกิด “ปรากฏการณ์สะพานน้ำแข็ง” (Ice Bridge) เมื่อละอองน้ำและเศษน้ำแข็งเกาะตัวกันจนกลายเป็นกองน้ำแข็งขนาดใหญ่ที่ฐานน้ำตก ซึ่งบางจุดอาจมีความหนาได้มากกว่า 12 เมตรและมีแท่งน้ำแข็งเกาะตามขอบน้ำตกอย่างสวยงาม
ในปี 1848 มีบันทึกว่า น้ำตกไนแอการาเคยหยุดไหลโดยสิ้นเชิงเป็นเวลา 30 ชั่วโมง เนื่องจากมวลน้ำแข็งมหาศาลไปปิดกั้นทางน้ำที่ต้นแม่น้ำ แต่นั่นเป็นเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นก่อนที่จะมีการควบคุมด้วยเทคโนโลยีสมัยใหม่
อย่างไรก็ตาม เบอร์ตีเน้นย้ำว่าแม้จะเป็นเพียงการแข็งตัวบางส่วน แต่ทัศนียภาพของสิ่งมหัศจรรย์ทางธรรมชาติที่ถูกปกคลุมด้วยสีขาวโพลนนี้ยังคงสวยงามและสร้างประสบการณ์ที่น่าแรงบันดาลใจให้แก่ผู้มาเยือนได้ไม่แพ้ฤดูกาลอื่น
ที่มา: Gobal News, Niagara Parks, USA Today, The Weather Network





