เช้าวันที่ 14 มกราคม 2569 กรุงเทพมหานครตื่นขึ้นมาพร้อม “PM2.5” ที่กลับมาปกคลุมเมืองอีกครั้ง ฝุ่นละอองขนาดเล็กพุ่งขึ้นสู่ระดับอันตรายต่อสุขภาพในหลายพื้นที่ จนภาครัฐต้องใช้ระบบ Cell Broadcast ส่งสัญญาณเตือนประชาชนอย่างเร่งด่วน สะท้อนว่าปัญหามลพิษทางอากาศได้ลุกลามเกินกว่าการรับมือแบบปกติ และกำลังกลายเป็นวิกฤตซ้ำซากที่ยังไร้ทางออกอย่างเป็นระบบ
กรมควบคุมมลพิษ (คพ.) เปิดเผยข้อมูลผ่านศูนย์สื่อสารการแก้ไขปัญหามลพิษทางอากาศ (ศกพ.) ระบุว่า เมื่อเวลา 07.00 น. ของวันที่ 14 มกราคม 2569 ค่า PM2.5 ในหลายเขตของกรุงเทพมหานครอยู่ในระดับที่ “มีผลกระทบต่อสุขภาพ” โดยเฉพาะ
- เขตปทุมวัน วัดได้ 84.6 ไมโครกรัมต่อลูกบาศก์เมตร
- เขตสาทร 79.3 ไมโครกรัมต่อลูกบาศก์เมตร
- เขตจตุจักร 75.5 ไมโครกรัมต่อลูกบาศก์เมตร
สถานการณ์ดังกล่าวทำให้กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.) ต้องออกประกาศเตือนประชาชนให้หลีกเลี่ยงกิจกรรมกลางแจ้ง สวมหน้ากากป้องกันฝุ่น และหากมีอาการผิดปกติควรรีบพบแพทย์ โดยคาดการณ์ว่าสภาพอากาศในช่วง 1–2 วันนี้ยังไม่เอื้อต่อการระบายฝุ่น และคุณภาพอากาศอาจยังไม่ดีขึ้น
ขณะเดียวกัน ภาครัฐขอความร่วมมือประชาชน งดการเผาในที่โล่งทุกชนิด ใช้ระบบขนส่งสาธารณะ ลดการใช้รถยนต์ส่วนบุคคล และติดตามสถานการณ์ฝุ่นผ่านเว็บไซต์ Air4Thai.pcd.go.th หรือแอปพลิเคชัน Air4Thai
นักวิชาการย้ำ “เผาเกษตร” ต้นตอหลักฝุ่นระลอกนี้
"ดร.สนธิ คชวัฒน์" นักวิชาการด้านสิ่งแวดล้อมและสุขภาพ ชมรมนักวิชาการสิ่งแวดล้อมไทย ชี้ชัดว่า สถานการณ์ฝุ่น PM2.5 ที่พุ่งสูงในช่วงนี้ มีสาเหตุสำคัญจากการเผาในพื้นที่เกษตรกรรม ซึ่งยังคงเกิดขึ้นอย่างต่อเนื่อง แม้จะมีกฎหมายและมาตรการห้ามเผาออกมาแล้วหลายฉบับ
“ฝุ่นรอบนี้ไม่ได้เกิดจากรถยนต์อย่างเดียว แต่เป็นผลจากการเผาในภาคเกษตรโดยตรง เมื่อรวมกับสภาพอากาศปิด ลมอ่อน ฝุ่นจึงสะสมและลอยเข้าสู่เขตเมืองอย่างรวดเร็ว” ดร.สนธิกล่าว
กฎหมายห้ามเผา ยังไม่เขย่าพฤติกรรม
ปัจจุบัน ประเทศไทยมีกรอบกฎหมายที่ใช้ควบคุมการเผาในที่โล่งและการเผาในภาคเกษตรกรรมหลายฉบับ ได้แก่
1.) ประกาศกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ (มาตรการ PM2.5) กำหนดช่วงเวลาห้ามเผาในพื้นที่เกษตรกรรมทุกกรณี เช่น
- 17 มกราคม – 31 พฤษภาคม 2568
- 1 กุมภาพันธ์ – 31 มีนาคม 2569
ผู้ฝ่าฝืนจะถูกตัดสิทธิ์เข้าร่วมโครงการสนับสนุนของกระทรวงเกษตรฯ ทุกโครงการเป็นเวลา 2 ปี
2.) ประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 220
ผู้ใดก่อให้เกิดเพลิงไหม้ แม้เป็นทรัพย์ของตนเอง แต่ก่อให้เกิดอันตรายแก่ผู้อื่น มีโทษจำคุกไม่เกิน 7 ปี และปรับไม่เกิน 140,000 บาท
3.) พระราชบัญญัติการสาธารณสุข พ.ศ. 2535
การเผาในที่โล่งจนเป็นเหตุรำคาญ หากฝ่าฝืนคำสั่งเจ้าพนักงานท้องถิ่น มีโทษจำคุกไม่เกิน 3 เดือน หรือปรับไม่เกิน 25,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ
"ดร.สนธิ" ระบุว่า ปัญหาไม่ใช่ไม่มีกฎหมาย แต่คือการบังคับใช้ที่ไม่จริงจังและไม่ต่อเนื่อง
4 วันทำฝุ่นสะสม คาดหลัง 15 ม.ค. สถานการณ์คลี่คลาย
"ชัชชาติ สิทธิพันธุ์" ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร ติดตามสถานการณ์ฝุ่นละออง PM2.5 ในพื้นที่กรุงเทพฯ อย่างใกล้ชิด หลังอัตราการระบายอากาศอยู่ในระดับต่ำต่อเนื่องเป็นวันที่ 4 ส่งผลให้ค่าฝุ่นสะสมในหลายพื้นที่ โดยคาดว่าหลังวันที่ 15 มกราคม 2569 สภาพอากาศจะเริ่มเอื้อต่อการระบายฝุ่นมากขึ้น และสถานการณ์มีแนวโน้มคลี่คลาย
เช้าวันที่ 14 มกราคม 2569 ผู้ว่าฯ ชัชชาติ ลงพื้นที่ศูนย์ข้อมูลคุณภาพอากาศของกรุงเทพมหานคร เพื่อติดตามสถานการณ์ค่าฝุ่นที่พุ่งสูงขึ้น พบว่ามีพื้นที่ระดับสีแดงซึ่งส่งผลกระทบต่อสุขภาพ 4 เขต ได้แก่ บางรัก ปทุมวัน สาทร และจตุจักร โดยค่าฝุ่นสูงสุดอยู่ราว 80 ไมโครกรัมต่อลูกบาศก์เมตร ถือเป็นระดับสูงที่สุดของปี ขณะที่พื้นที่อื่นอยู่ในระดับสีส้มทั้งหมด ทางกรุงเทพมหานครขอความร่วมมือประชาชนสวมหน้ากากป้องกันฝุ่น และหลีกเลี่ยงกิจกรรมกลางแจ้ง
"ชัชชาติ" ระบุว่า สาเหตุหลักของฝุ่นระลอกนี้แตกต่างจากปีก่อน โดยปีนี้ฝุ่นกระจุกตัวในเขตเมืองชั้นในมากกว่าพื้นที่รอบนอก คาดว่าเกิดจากการจราจรหนาแน่น การก่อสร้างโครงการรถไฟฟ้า และการสะสมของไอเสียในช่วงเช้า มากกว่าการเผาในพื้นที่เกษตร
ปัจจัยสำคัญคือสภาพอากาศปิดติดต่อกันหลายวัน ทำให้อัตราการระบายอากาศต่ำมาก ส่งผลให้ฝุ่นสะสมได้ง่าย อย่างไรก็ตาม แนวโน้มสภาพอากาศตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไปจะเริ่มถ่ายเทดีขึ้น และหลังวันที่ 15 มกราคม ค่าฝุ่นมีโอกาสลดลงอย่างต่อเนื่อง
ในภาพรวม "ชัชชาติ" บอกว่า สถานการณ์ฝุ่นในปีนี้ดีกว่าปีที่ผ่านมาอย่างชัดเจน โดยสถิติเดือนมกราคมปี 2568 พบค่าฝุ่นระดับสีส้มมากกว่า 20 วัน ขณะที่ปีนี้ผ่านมาครึ่งเดือน พบเพียง 3 วัน สะท้อนถึงมาตรการลดจุดเผาและความร่วมมือจากหลายภาคส่วนที่มีประสิทธิภาพมากขึ้น
ฝุ่นพิษสีแดง-ม่วง ลมพัดฝุ่นข้ามพื้นที่
"รศ.ดร.วิษณุ อรรถวานิช" อาจารย์ประจำภาควิชาเศรษฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ และโฆษกคณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาร่าง พ.ร.บ.อากาศสะอาดฯ เปิดเผยว่า ฝุ่น PM2.5 ซึ่งจัดเป็นสารก่อมะเร็งกลุ่มที่ 1 กลับมาอยู่ในระดับอันตราย (สีแดง) เกือบทั่วกรุงเทพฯ และปริมณฑล โดยจังหวัดนนทบุรีหลายพื้นที่พบค่าฝุ่นระดับสีม่วง ซึ่งอันตรายอย่างยิ่งต่อสุขภาพ
ในช่วง 24 ชั่วโมงที่ผ่านมา กรุงเทพฯ เผชิญค่าฝุ่นระดับอันตรายยาวนานถึง 19 ชั่วโมง ขณะที่หลายจังหวัดในภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ภาคกลาง ภาคตะวันออก และภาคใต้ ก็ได้รับผลกระทบเช่นเดียวกัน
“กรุงเทพฯ และปริมณฑลรับฝุ่นจากการเผาในภาคกลางแถบลุ่มเจ้าพระยา แล้วลมพัดพาฝุ่นเข้ามาสะสมในเมือง สมทบกับฝุ่นจากรถปิคอัพ รถบรรทุก และโรงงานอุตสาหกรรม แม้แต่ภาคใต้ที่แทบไม่มีการเผา ก็ยังได้รับฝุ่นจากการพัดพาข้ามภาค” รศ.ดร.วิษณุกล่าว
ฝุ่นพิษกับการเมือง บททดสอบนโยบายอากาศสะอาด
ท่ามกลางสถานการณ์ฝุ่นที่รุนแรงขึ้น "รศ.ดร.วิษณุ" ยังตั้งข้อสังเกตว่า การเลือกตั้งที่กำลังใกล้เข้ามา ควรเป็นจุดเปลี่ยนสำคัญในการผลักดันนโยบายอากาศสะอาดอย่างจริงจัง พร้อมเรียกร้องให้พรรคการเมืองทุกพรรคบรรจุการแก้ปัญหามลพิษทางอากาศเป็นนโยบายหลัก ไม่ใช่เพียงคำสัญญาเชิงสัญลักษณ์
สำหรับกลุ่มเสี่ยง ได้แก่ เด็ก ผู้สูงอายุ ผู้ป่วย และสตรีมีครรภ์ หน่วยงานด้านสาธารณสุขย้ำให้หลีกเลี่ยงกิจกรรมกลางแจ้ง สวมหน้ากากที่สามารถป้องกันฝุ่นได้ทุกครั้งเมื่อออกจากบ้าน และอย่าประมาทกับภัยเงียบที่กำลังคร่าชีวิตคนไทยอย่างต่อเนื่อง





