ทางการอินโดนีเซียเริ่มส่งกลับตู้คอนเทนเนอร์บรรจุขยะอิเล็กทรอนิกส์ (E-Waste) ที่เป็นอันตรายจำนวน 4 ตู้กลับไปยังสหรัฐ นับความก้าวหน้าครั้งสำคัญในการปราบปรามการนำเข้าขยะผิดกฎหมาย
ท่าเรือบาสูอัมปาร์ ซึ่งเป็นหนึ่งในท่าเรือที่คึกคักที่สุดของประเทศ ต้องเผชิญกับปัญหาตู้คอนเทนเนอร์ตกค้างอยู่เป็นจำนวนมาก โดยมีรายงานว่ามีตู้คอนเทนเนอร์มากกว่า 900 ตู้ที่ถูกกักไว้เพื่อรอการตรวจสอบ หลังจากเจ้าหน้าที่ศุลกากรและผู้ตรวจสอบจากกระทรวงสิ่งแวดล้อมและป่าไม้พบความผิดปรกติในการสำแดงสินค้าเมื่อช่วงปลายปีที่ผ่านมา
จากการตรวจสอบเบื้องต้นพบว่าตู้คอนเทนเนอร์หลายสิบตู้ได้รับการยืนยันแล้วว่าบรรจุขยะอิเล็กทรอนิกส์ผิดกฎหมาย ไม่ว่าจะเป็นชิ้นส่วนคอมพิวเตอร์ ฮาร์ดดิสก์ และแผงวงจรไฟฟ้าที่ถูกทิ้ง ซึ่งจัดเป็นวัตถุอันตรายและเป็นพิษตามกฎหมายของอินโดนีเซีย โดย 4 ตู้แรกที่ส่งกลับไปถูกระบุว่าเป็นสินค้าของบริษัท PT Esun International Utama Indonesia
การค้นพบนี้ชี้ให้เห็นถึงความพยายามลักลอบนำเข้าขยะพิษข้ามพรมแดน ที่ยังคงเกิดขึ้นอย่างต่อเนื่องแม้จะมีกฎระเบียบที่เข้มงวดก็ตาม โดยขยะเหล่านี้หากไม่ได้รับการจัดการที่ถูกต้องจะรั่วไหลสู่ดินและแหล่งน้ำ สร้างความเสียหายต่อสุขภาพของชุมชนในระยะยาว
ฮานิฟ ไฟซอล นูโรฟิก รัฐมนตรีกระทรวงสิ่งแวดล้อมและป่าไม้ของอินโดนีเซีย ออกแถลงการณ์ยืนยันจุดยืนของประเทศอย่างหนักแน่นว่า “รัฐบาลจะไม่ยอมให้อินโดนีเซียกลายเป็นที่ทิ้งขยะ หรือสถานที่แปรรูปขยะผิดกฎหมายจากต่างประเทศ”
ด้านนายซากี ฟิรมานยาห์ หัวหน้าศุลกากรบาตัม ระบุว่าการส่งกลับเป็นมาตรการบังคับที่หลีกเลี่ยงไม่ได้สำหรับผู้นำเข้าที่กระทำผิด โดยเขากล่าวยืนยันว่า
“ตู้คอนเทนเนอร์ทุกตู้ที่บรรจุขยะอันตรายและเป็นพิษจะต้องถูกส่งกลับประเทศต้นทางเท่านั้น ไม่มีทางเลือกอื่น”
ในขณะที่นางสาวเอวี อ็อกตาเวีย โฆษกศุลกากรบาตัม ระบุเพิ่มเติมว่า กำลังอยู่ระหว่างการสรุปข้อมูลและเอกสารทั้งหมด เพื่อดำเนินการส่งกลับตู้คอนเทนเนอร์ที่เหลือตามขั้นตอนต่อไป
จิม พักเก็ต ผู้อำนวยการเครือข่าย Basel Action Network (BAN) องค์กรเฝ้าระวังการค้าขยะโลก แสดงความตกใจต่อกรณีนี้กล่าวว่า “เป็นเรื่องน่าตกใจที่ PT Esun International Utama Indonesia ได้รับอนุญาตให้นำเข้าขยะที่ถูกควบคุมจากสหรัฐ มายังอินโดนีเซียเป็นระยะเวลานานเช่นนี้”
พร้อมทั้งชี้ให้เห็นความล้มเหลวของระบบตรวจสอบในสหรัฐ ที่ยังคงให้การรับรองมาตรฐานแก่บริษัทที่มีส่วนเกี่ยวข้องกับการส่งออกขยะอันตรายข้ามโลก
ขณะที่ ยูยุน อิสมาวตี จากมูลนิธิ Nexus3 องค์กรสิ่งแวดล้อมในอินโดนีเซีย เรียกร้องให้รัฐบาลบังคับใช้กฎหมายอย่างเด็ดขาด โดยเธอกล่าวว่า “การปล่อยให้บริษัทนอกกฎหมายเหล่านี้ข่มขู่รัฐบาลไม่ให้ปฏิบัติหน้าที่ปกป้องสิ่งแวดล้อมของอินโดนีเซียเป็นเรื่องที่น่าโกรธแค้น อินโดนีเซียจะต้องปกครองด้วยกฎหมาย ไม่ใช่ด้วยกลุ่มอิทธิพลเถื่อน เพื่อเป็นการปกป้องแรงงานและชุมชนจากการสัมผัสสารพิษโลหะหนักที่เกิดจากการรีไซเคิลขยะอิเล็กทรอนิกส์อย่างผิดวิธี”
การส่งกลับขยะครั้งนี้ไม่ใช่ครั้งแรกที่อินโดนีเซียใช้มาตรการรุนแรงเพื่อปกป้องทรัพยากรของตนเอง โดยในปี 2019 อินโดนีเซียเคยส่งกลับตู้คอนเทนเนอร์ขยะปนเปื้อนหลายร้อยตู้คืนสู่ประเทศต้นทาง เช่น ออสเตรเลีย และยุโรป มาแล้ว
นายริซาล อิราวาน รองอธิบดีฝ่ายบังคับใช้กฎหมายสิ่งแวดล้อม กล่าวทิ้งท้ายว่า การค้นพบนี้แสดงให้เห็นว่า ยังคงมีความพยายามนำเข้าขยะอันตรายอยู่อย่างต่อเนื่อง และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องจะยังคงเฝ้าระวังอย่างเข้มงวดเพื่อสกัดกั้นขยะพิษเหล่านี้ที่ท่าเรือทั่วประเทศ
ที่มา: ecoton, The Jakarta Post, South China Morning Post, The Cool Down





