วันอังคาร ที่ 3 มีนาคม 2569

Login
Login

หมุดหมายใหม่โมเดล 'สระบุรีแซนด์บ็อกซ์' สู่เมืองคาร์บอนต่ำที่ 'กินได้'

หมุดหมายใหม่โมเดล 'สระบุรีแซนด์บ็อกซ์' สู่เมืองคาร์บอนต่ำที่ 'กินได้'

ท่ามกลางแรงกดดันจากวิกฤติสภาพภูมิอากาศและเป้าหมาย Net Zero 2050 ที่ประเทศไทยเร่งเดินหน้า เร็วขึ้น 15 ปีจากเดิม หนึ่งในโมเดลที่ถูกจับตาคือการพลิกโฉมจังหวัดสระบุรี จากฐานอุตสาหกรรมสำคัญของประเทศ สู่ต้นแบบเมืองคาร์บอนต่ำที่สามารถสร้างรายได้ สร้างงาน และยกระดับคุณภาพชีวิตของคนในพื้นที่ ผ่านโครงการ “สระบุรีแซนด์บ็อกซ์” ตั้งแต่ปี 2566 ที่เริ่มต้นจากความร่วมมือระหว่างภาครัฐ ภาคเอกชน และภาคประชาสังคม ภายใต้แนวคิด Public–Private–People Partnership (PPP) สู่ปี 2569 ที่ปักหมุดหมายใหม่ในฐานะ ‘ตลาดคาร์บอนที่กินได้’ กลไกเศรษฐกิจที่เปิดโอกาสให้การลดก๊าซเรือนกระจกสามารถต่อยอดเป็นคาร์บอนเครดิต

เปลี่ยนผ่านสู่สังคมคาร์บอนต่ำ

“ดร.ชนะ ภูมี” นายกสมาคมอุตสาหกรรมปูนซีเมนต์ไทย (TCMA) เปิดเผยถึงแนวคิดและจุดเริ่มต้นในการผลักดันเมืองอุตสาหกรรมให้กลายเป็นเมืองคาร์บอนต่ำ และ  ‘ตลาดคาร์บอนที่กินได้’ ว่า TCMA ในฐานะส่วนหนึ่งของผู้ปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ ต้องการเป็นตัวอย่างในการเปลี่ยนผ่านสู่สังคมคาร์บอนต่ำแทนการรอให้ภาครัฐออกกฎบังคับ

โดยเน้นการทำงานร่วมกับภาคส่วนต่าง ๆ ทั้งในระดับท้องถิ่นและต่างประเทศ เพื่อนำความรู้มาวางกรอบการดำเนินงาน ซึ่งได้ดำเนินการมาอย่างต่อเนื่องรวมเกือบ 6 ปีแล้ว
ตลาดคาร์บอนที่กินได้เป็นเมืองคาร์บอนต่ำไม่ใช่เป้าหมายที่หยุดนิ่ง แต่ต้องเป็นการพัฒนาที่ทำให้คุณภาพชีวิตของชาวบ้านในพื้นที่ดีขึ้นและเศรษฐกิจเติบโตไปพร้อมกัน ซึ่งเป็นการรวมกันระหว่างการลดการปล่อยก๊าซ (Mitigation) และการปรับตัว (Adaptation)

ผลสำเร็จที่จับต้องได้จากการดำเนินงานนี้ ได้แก่

  • รายได้จากคาร์บอนเครดิต: ผ่านโครงการแยกขยะลดโลกร้อนร่วมกับกระทรวงมหาดไทย
  • เกษตรพลังงาน: การส่งเสริมให้ชาวบ้านปลูกพืชพลังงานเพื่อสร้างรายได้
  • เศรษฐกิจหมุนเวียน: การนำหลักการหมุนเวียนทรัพยากรมาใช้สร้างเป็นสินค้าและรายได้
  • การพัฒนาทักษะ: การยกระดับทักษะนักเรียนอาชีวะในกลุ่มช่างให้ทำงานร่วมกับอุตสาหกรรมได้จริง เพื่อสร้างรายได้ในระหว่างเรียน

สำหรับโครงการสระบุรีแซนด์บ็อกซ์ “ดร.ชนะ” มั่นใจว่าปัจจุบันได้มาถึงจุดเปลี่ยนสำคัญที่มีกระบวนการทำงานชัดเจนและประสบความสำเร็จแล้ว โดยเน้นการทดลอง ปรับปรุง และยกระดับจนเกิดผลลัพธ์ที่เป็นรูปธรรม ซึ่งทางรัฐบาลได้เล็งเห็นถึงความสำเร็จนี้และมีแผนที่จะนำโมเดลดังกล่าวไป ขยายผลในระดับประเทศต่อไป

หมุดหมายใหม่โมเดล 'สระบุรีแซนด์บ็อกซ์' สู่เมืองคาร์บอนต่ำที่ 'กินได้'

PPP ผนึกกำลังทุกภาคส่วน

“บัญชา เชาวรินทร์” ผู้ว่าราชการจังหวัดสระบุรี กล่าวว่า ความสำเร็จของสระบุรีแซนด์บ็อกซ์ไม่ได้เกิดจากนโยบายบนกระดาษ หากเกิดจากการผนึกกำลังของทุกภาคส่วนอย่างแท้จริง เพื่อเป้าหมายเดียวกัน คือการยกระดับคุณภาพชีวิตประชาชน ภายใต้หลักคิดที่ชัดเจนว่า “คนสระบุรีไม่ทอดทิ้งกัน”

สระบุรีแซนด์บ็อกซ์สะท้อนการเปลี่ยนวิธีคิดและวิธีทำงานของจังหวัด จากการสั่งการแบบเดิม สู่การเปิดพื้นที่ให้รัฐ อุตสาหกรรม และประชาชน ร่วมออกแบบและขับเคลื่อนอนาคตของเมืองไปในทิศทางเดียวกัน เพื่อสร้างการพัฒนาที่ไม่ทิ้งใครไว้ข้างหลัง และไม่ผลักภาระสิ่งแวดล้อมให้คนรุ่นถัดไป

“Net Zero จะเดินหน้าไม่ได้ หากประชาชนไม่เห็นประโยชน์ที่เกิดขึ้นจริง การลดคาร์บอนในระดับพื้นที่จึงต้องเดินควบคู่กับการสร้างรายได้ การจ้างงาน และการพัฒนาชุมชน เพื่อให้การเปลี่ยนผ่านไม่ใช่คำสวยหรู แต่เป็นสิ่งที่ประชาชนสัมผัสได้ และมีส่วนร่วมอย่างเป็นรูปธรรม”

ในระยะต่อไป จังหวัดสระบุรีเตรียมยกระดับสระบุรีแซนด์บ็อกซ์ จากโครงการนำร่อง สู่ กลไกหลักของการพัฒนาเชิงพื้นที่ระยะยาว ด้วยการสร้างระบบนิเวศเศรษฐกิจคาร์บอนต่ำครบวงจร ตั้งแต่การบริหารจัดการทรัพยากร การจัดการขยะและอาหารส่วนเกิน การพัฒนาโครงการคาร์บอนเครดิต ไปจนถึงการผลักดันจังหวัดสระบุรีสู่การเป็น จังหวัด Net Zero ที่ขยายผลได้ทั้งประเทศ

“สระบุรีแซนด์บ็อกซ์ กินได้” จึงไม่ใช่เพียงโครงการด้านสิ่งแวดล้อม แต่คือความร่วมมือเชิงยุทธศาสตร์ที่เปลี่ยน Net Zero จากภาระ เป็นพลังทางเศรษฐกิจ การขับเคลื่อนเมืองคาร์บอนต่ำผ่านกลไกที่จับต้องได้ ทำให้การลดก๊าซเรือนกระจกไม่เพียงรักษาสิ่งแวดล้อม แต่ยังสร้างมูลค่าทางเศรษฐกิจ ยกระดับคุณภาพชีวิต และเสริมขีดความสามารถการแข่งขันของประเทศ โมเดลนี้จึงไม่ใช่แค่ต้นแบบพื้นที่ หากแต่เป็น ทิศทางใหม่ของการพัฒนาไทย ที่ทำให้ Net Zero เป็นโอกาสที่กินได้ และเติบโตได้จริงในระยะยาว

หมุดหมายใหม่โมเดล 'สระบุรีแซนด์บ็อกซ์' สู่เมืองคาร์บอนต่ำที่ 'กินได้'