วันอังคาร ที่ 3 มีนาคม 2569

Login
Login

พบ ‘หมีขั้วโลก’ อ้วนขึ้น แม้น้ำแข็งละลาย เพราะหันมาล่าสัตว์บกเป็นอาหาร

พบ ‘หมีขั้วโลก’ อ้วนขึ้น แม้น้ำแข็งละลาย เพราะหันมาล่าสัตว์บกเป็นอาหาร

นักวิทยาศาสตร์ต่างประหลาดใจ เมื่อพบว่า “หมีขั้วโลก” ในหมู่เกาะสฟาลบาร์ของประเทศนอร์เวย์มีร่างกายอ้วนท้วนสมบูรณ์ ทั้ง ๆ ที่วิกฤติการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศทำให้น้ำแข็งในอาร์กติกละลายหายไปอย่างรวดเร็ว ตามผลการวิจัยที่เผยแพร่ในวารสาร Scientific Reports

ทะเลแบเรนต์ส ซึ่งเป็นที่ตั้งของสฟาลบาร์ มีอัตราการสูญเสียน้ำแข็งทะเลเร็วกว่าพื้นที่อื่น ๆ ในอาร์กติก และมีอุณหภูมิสูงขึ้นมากกว่าภูมิภาคอื่นด้วย แต่แทนที่หมีขั้วโลกจะผอมลงเหมือนประชากรหมีในแถบอื่น เช่น ในอ่าวฮัดสันของแคนาดา หมีในสฟาลบาร์กลับมีไขมันสะสมในร่างกายเพิ่มมากขึ้นอย่างเห็นได้ชัด

 

หมีขั้วโลกปรับตัว

นักวิจัยได้วิเคราะห์ข้อมูลจากหมีตัวเต็มวัยจำนวน 770 ตัว ตั้งแต่ช่วงปี 1995-2019 เพื่อวัดปริมาณไขมันที่พวกมันสะสมไว้ พบว่า แม้ถิ่นที่อยู่ที่เป็นน้ำแข็งจะลดลง แต่หมีเหล่านี้กลับไม่ได้ผอมโซอย่างที่หลายฝ่ายกังวล แต่กลับมีดัชนีสภาพร่างกาย (BCI) ที่ดีขึ้นในช่วงสองทศวรรษที่ผ่านมา

จอน อาร์ส นักวิทยาศาสตร์อาวุโสจากสถาบันโพลาร์แห่งนอร์เวย์และเป็นผู้นำการวิจัยครั้งนี้ ระบุว่า “หมีขั้วโลกอ้วนขึ้น ในช่วงเวลาที่มีการสูญเสียน้ำแข็งทะเลอย่างมีนัยสำคัญนั้น เป็นเรื่องที่น่าประหลาดใจมาก”

อาร์ส เล่าให้ฟังว่า หากมีคนถามเขาในปี 2003 ซึ่งเป็นช่วงที่เริ่มทำงานวิจัย ว่าจะเกิดอะไรขึ้นกับหมีขั้วโลกเหล่านี้ เขาคงตอบว่าจะเห็นหมีที่ผอมลง แต่สิ่งที่พบกลับตรงกันข้าม โดยเขากล่าวว่า “ตอนนี้หมีมีสภาพร่างกายที่ดีขึ้น แม้ว่าพวกมันจะถูกบีบให้อยู่บนบกนานขึ้นมากโดยไม่มีความสามารถในการล่าแมวน้ำวงแหวนก็ตาม

พบ ‘หมีขั้วโลก’ อ้วนขึ้น แม้น้ำแข็งละลาย เพราะหันมาล่าสัตว์บกเป็นอาหาร หมีขาวและลูกหมีขาวในหมู่เกาะสฟาลบาร์
เครดิตภาพ: Norwegian Polar Institute

นักวิทยาศาสตร์เชื่อว่าหมีเหล่านี้อ้วนขึ้นเป็นเพราะ หมีขั้วโลกหันไปล่าสัตว์บกมากขึ้น เมื่อหมีต้องใช้เวลาอยู่บนบกมากขึ้นเนื่องจากขาดน้ำแข็ง โดยสัตว์ที่มักจะถูกหมีขั้วโลกล่ามากที่สุด คือ เช่น กวางเรนเดียร์และวอลรัส สัตว์ทั้งสองชนิดนี้มีจำนวนเพิ่มขึ้นหลังจากที่เคยถูกมนุษย์ล่าจนเกือบสูญพันธุ์และได้รับการคุ้มครองในเวลาต่อมา

นอกจากนี้ อุณหภูมิที่สูงขึ้นยังอาจส่งผลให้หมีล่าแมวน้ำวงแหวน ซึ่งเป็นอาหารหลักของหมีขั้วโลก ได้ง่ายขึ้น เพราะเมื่อน้ำแข็งทะเลมีพื้นที่น้อยลง แมวน้ำจะไปรวมตัวกันหนาแน่นในพื้นที่น้ำแข็งที่ยังเหลืออยู่ ทำให้หมีสามารถจับพวกมันได้ง่ายขึ้นและมีประสิทธิภาพมากขึ้นในช่วงเวลาที่ยังมีน้ำแข็งให้ล่า

ทีมนักวิจัยได้วิเคราะห์บันทึกการจับหมีขั้วโลกกว่า 1,188 ครั้ง ในช่วงปี 1992-2019 เพื่อประเมินมวลกายเมื่อเทียบกับขนาดตัว ข้อมูลชี้ให้เห็นว่าดัชนีสภาพร่างกายของหมีลดลงจนถึงปี 2000 แต่หลังจากนั้นกลับเริ่มเพิ่มสูงขึ้นทั้งในเพศผู้และเพศเมีย แม้ว่าการละลายของน้ำแข็งทะเลจะเร่งตัวขึ้นก็ตาม

การศึกษานี้ยังแสดงให้เห็นว่า ประชากรหมีขั้วโลกในทะเลแบเรนต์สมีจำนวนประมาณ 1,900-3,600 ตัวในปี 2004 และมีแนวโน้มว่าจะเพิ่มขึ้นตั้งแต่นั้นมา เพราะเมื่อมีสุขภาพร่างกายที่ดี ก็จะสืบสืบพันธุ์ได้มากขึ้น ซึ่งถือเป็นข่าวดีสำหรับการคงอยู่ของประชากรหมีในพื้นที่นี้ในปัจจุบัน

พบ ‘หมีขั้วโลก’ อ้วนขึ้น แม้น้ำแข็งละลาย เพราะหันมาล่าสัตว์บกเป็นอาหาร หมีขาวและลูกหมีขาวในหมู่เกาะสฟาลบาร์
เครดิตภาพ: Norwegian Polar Institute

อย่างไรก็ตาม นักวิจัยเน้นย้ำว่าไม่ควรนำผลการศึกษาจากพื้นที่เดียวไปสรุปภาพรวมของหมีขั้วโลกทั้งหมด ซาร่าห์ คูเบย์น นักวิจัยจากศูนย์วิจัยสิ่งแวดล้อมแห่งฝรั่งเศส (CEFE) ให้ความเห็นว่าสิ่งที่เกิดขึ้นในสฟาลบาร์นั้นขัดแย้งกับผลการศึกษาในประชากรหมีกลุ่มอื่น เช่น หมีในอ่าวฮัดสันตะวันตกของแคนาดาที่มีสภาพร่างกายแย่ลงอย่างมากและจำนวนประชากรลดลงเหลือเพียงครึ่งเดียวเนื่องจากภาวะโลกร้อน

ความแตกต่างนี้ชี้ให้เห็นถึงความสัมพันธ์ที่ซับซ้อนระหว่างถิ่นที่อยู่ โครงสร้างระบบนิเวศ และการใช้พลังงานของหมีขั้วโลกในแต่ละพื้นที่ ในสฟาลบาร์นั้น หมีบางกลุ่มอาจอาศัยอยู่บนบกและหาอาหารได้ดีขึ้น ในขณะที่หมีกลุ่มอื่นต้องว่ายน้ำระยะไกลเพื่อตามน้ำแข็งซึ่งต้องใช้พลังงานสูงมาก

แม้สถานการณ์ในปัจจุบันจะดูเหมือนเป็นข่าวดี แต่ผู้เชี่ยวชาญเตือนว่าความสมบูรณ์ของร่างกายนี้อาจเป็นเพียงสภาวะชั่วคราว หากน้ำแข็งทะเลยังคงลดลงอย่างต่อเนื่องถึงจุดหนึ่ง หมีขั้วโลกจะไม่สามารถชดเชยการสูญเสียแหล่งล่าสัตว์หลักด้วยอาหารบนบกได้อีกต่อไป

อาร์สกล่าวเตือนว่า ในอนาคตเราจะเริ่มเห็นหมีสูญเสียน้ำหนักและมีปัญหาในการอยู่รอดและการสืบพันธุ์ โดยเขาระบุว่า “เราไม่รู้ว่าการเปลี่ยนแปลงนี้จะลึกซึ้งเพียงใด และเราไม่รู้ว่ามันจะเกิดขึ้นใน 5 ปี 10 ปี หรือ 20 ปีข้างหน้า”

หมีขั้วโลกในสฟาลบาร์กำลังพยายามปรับตัวเข้ากับสถานการณ์ที่ยากลำบาก พวกมันใช้ประโยชน์จากทรัพยากรที่มีอยู่และเปลี่ยนแปลงพฤติกรรมการล่าเพื่อความอยู่รอดในระยะสั้น ทว่าความอยู่รอดในระยะยาวของพวกมันยังคงผูกติดอยู่กับน้ำแข็งทะเลอย่างไม่อาจปฏิเสธได้

จอห์น ไวท์แมน หัวหน้านักวิทยาศาสตร์จาก Polar Bears International ให้ความเห็นว่าแม้ภาพระยะสั้นจะดูดีในบางภูมิภาค แต่ภาพรวมในระยะยาวนั้นชัดเจนว่าการสูญเสียน้ำแข็งหมายถึงการลดลงของประชากรหมี และหากน้ำแข็งหายไปทั้งหมด หมีเหล่านี้ก็จะหายไปในที่สุด


ที่มา: ABCBBCDiscover MagazineThe New York TimesVox

พบ ‘หมีขั้วโลก’ อ้วนขึ้น แม้น้ำแข็งละลาย เพราะหันมาล่าสัตว์บกเป็นอาหาร หมีขาวในหมู่เกาะสฟาลบาร์
เครดิตภาพ: Norwegian Polar Institute