เช้าวันที่ 1 กุมภาพันธ์ 2569 ประเทศไทยเผชิญวิกฤตมลพิษทางอากาศระลอกใหม่อย่างรุนแรง หลังจำนวนจุดความร้อนจากการเผาไหม้ทั่วประเทศพุ่งทำสถิติสูงสุดของปี ส่งผลให้ค่าฝุ่นละอองขนาดเล็ก PM2.5 ซึ่งองค์การอนามัยโลกจัดอยู่ในกลุ่มสารก่อมะเร็ง กลุ่มที่ 1 พุ่งขึ้นสู่ระดับอันตรายต่อสุขภาพในหลายพื้นที่ ครอบคลุมตั้งแต่กรุงเทพมหานครและปริมณฑล ภาคกลาง ไปจนถึงบางส่วนของภาคเหนือ สถานการณ์ครั้งนี้ไม่เพียงสะท้อนปัญหาฝุ่นพิษเฉพาะหน้า แต่ยังตอกย้ำความเปราะบางของระบบการจัดการอากาศสะอาดของประเทศ ท่ามกลางแรงกดดันจากการเผาในภาคเกษตรและปัจจัยแวดล้อมที่ซ้ำเติมอย่างทิศทางลม ซึ่งพัดพามลพิษข้ามจังหวัดและข้ามภูมิภาค จนกลายเป็นวิกฤตสุขภาพที่ประชาชนจำนวนมากไม่อาจหลีกเลี่ยงได้
ภาคเกษตรยังเป็นต้นตอหลัก
"รศ.ดร.วิษณุ อรรถวานิช" อาจารย์คณะเศรษฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ และโฆษกคณะกรรมาธิการอากาศสะอาด เปิดเผยว่า แหล่งกำเนิดจุดความร้อนสูงสุด 8 จังหวัดแรกของประเทศในวันนี้ ล้วนกระจุกตัวอยู่ในภาคตะวันออกเฉียงเหนือ โดยจังหวัดชัยภูมิมีจำนวนจุดความร้อนมากที่สุด รองลงมาคือ ร้อยเอ็ด อุบลราชธานี ขอนแก่น กาฬสินธุ์ เพชรบูรณ์ นครราชสีมา และบุรีรัมย์ ตามลำดับ สะท้อนชัดว่าการเผาในภาคเกษตรยังคงเป็นปัจจัยหลักที่ขับเคลื่อนวิกฤตฝุ่นพิษในช่วงนี้
อย่างไรก็ตาม แม้ภาคอีสานจะเป็นพื้นที่ที่มีการเผาหนักที่สุด แต่หลายจังหวัดกลับไม่ได้รับผลกระทบด้านค่าฝุ่นในระดับรุนแรงเท่าพื้นที่อื่น เนื่องจากทิศทางลมพัดพาฝุ่นพิษออกจากแหล่งกำเนิด ไปสมทบกับฝุ่นสะสมเดิมในจังหวัดต่าง ๆ โดยเฉพาะกรุงเทพมหานคร ปริมณฑล ภาคกลาง และภาคเหนือ ซึ่งมีแหล่งกำเนิดฝุ่นจากกิจกรรมภายในประเทศอยู่แล้ว ทั้งการเผาในภาคเกษตร โรงงานอุตสาหกรรม และพื้นที่ป่าไม้
สำหรับจังหวัดที่ตรวจพบค่าฝุ่น PM2.5 อยู่ในระดับอันตรายต่อสุขภาพในวันนี้ พบว่าสถานการณ์รุนแรงที่สุดที่จังหวัดราชบุรี รองลงมาคือ กำแพงเพชร พิษณุโลก นนทบุรี สุพรรณบุรี สุโขทัย สมุทรสงคราม พิจิตร เลย และสมุทรปราการ ตามลำดับ ขณะที่วันนี้เป็นวันอาทิตย์ ส่งผลให้ปริมาณฝุ่นจากการจราจร โดยเฉพาะรถยนต์และรถบรรทุก คาดว่ามีผลต่อภาพรวมน้อยกว่าวันทำงาน
จำนวนจุดความร้อนทั่วประเทศ
ข้อมูลจากระบบติดตามจุดความร้อนของ GISTDA ระบุว่า จำนวนจุดความร้อนทั่วประเทศเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ จากเมื่อวาน 1,634 จุด เป็น 1,754 จุด ทำสถิติสูงสุดใหม่ของปี 2569
โดยการเผาในนาข้าวยังคงครองอันดับหนึ่งสูงถึง 632 จุด รองลงมาคือการเผาอ้อย 217 จุด ซึ่งเพิ่มขึ้นอย่างมาก เช่นเดียวกับการเผาข้าวโพดและไร่หมุนเวียน 119 จุด และการเผาในพื้นที่เกษตรประเภทอื่น ๆ อีก 299 จุด ขณะที่พื้นที่ป่าไม้มีการเผาเพิ่มขึ้นเป็น 347 จุด และจุดความร้อนจากแหล่งอื่น ๆ อีก 140 จุด
หมอกควันข้ามแดน
ในมิติข้ามพรมแดน พบว่าการเผาในประเทศเพื่อนบ้านมีแนวโน้มแตกต่างกัน โดยกัมพูชามีการเผาเพิ่มขึ้น ขณะที่เมียนมาและ สปป.ลาว มีการเผาลดลง อย่างไรก็ตาม เมื่อพิจารณาจากทิศทางลมและจำนวนจุดความร้อนโดยรวม "รศ.ดร.วิษณุ" ระบุว่า ปัจจัยหลักของฝุ่นพิษในวันนี้ยังคงมาจากแหล่งกำเนิดภายในประเทศเป็นสำคัญ
"รศ.ดร.วิษณุ" ยังเรียกร้องให้ทุกภาคส่วน โดยเฉพาะพรรคการเมือง ให้ความสำคัญกับการแก้ไขปัญหามลพิษทางอากาศอย่างจริงจัง เนื่องจากวันเลือกตั้งกำลังใกล้เข้ามา พร้อมเสนอให้บรรจุการแก้ปัญหาฝุ่นพิษเป็นนโยบายหลัก เพื่อคุ้มครองสุขภาพของประชาชนในระยะยาว และขอให้ประชาชนผู้มีสิทธิ์เลือกตั้งพิจารณาเลือกพรรคการเมืองที่มีความตั้งใจและแนวทางชัดเจนในการจัดการปัญหาฝุ่นพิษ





