จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยประกาศจับมือพันธมิตรทุกภาคส่วน เปิดตัว ศูนย์ “กันก่อนท่วม” ณ คณะวิศวกรรมศาสตร์ เพื่อเป็นหัวหอกในการเปลี่ยนผ่านจากการ "ตามแก้" มาเป็นการ "ป้องกันล่วงหน้า" พร้อมเสนอแผนปฏิรูปการจัดการน้ำ 5 มิติ เพื่อปกป้องเศรษฐกิจและคุณภาพชีวิตคนไทย
ทำไมต้อง "กันก่อนท่วม"?
- มูลค่าความเสียหายมหาศาล: หากน้ำท่วมย่านเศรษฐกิจชั้นในของกรุงเทพฯ จะสร้างความเสียหายสูงถึง 10 ล้านบาทต่อนาที
- ภัยคุกคามรูปแบบใหม่: ประเทศไทยกำลังเจอสภาวะ "ฝนสุดขั้ว" และ "ฝนแช่" เช่น กรณีหาดใหญ่ที่ฝนตกเพียง 1 สัปดาห์ แต่มีปริมาณสูงถึง 80% ของทั้งปี
- บทเรียนจากอดีต: มหาอุทกภัยปี 54 สร้างความสูญเสียถึง 1.43 ล้านล้านบาท ซึ่ง 90% ของผลกระทบตกอยู่ที่ภาคเอกชนและประชาชน
ภารกิจหลักของศูนย์ “กันก่อนท่วม”
ศูนย์นี้ถูกวางตัวให้เป็น "กลไกกลาง" ที่ไม่ใช่แค่หน่วยงานวิชาการ แต่เป็นตัวเชื่อมโยงเพื่อหาทางออกที่ยั่งยืน
- Data Synergy: ผลักดันการใช้ชุดข้อมูลเดียวกันทั้งประเทศ เพื่อการวางแผนที่แม่นยำ
- Holistic Management: เลิกทำงานแยกส่วน (ตามกรมหรือจังหวัด) แต่เน้นบริหารจัดการตาม "ลุ่มน้ำ"
- Multidisciplinary Approach: ผสานความเชี่ยวชาญทุกด้าน (วิศวกรรม, สถาปัตย์, รัฐศาสตร์, นิติศาสตร์ ฯลฯ) เพื่อแก้ปัญหาให้ครบทุกมิติ
- Public Communication: แปลงข้อมูลวิศวกรรมที่ซับซ้อน ให้เป็นข้อมูลความเสี่ยงที่ประชาชนเข้าใจง่ายและเตรียมตัวทัน
- Global Collaboration: ดึงองค์ความรู้จากผู้เชี่ยวชาญระดับโลกมาปรับใช้กับบริบทจริงของพื้นที่ในไทย
"น้ำท่วมไม่ใช่แค่ทรัพย์สินเสียหาย แต่คือการทำลายชีวิตทั้งชีวิต ทั้งโอกาส และความมั่นคงของสังคม จุฬาฯ จึงต้องเป็นสะพานเชื่อมความรู้สู่การลงมือทำจริง" ศาสตราจารย์พิเศษ ดร.สุรเกียรติ์ เสถียรไทย นายกสภาจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย
ศูนย์ “กันก่อนท่วม” จะทำหน้าที่เป็นตัวเสริมพลัง (Empower) ให้กับภาครัฐและเอกชน โดยเน้นการป้องกันเชิงรุกบนฐานข้อมูลวิทยาศาสตร์ เพื่อไม่ให้ประวัติศาสตร์ความสูญเสียซ้ำรอยเดิม





