background-default

วันจันทร์ ที่ 2 กุมภาพันธ์ 2569

Login
Login

ส่องเบื้องหลังธุรกิจค้าปลีกกลุ่มเซ็นทรัล เดินเกมขนส่งสีเขียว ลดปล่อยคาร์บอน

ส่องเบื้องหลังธุรกิจค้าปลีกกลุ่มเซ็นทรัล เดินเกมขนส่งสีเขียว ลดปล่อยคาร์บอน

การขนส่งสินค้าเป็นหนึ่งในแหล่งใช้พลังงานและปล่อยก๊าซเรือนกระจกขนาดใหญ่ของภาคธุรกิจ ท่ามกลางแรงกดดันด้านสิ่งแวดล้อมและเป้าหมายลดคาร์บอนระดับโลก ภาคเอกชนไม่อาจเดินหน้าธุรกิจด้วยระบบโลจิสติกส์แบบเดิมได้อีกต่อไป

กลุ่มเซ็นทรัล พร้อมบริษัทในเครือ ได้แก่ บริษัท เซ็นทรัล รีเทล คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) หรือ CRC, บริษัท เซ็นทรัลพัฒนา จำกัด (มหาชน) หรือ CPN และ บริษัท โรงแรมเซ็นทรัลพลาซา จำกัด (มหาชน) หรือ CENTEL / เซ็นทารา จึงประกาศยกระดับการขนส่งและโลจิสติกส์เป็น “วาระองค์กร” เดินหน้าขับเคลื่อน Green Transportation ในฐานะกลยุทธ์หลัก ผ่านการเร่งใช้นวัตกรรม พลังงานสะอาด และเทคโนโลยีที่รับผิดชอบต่อสิ่งแวดล้อม

ควบคู่การนำข้อมูล (Data) และระบบอัจฉริยะมาคุมทั้งซัพพลายเชน เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพ ลดการสูญเสีย และกดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกลงอย่างเป็นรูปธรรม สนับสนุนการเปลี่ยนผ่านสู่เศรษฐกิจคาร์บอนต่ำ และเป้าหมายการปล่อยก๊าซเรือนกระจกสุทธิเป็นศูนย์ (Net Zero) ภายในปี 2050

Green Transportation ควบคู่ ESG

"พิชัย จิราธิวัฒน์" กรรมการบริหาร กลุ่มเซ็นทรัล ระบุว่า องค์กรขนาดใหญ่ไม่อาจอ้างการเติบโตโดยไม่รับผิดชอบต่อผลกระทบที่เกิดขึ้น โดยเฉพาะด้านสิ่งแวดล้อมและสังคม บทบาทสำคัญคือการใช้ศักยภาพของขนาดธุรกิจและเครือข่าย เพื่อขับเคลื่อนการเปลี่ยนแปลงเชิงระบบให้เกิดผลจริง สอดคล้องกับแนวทางการพัฒนาอย่างยั่งยืนในกรอบ ESG พร้อมยกระดับผลลัพธ์เชิงบวกต่อชุมชน เมือง และคุณภาพชีวิตของผู้คน ควบคู่การผลักดันมาตรฐานใหม่ให้ภาคธุรกิจไทยปรับตัวสู่เศรษฐกิจคาร์บอนต่ำ

“ความยั่งยืนไม่ใช่โครงการระยะสั้น แต่เป็นกรอบการตัดสินใจทางธุรกิจในระยะยาว โดยการดำเนินธุรกิจในปัจจุบันไม่สามารถแยกออกจากความรับผิดชอบต่อสังคมและสิ่งแวดล้อมได้ การขับเคลื่อน Green Transportation จึงไม่ใช่เพียงนโยบายด้านสิ่งแวดล้อม แต่เป็นกลไกที่สร้างผลลัพธ์เชิงบวกในวงกว้าง ทั้งต่อสิ่งแวดล้อม เศรษฐกิจ และคุณภาพชีวิตของผู้คน พร้อมยืนยันการเดินหน้าพัฒนาอย่างต่อเนื่อง เพื่อให้องค์กรเติบโตไปพร้อมกับสังคมและโลกอย่างยั่งยืน”

ขณะเดียวกัน กลุ่มเซ็นทรัลและบริษัทในเครือได้ขับเคลื่อนการเปลี่ยนผ่านดังกล่าวร่วมกับพันธมิตรด้านโลจิสติกส์ที่มีเป้าหมายความยั่งยืนสอดคล้องกัน เดินหน้าส่งเสริมมาตรฐานการขนส่งที่มีประสิทธิภาพ การบำรุงรักษายานพาหนะอย่างเป็นระบบ และการพัฒนาทักษะพนักงานขับรถให้ขับขี่อย่างปลอดภัย ใช้พลังงานอย่างมีประสิทธิภาพ และคำนึงถึงผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมในทุกขั้นตอนของการปฏิบัติงาน

เปิดกลยุทธ์ธุรกิจค้าปลีกกลุ่มเซ็นทรัล

เซ็นทรัล รีเทล โลจิสติกส์ (CRL) ปรับเปลี่ยนระบบขนส่งและโลจิสติกส์สู่การใช้รถพลังงานไฟฟ้า (EV) เพื่อลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมและเพิ่มประสิทธิภาพการดำเนินงาน โดยได้เริ่มนำรถ EV มาใช้ในการขนส่งสินค้าไปยังสาขาในพื้นที่กรุงเทพฯ และปริมณฑลตั้งแต่ปี 2565 และมีแผนขยายการใช้งานครอบคลุมรถจักรยานยนต์ และรถบรรทุกขนาด 4 ล้อ 6 ล้อ และ 14 ล้อ เพื่อช่วยลดการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์และก๊าซเรือนกระจกจากกระบวนการขนส่งในระยะยาว

Tops ธุรกิจกลุ่ม Food ในเครือเซ็นทรัล รีเทล ร่วมกับ FLS Group ผู้ให้บริการด้านโซลูชันซัพพลายเชนระดับโลก เปิดตัวรถขนส่งพลังงานไฟฟ้า (EV Truck) ขนาด 10 ล้อควบคุมอุณหภูมิ และ 18 ล้ออุณหภูมิปกติ เพื่อใช้กระจายสินค้าสู่ร้าน Tops ในพื้นที่ต่างจังหวัด ภายใต้ภารกิจ “12 Missions to Sustainable Retail” และแนวคิด “Small Acts Together” โดยเริ่มนำร่องในพื้นที่ภาคกลาง ภาคตะวันออก และภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ตั้งเป้าลดการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ได้กว่า 13,335 ตันคาร์บอนไดออกไซด์เทียบเท่าภายใน 5 ปี

ส่องเบื้องหลังธุรกิจค้าปลีกกลุ่มเซ็นทรัล เดินเกมขนส่งสีเขียว ลดปล่อยคาร์บอน

ไทวัสดุ ริเริ่มนำรถบรรทุกพลังงานสะอาด (EV Truck) มาใช้ในการขนส่งสินค้าจากคลังไปยังสาขาทั่วประเทศ ในปี 2568 ไทวัสดุได้เพิ่มรถบรรทุกพลังงานสะอาดอีก 10 คัน ส่งผลให้ปัจจุบันมีรถ EV Truck ประเภทรถพ่วงแม่ลูก รวมทั้งสิ้น 22 คัน พร้อมขยายเส้นทางการขนส่งจาก 21 สาขา เป็น 60 สาขา ครอบคลุมพื้นที่กรุงเทพฯ ปริมณฑล ภาคกลาง ภาคตะวันออก ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ และภาคเหนือตอนล่าง โดยสามารถลดการใช้น้ำมันได้ 588,157 ลิตร และลดการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ได้กว่า 1,611,000 กิโลกรัมคาร์บอนไดออกไซด์เทียบเท่าในปีเดียวนอกจากนี้ ไทวัสดุมีแผนขยายสถานีชาร์จไฟฟ้าไปยังพื้นที่ภาคเหนือตอนบนและภาคใต้ภายในปี 2569 เพื่อให้มีโครงสร้างพื้นฐานด้านพลังงานสะอาดครอบคลุมทุกภูมิภาค และสนับสนุนการขนส่งที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมอย่างยั่งยืน

ส่องเบื้องหลังธุรกิจค้าปลีกกลุ่มเซ็นทรัล เดินเกมขนส่งสีเขียว ลดปล่อยคาร์บอน

GO Wholesale นำยานพาหนะไฟฟ้า (EV) ทั้งรถจักรยานยนต์ไฟฟ้าและรถสามล้อไฟฟ้า มาใช้ในการขนส่งสินค้าแบบ Last Mile Delivery เพื่อลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก ลดการใช้พลังงานฟอสซิล และลดผลกระทบต่อชุมชนโดยรอบ ปัจจุบัน GO Wholesale ใช้ยานพาหนะไฟฟ้าในการขนส่งครอบคลุมทุกสาขาทั่วประเทศ โดยมีรถจักรยานยนต์ไฟฟ้า 86 คัน และรถสามล้อไฟฟ้า 1 คัน พร้อมมีแผนขยายการใช้งานยานพาหนะไฟฟ้าอย่างต่อเนื่อง รวมถึงศึกษาการนำยานพาหนะไฟฟ้าขนาดใหญ่ขึ้นมาใช้ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการขนส่งและยกระดับการให้บริการในอนาคต

ส่องเบื้องหลังธุรกิจค้าปลีกกลุ่มเซ็นทรัล เดินเกมขนส่งสีเขียว ลดปล่อยคาร์บอน

โรบินสันไลฟ์สไตล์ ส่งเสริมการใช้ยานพาหนะพลังงานไฟฟ้า (EV) เพื่อเป็นทางเลือกการเดินทางอย่างยั่งยืน มุ่งลดการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ ลดต้นทุนเชื้อเพลิง และเพิ่มประสิทธิภาพการใช้พลังงาน โดยนำรถจักรยานยนต์ไฟฟ้ามาใช้ในการตรวจการณ์ความปลอดภัยและอำนวยความสะดวกด้านการจราจร พร้อมกำหนดเป็นมาตรฐานการจัดซื้อทดแทนในทุกสาขา

ขณะเดียวกัน ยังมีการใช้รถโดยสารพลังงานไฟฟ้า (รถกอล์ฟ EV) เพื่อให้บริการลูกค้าในลานจอดรถ โดยปัจจุบันมีการใช้งานรถจักรยานยนต์ไฟฟ้า 5 คัน ใน 5 สาขา ได้แก่ ภูเก็ต (ฉลอง) ฉะเชิงเทรา สระบุรี ราชบุรี และท็อปส์พลาซ่าพะเยา และรถโดยสารพลังงานไฟฟ้า 2 คัน ใน 2 สาขา ได้แก่ ฉะเชิงเทรา และสุพรรณบุรี

ส่องเบื้องหลังธุรกิจค้าปลีกกลุ่มเซ็นทรัล เดินเกมขนส่งสีเขียว ลดปล่อยคาร์บอน

เซ็นทรัลพัฒนา จัดงานกรีนเอ็กซ์โปแห่งปี “The Better Futures Project 2025 RE-lifestyle Roadshow” ผนึกกำลัง RIDDARA เปิดตัวรถกระบะไฟฟ้าพุ่มพวงในรูปแบบ “อีเวนต์เคลื่อนที่ รักโลก รักชุมชน” เดินทางจากเหนือจรดใต้ เพื่อส่งต่อความรู้ด้านสิ่งแวดล้อมและความยั่งยืนสู่ชุมชนทั่วประเทศ

แนวคิดการจัดอีเวนต์เคลื่อนที่ด้วยรถกระบะไฟฟ้าถือเป็นรูปแบบใหม่ของการจัดงานที่ช่วยลดการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ได้ถึง 355 กิโลกรัม เทียบเท่าการปลูกต้นไม้ 16 ต้น เมื่อเทียบกับการใช้รถบรรทุก 6 ล้อ โดยรถ 1 คัน เดินทางรวมระยะทางกว่า 2,000 กิโลเมตร พร้อมแวะชาร์จไฟฟ้าที่ศูนย์การค้าเซ็นทรัลกว่า 40 สาขา และจุดชาร์จมากกว่า 600 จุดทั่วประเทศ เพื่อจัดกิจกรรมด้านความยั่งยืนที่สนุก เข้าใจง่าย และเข้าถึงผู้คนในหลากหลายพื้นที่

ส่องเบื้องหลังธุรกิจค้าปลีกกลุ่มเซ็นทรัล เดินเกมขนส่งสีเขียว ลดปล่อยคาร์บอน

โรงแรมและรีสอร์ทในเครือเซ็นทารา ให้บริการรถรับส่งภายในพื้นที่ด้วยรถบั๊กกี้พลังงานไฟฟ้า (Buggy) เพื่อลดการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ ลดต้นทุนเชื้อเพลิง และไม่ก่อมลพิษในบริเวณที่พักลูกค้า ปัจจุบันมีการใช้งานรถบั๊กกี้ไฟฟ้ามากกว่า 60 คัน ครอบคลุมหลายแห่ง อาทิ เซ็นทาราแกรนด์บีชรีสอร์ท ภูเก็ต, เซ็นทารา ซันไรซ่า เรสซิเดนซ์และสวีท ศรีราชา, เซ็นทารา ชานทะเล รีสอร์ทและวิลลา ตราด, เซ็นทาราพัทยา รวมถึงรีสอร์ทในต่างประเทศ เช่น เวียดนาม และมัลดีฟส์

นอกจากนี้ โรงแรมเซ็นทารา ไลฟ์ บางกอก พระนคร ยังให้บริการรถตุ๊กตุ๊กพลังงานไฟฟ้า สำหรับการเดินทางในเส้นทางถนนข้าวสารและรอบเขตพระนคร พร้อมทั้งมีบริการจักรยานสำหรับลูกค้าในหลายสาขาและจัดสรรพื้นที่สำหรับจักรยานไฟฟ้าและสกู๊ตเตอร์ไฟฟ้าร่วมกับพันธมิตร เพื่อเป็นทางเลือกในการเดินทางที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมสำหรับลูกค้าและสนับสนุนการท่องเที่ยวอย่างยั่งยืน