วันอังคาร ที่ 10 มีนาคม 2569

Login
Login

ปรับ ‘นาฬิกาวันสิ้นโลก’ เหลือ 85 วินาทีก่อนเที่ยงคืน โลกใกล้สู่จุดหายนะมากที่สุดที่เคยมีมา

ปรับ ‘นาฬิกาวันสิ้นโลก’ เหลือ 85 วินาทีก่อนเที่ยงคืน โลกใกล้สู่จุดหายนะมากที่สุดที่เคยมีมา

คณะกรรมการด้านวิทยาศาสตร์และความมั่นคงขององค์การจดหมายข่าวนักวิทยาศาสตร์ด้านปรมาณู ประกาศปรับเข็ม “นาฬิกาวันสิ้นโลก” (Doomsday Clock) ไปที่ 85 วินาทีก่อนเที่ยงคืน ซึ่งเป็นเวลาที่ใกล้จุดหายนะที่สุดเท่าที่เคยมีมา นับตั้งแต่ปี 1947 ที่เริ่มมีการตั้งนาฬิกาสัญลักษณ์นี้

การปรับเวลาในครั้งนี้ขยับเข้าใกล้เที่ยงคืนมากขึ้น 4 วินาที จากปี 2025 ซึ่งอยู่ที่ 89 วินาที เนื่องจากปัญหาการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ การใช้เอไอที่เพิ่มมากขึ้น และแนวคิดชาตินิยมของเหล่ามหาอำนาจ

“นาฬิกาวันสิ้นโลก” สร้างขึ้นเมื่อปี 1947 ในช่วงที่สงครามเย็นกำลังตึงเครียด เพื่อเตือนสาธารณชนว่ามนุษยชาติกำลังเข้าใกล้การทำลายล้างโลกมากเพียงใด โดยใช้เวลาเที่ยงคืนเป็นตัวแทนจุดล่มสลายของโลก เริ่มแรกได้ปรับไว้ที่ 7 นาทีก่อนเที่ยงคืน หรือ 23:53 น. ตลอดเวลาที่ปีที่ผ่านมา เวลาของนาฬิกาได้เปลี่ยนแปลงไปตามปัจจัยต่าง ๆ และในช่วงหลังเวลาขยับเข้าใกล้เที่ยงคืนมากขึ้นทุกที

สำหรับในปี 2026 เหล่านักวิทยาศาสตร์และผู้เชี่ยวชาญชี้ให้เห็นว่า โลกกำลังเผชิญกับความเสี่ยงระดับอัตถิภาวนิยมที่เพิ่มสูงขึ้น จากการที่มหาอำนาจอย่างรัสเซีย จีน และสหรัฐ ต่างมีความก้าวร้าวและยึดถือลัทธิชาตินิยมมากขึ้น ซึ่งการแข่งขันของมหาอำนาจแบบผู้ชนะกินรวบ กำลังทำลายความร่วมมือระหว่างประเทศที่จำเป็นต่อการลดความเสี่ยงจากสงครามนิวเคลียร์และการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ

ปรับ ‘นาฬิกาวันสิ้นโลก’ เหลือ 85 วินาทีก่อนเที่ยงคืน โลกใกล้สู่จุดหายนะมากที่สุดที่เคยมีมา อเล็กซานดรา เบลล์ ประธานและซีอีโอขององค์การจดหมายข่าวนักวิทยาศาสตร์ด้านปรมาณูปรับเข็มนาฬิกาวันสิ้นโลก
เครดิตภาพ: Jamie Christiani/Bulletin of the Atomic Scientists

อเล็กซานดรา เบลล์ ประธานและซีอีโอขององค์การจดหมายข่าวนักวิทยาศาสตร์ด้านปรมาณู กล่าวถึงสถานการณ์นี้ว่า “ความเสี่ยงต่อหายนะกำลังเพิ่มสูงขึ้น ในขณะที่ความร่วมมือลดน้อยลง และเวลาของเรากำลังจะหมดลง การเปลี่ยนแปลงเป็นทั้งสิ่งจำเป็นและเป็นไปได้ แต่ชุมชนโลกต้องเรียกร้องการดำเนินการที่รวดเร็วจากผู้นำของพวกเขา”

ความตึงเครียดด้านนิวเคลียร์ถือเป็นปัจจัยสำคัญ โดยเฉพาะเมื่อสนธิสัญญา New START ข้อตกลงลดอาวุธโจมตีเชิงยุทธศาสตร์ระหว่างสหรัฐและรัสเซียกำลังจะหมดอายุลง ซึ่งจะทำให้ไม่มีเครื่องมือใด ๆ มายับยั้งการแข่งสะสมอาวุธนิวเคลียร์ได้อีกต่อไป นอกจากนี้ยังมีการสะสมอาวุธในอวกาศและความเสี่ยงจากความขัดแย้งในภูมิภาคต่าง ๆ เช่น ยูเครน และตะวันออกกลาง

ขณะเดียวกัน การเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศยังคงรุนแรงขึ้นเรื่อย ๆ โลกเผชิญกับคลื่นความร้อน ภัยแล้ง และน้ำท่วมที่รุนแรงและบ่อยครั้งมากขึ้น แต่ผู้นำบางประเทศกลับขัดขวางการใช้พลังงานหมุนเวียนและส่งเสริมการใช้เชื้อเพลิงฟอสซิล 

แดเนียล ฮอลซ์ ประธานคณะกรรมการด้านวิทยาศาสตร์และความมั่นคง ระบุว่า “ความท้าทายที่ยิ่งใหญ่ที่สุดของเราต้องอาศัยความเชื่อใจและความร่วมมือระดับสากล และโลกที่แตกแยกเป็นฝักฝ่าย แบ่งแยกเป็นพวกเรากับพวกเขา จะทำให้มวลมนุษยชาติตกอยู่ในอันตรายมากยิ่งขึ้น”

อีกหนึ่งปัจจัยใหม่ที่ส่งผลต่อการปรับเวลาคือ การใช้ปัญญาประดิษฐ์ (AI) อย่างรวดเร็วโดยขาดการควบคุมที่เพียงพอ จนกลายเป็นเครื่องมือที่ช่วยแพร่กระจายข้อมูลบิดเบือนและทฤษฎีสมคบคิด โดยมาเรีย เรสซา  ผู้ได้รับรางวัลโนเบลสาขาสันติภาพ ได้เตือนถึงวิกฤตินี้ว่า 

“เรากำลังใช้ชีวิตในยุคข่าวปลอม ซึ่งเป็นวิกฤติที่อยู่ลึกที่สุดภายใต้วิกฤติทั้งปวง ขับเคลื่อนโดยเทคโนโลยีที่ขูดรีดและล่าเหยื่อ ซึ่งแพร่กระจายคำลวงได้เร็วกว่าข้อเท็จจริงและหากำไรจากความแตกแยกของเรา” 

เรสซายังเสริมด้วยว่า หากทั้งโลกปราศจากความจริงและความไว้วางใจซึ่งกันและกัน เราก็จะไม่สามารถ ร่วมมือกันแก้ไขปัญหาภัยคุกคามนิวเคลียร์หรือการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศได้

ปรับ ‘นาฬิกาวันสิ้นโลก’ เหลือ 85 วินาทีก่อนเที่ยงคืน โลกใกล้สู่จุดหายนะมากที่สุดที่เคยมีมา

คณะกรรมการด้านวิทยาศาสตร์และความมั่นคงขององค์การจดหมายข่าวนักวิทยาศาสตร์ด้านปรมาณู ประกาศปรับเข็ม “นาฬิกาวันสิ้นโลก"
เครดิตภาพ: REUTERS/Kevin Fogarty

นอกจากนี้ นักวิทยาศาสตร์ยังแสดงความกังวลเกี่ยวกับภัยคุกคามทางชีวภาพ โดยเฉพาะการสร้างสิ่งมีชีวิตสังเคราะห์ที่เรียกว่า “Mirror Life” สิ่งมีชีวิตจากโมเลกุลที่มีโครงสร้างกลับด้านจากสิ่งมีชีวิตทั่วไป รวมไปถึงความพร้อมในการรับมือกับโรคระบาดที่ลดต่ำลง

แม้สถานการณ์จะดูเลวร้ายลงอย่างมาก แต่นักวิทยาศาสตร์ยืนยันว่ามนุษย์ยังสามารถหมุนเข็มนาฬิกากลับหลังได้ หากผู้นำโลกยอมรับความจริงและร่วมมือกัน ดังที่ เรเชล บรอนสัน ที่ปรึกษาอาวุโสได้ให้ความหวังไว้ว่า

“เราเชื่อว่าเพราะมนุษย์เป็นผู้สร้างภัยคุกคามเหล่านี้ขึ้นมา เราจึงสามารถลดทอนมันลงได้ แต่นั่นไม่ใช่เรื่องง่าย และต้องอาศัยการทำงานที่จริงจังและการมีส่วนร่วมของคนทุกระดับในสังคม” 

การกระทำเพียงเล็กน้อยของปัจเจกบุคคล เช่น การลดขยะอาหาร การประหยัดพลังงาน และการร่วมกันต่อต้านข้อมูลบิดเบือน ก็เป็นส่วนหนึ่งในการผลักดันให้ผู้นำโลกต้องลงมือแก้ไขก่อนที่จะสายเกินไป

 

ที่มา:  CNNEuro NewsThe BulletinThe Guardian