วันอังคาร ที่ 10 มีนาคม 2569

Login
Login

เปิดตัว ‘คลังเก็บน้ำแข็ง’ ที่แรก รวบรวม ‘ธารน้ำแข็ง’ ทั่วโลก ก่อนที่จะหายไปตลอดกาล

เปิดตัว ‘คลังเก็บน้ำแข็ง’ ที่แรก รวบรวม ‘ธารน้ำแข็ง’ ทั่วโลก ก่อนที่จะหายไปตลอดกาล

มูลนิธิไอซ์เมมโมรี เปิดตัว “คลังเก็บตัวอย่างน้ำแข็ง” (Ice Memory Sanctuary) แห่งแรกของโลก  ณ สถานีวิจัยคอนคอร์เดีย ในแอนตาร์กติกา เมื่อวันที่ 14 มกราคม 2026 เป็นความพยายามของนานาชาติที่มุ่งมั่นจะรักษาข้อมูลทางสิ่งแวดล้อมที่ถูกกักเก็บไว้ในธารน้ำแข็งมานานนับพันปี ก่อนที่สิ่งเหล่านี้จะสูญสลายไปตลอดกาลเนื่องจากภาวะโลกร้อนที่ทวีความรุนแรงขึ้น

คลังเก็บรักษาแห่งนี้มีลักษณะเป็นถ้ำที่ถูกขุดลงไปใต้พื้นหิมะลึกประมาณ 9-10 เมตร โดยมีความยาว 35 เมตร และสูงประมาณ 5 เมตร ตั้งอยู่ที่ระดับความสูงถึง 3,200 เมตรเหนือระดับน้ำทะเลในใจกลางทวีปแอนตาร์กติกา ซึ่งถือเป็นหนึ่งในสถานที่ที่หนาวเย็นที่สุดในโลก ดังนั้นจึงสามารถใช้อุณหภูมิธรรมชาติที่เย็นจัดระหว่าง -50 ถึง -52 องศาเซลเซียสในการรักษาสภาพตัวอย่าง โดยไม่ต้องพึ่งพาพลังงานไฟฟ้าจากเครื่องทำความเย็น 

วิธีนี้ช่วยขจัดความเสี่ยงที่ตัวอย่างน้ำแข็งอันล้ำค่าจะเสียหายจากปัญหาทางเทคนิค ความผิดพลาดของมนุษย์ วิกฤตเศรษฐกิจ หรือแม้แต่ความขัดแย้งระหว่างประเทศที่อาจส่งผลต่อการส่งกำลังไฟ

สำหรับตัวอย่างน้ำแข็งชุดแรกที่ได้รับเกียรติให้เข้าไปประเดิมในคลังแห่งนี้ คือแกนน้ำแข็งจากยอดเขามงบล็องก์ ในฝรั่งเศส และธารน้ำแข็งแกรนด์คอมบิน จากสวิตเซอร์แลนด์ โดยตัวอย่างเหล่านี้ต้องเดินทางไกลผ่านมหาสมุทรด้วยเรือวิจัยสัญชาติอิตาลี ก่อนจะถูกลำเลียงด้วยเครื่องบินมายังสถานีคอนคอร์เดียภายใต้การควบคุมอุณหภูมิที่ -20 องศาเซลเซียสอย่างเคร่งครัดตลอดเส้นทาง

เปิดตัว ‘คลังเก็บน้ำแข็ง’ ที่แรก รวบรวม ‘ธารน้ำแข็ง’ ทั่วโลก ก่อนที่จะหายไปตลอดกาล

ทางเข้าคลังเก็บตัวอย่างน้ำแข็ง
ที่มา: Ice Memory Foundation 

โครงการนี้เกิดขึ้นจากปัญหาโลกร้อนที่รุนแรงขึ้นเรื่อย ๆ ตั้งแต่ปี 1975 เป็นต้นมาโลกสูญเสียน้ำแข็งไปแล้วกว่า 9 ล้านล้านตัน เทียบเท่าก้อนน้ำแข็งขนาดเท่าประเทศเยอรมนีที่มีความหนาถึง 25 เมตร เซเลสเต เซาโล เลขาธิการองค์การอุตุนิยมวิทยาโลก (WMO) ได้ย้ำเตือนในพิธีเปิดว่า ข้อมูลที่สูญหายไปพร้อมกับน้ำแข็งที่ละลายนั้นจะไม่มีวันกู้คืนมาได้อีก ส่งผลกระทบโดยตรงต่อความมั่นคงของมนุษย์และระบบนิเวศทั่วโลก

ขณะที่ เจ้าชายอัลแบร์ที่ 2 แห่งโมนาโก ในฐานะประธานกิตติมศักดิ์ของมูลนิธิไอซ์เมมโมรี กล่าวว่า “ธารน้ำแข็งไม่ใช่เพียงแค่น้ำแข็ง แต่เป็นเสาหลักของระบบโลกที่คอยเกื้อกูลผู้คนหลายล้านคน และเป็นคลังเก็บความทรงจำเกี่ยวกับภูมิอากาศของดาวเคราะห์เรา การปกป้องความทรงจำของโลกนี้ถือเป็นหน้าที่และความรับผิดชอบร่วมกันของมนุษยชาติทุกคนที่ต้องร่วมมือกันอย่างจริงจัง”

คาร์โล บาร์บานเต นักวิทยาศาสตร์ด้านภูมิอากาศชาวอิตาลีและรองประธานมูลนิธิ อธิบายถึงเหตุผลที่ต้องเก็บรักษาน้ำแข็งเหล่านี้ไว้ว่า “แกนน้ำแข็งแต่ละชิ้นคือบันทึกประวัติศาสตร์ภูมิอากาศที่ไม่ซ้ำกันในแต่ละพื้นที่ และน้ำแข็งไม่เคยโกหก ตอนนี้เรากำลังแข่งกับเวลา เพื่อรักษาประวัติศาสตร์เหล่านี้ ก่อนที่ธารน้ำแข็งเกือบครึ่งโลกจะหายไปภายในสิ้นศตวรรษนี้”

ภายในแกนน้ำแข็งประกอบไปด้วยฝุ่น ก๊าซ ไอโซโทป และรอยเท้าทางเคมีของเหตุการณ์สำคัญในอดีต เช่น การปะทุของภูเขาไฟหรือแม้แต่การทดสอบระเบิดนิวเคลียร์ บาร์บานเตเชื่อว่า นักวิทยาศาสตร์ในอนาคตจะใช้เทคโนโลยีที่เรายังไปไม่ถึง ในการไขความลับจากน้ำแข็ง  ดังนั้นการเก็บรักษาน้ำแข็งในวันนี้จึงเป็นการรักษาโอกาสในการเรียนรู้สำหรับอนาคต

เปิดตัว ‘คลังเก็บน้ำแข็ง’ ที่แรก รวบรวม ‘ธารน้ำแข็ง’ ทั่วโลก ก่อนที่จะหายไปตลอดกาล ตัวอย่างน้ำแข็งที่จะนำไปเก็บในคลัง
ที่มา: Università Ca' Foscari Venezia

โธมัส สต็อกเกอร์ ประธานมูลนิธิไอซ์เมมโมรี และนักฟิสิกส์ด้านภูมิอากาศชาวสวิส ได้ยกตัวอย่างที่เป็นรูปธรรมว่า หากในอีก 50 ปีข้างหน้า นักวิทยาศาสตร์ต้องการทราบความเข้มข้นของสารเคมีบางชนิด เช่น ยาฆ่าแมลงในปี 2026 พวกเขาจะสามารถค้นหาคำตอบได้จากแกนน้ำแข็งเหล่านี้ นอกจากนี้ น้ำแข็งยังเป็นขุมทรัพย์สำหรับศาสตร์หลายแขนง ทั้งการศึกษาดีเอ็นเอโบราณ การวิเคราะห์องค์ประกอบชั้นบรรยากาศ และการศึกษาฝุ่นละอองจากยุคอดีต

ความสำเร็จของคลังเก็บน้ำแข็งแห่งนี้ยังเป็นสัญลักษณ์ของความร่วมมือระดับพหุภาคีที่ก้าวข้ามความขัดแย้งทางการเมือง โครงการนี้ได้รับการสนับสนุนจากหลายประเทศ รวมถึงทาจิกิสถานซึ่งเป็นชาติแรกที่บริจาคแกนน้ำแข็งยาว 105 เมตรจากธารน้ำแข็งของตน สต็อกเกอร์มองว่าแอนตาร์กติกาเป็นสถานที่พิเศษที่ความร่วมมือทางวิทยาศาสตร์สามารถเอาชนะการแข่งขันทางการเมืองได้ เพื่อเป้าหมายที่ยิ่งใหญ่กว่าคือการเข้าใจและปกป้องระบบภูมิอากาศของโลก

ในแผนงานระยะต่อไป มูลนิธิตั้งเป้าที่จะนำแกนน้ำแข็งจากพื้นที่ภูเขาสูงทั่วโลก ไม่ว่าจะเป็นเทือกเขาแอนดีส เทือกเขาหิมาลัย รวมถึงบริเวณเทือกเขาคอเคซัสมาเก็บรักษาไว้ เพื่อสร้างเป็นห้องสมุดน้ำแข็งที่สมบูรณ์ที่สุดของมวลมนุษยชาติ การดำเนินการนี้สอดคล้องกับทศวรรษแห่งวิทยาศาสตร์ไครโอสเฟียร์ของสหประชาชาติ (UN International Decade of Cryospheric Sciences 2025–2034) ที่มุ่งเน้นการปกป้องพื้นที่น้ำแข็งของโลก

ทีมวิจัย มั่นใจว่าโครงสร้างน้ำแข็งนี้จะคงตัวอยู่ได้นานหลายทศวรรษ และหากเกิดการเคลื่อนตัวของชั้นน้ำแข็งจนทำให้โครงสร้างเสียหาย พวกเขาก็มีความสามารถที่จะสร้างถ้ำแห่งใหม่ทดแทนได้ภายในเวลาเพียง 6 สัปดาห์ แต่สิ่งที่สำคัญคือ จำเป็นต้องได้รับแรงสนับสนุนทางการเมืองและกฎหมายจากนานาชาติ เพื่อรับประกันว่ามรดกชิ้นนี้จะได้รับการปกป้องอย่างต่อเนื่อง

แอนน์-แคทเธอรีน โอห์ลแมนน์ ผู้อำนวยการมูลนิธิฯ ได้กล่าวถึงความสำคัญของการจัดการมรดกนี้ว่า จะต้องมีการบริหารจัดการที่โปร่งใสเพื่อให้คนรุ่นหลังสามารถเข้าถึงข้อมูลเหล่านี้ได้ ด้วยเหตุผลทางวิทยาศาสตร์ที่ถูกต้อง สถานะที่เป็นกลางของแอนตาร์กติกาภายใต้สนธิสัญญาแอนตาร์กติกาจึงเป็นปัจจัยสำคัญที่ช่วยให้น้ำแข็งเหล่านี้เป็นอิสระจากการแทรกแซงทางการเมืองและเป็นสมบัติของมนุษยชาติทุกคนอย่างแท้จริง

ท้ายที่สุดแล้ว คลังเก็บตัวอย่างน้ำแข็งไม่ได้เป็นเพียงแค่โครงการจัดเก็บสารเคมีหรือข้อมูลดิบ แต่คือการส่งผ่านความทรงจำของโลกจากรุ่นสู่รุ่น และช่วยรักษาข้อมูลของโลกใบนี้ไว้ ไม่ใช่แค่เพื่อนักวิทยาศาสตร์ในวันหน้า แต่เพื่อความเข้าใจในอนาคตของบ้านหลังใหญ่ที่เราใช้ร่วมกัน,


ที่มา: CBCEuro NewsPhysThe ConversationWMO

เปิดตัว ‘คลังเก็บน้ำแข็ง’ ที่แรก รวบรวม ‘ธารน้ำแข็ง’ ทั่วโลก ก่อนที่จะหายไปตลอดกาล

ภายในคลังเก็บตัวอย่างน้ำแข็ง
ที่มา: Università Ca' Foscari Venezia