AI ตัวตึง...ดึงน้ำใช้ เตือนปี 2573 'โลกเสี่ยงขาดน้ำ 56%' ธุรกิจไทยต้องเร่งปรับตัว

AI ตัวตึง...ดึงน้ำใช้ เตือนปี 2573 'โลกเสี่ยงขาดน้ำ 56%' ธุรกิจไทยต้องเร่งปรับตัว

ขณะที่โลกตื่นเต้นกับความล้ำสมัยของ ChatGPT และนวัตกรรม AI แต่เบื้องหลังหน้าจอที่แวววาวคือความต้องการ "ทรัพยากรน้ำ" มหาศาล

KEY

POINTS

  • เทคโนโลยี AI และดาต้าเซ็นเตอร์ต้องการใช้น้ำปริมาณมหาศาลในการระบายความร้อนและกระบวนการผลิตชิป
  • มีการคาดการณ์ว่าภายในปี พ.ศ. 2573 โลกจะเผชิญกับภาวะขาดแคลนน้ำจืดสูงถึง 56%
  • ประเทศไทยซึ่งเป็นศูนย์กลางดาต้าเซ็นเตอร์แห่งใหม่ โดยเฉพาะในพื้นที่ EEC กำลังเผชิญความเสี่ยงด้านความเครียดน้ำ (Water Stress) ที่สูงขึ้น
  • ภาคธุรกิจไทยจำเป็นต้องปรับตัวโดยนำเทคโนโลยีและแนวคิด "น้ำหมุนเวียน" (Water Circularity) มาใช้เพื่อจัดการทรัพยากรน้ำอย่างยั่งยืน

ขณะที่โลกตื่นเต้นกับความล้ำสมัยของ ChatGPT และนวัตกรรม AI แต่เบื้องหลังหน้าจอที่แวววาวคือความต้องการ "ทรัพยากรน้ำ" มหาศาล ข้อมูลเตือนภายในปี พ.ศ. 2573 โลกจะขาดแคลนน้ำจืดถึง 56% หากธุรกิจไทยยังนิ่งเฉย ไม่เพียงแต่จะเสียเปรียบด้านต้นทุน แต่อาจเผชิญวิกฤตความเชื่อมั่นจากสังคมในวันที่น้ำประปาเริ่มมีค่าดั่งทอง

AI ยักษ์ใหญ่ที่กระหายน้ำ (The Thirsty Giant)

ปัญญาประดิษฐ์ไม่ได้เติบโตได้ด้วยโค้ดเพียงอย่างเดียว แต่ต้องพึ่งพาโครงสร้างพื้นฐานที่ใช้ทรัพยากรอย่างหนัก ผลวิเคราะห์ล่าสุดจาก Ecolab เผยสถิติที่น่าตกใจว่า ภายในปี พ.ศ. 2573 พลังงานที่ใช้ขับเคลื่อน AI ทั่วโลกจะพุ่งสูงจนเทียบเท่ากับการใช้ไฟฟ้าของประเทศอินเดียทั้งประเทศ แต่สิ่งที่คนมองข้ามคือ "น้ำ" โดยคาดว่าระบบ AI จะใช้น้ำมหาศาลเท่ากับปริมาณน้ำดื่มที่คนอเมริกันทั้งประเทศต้องดื่มในหนึ่งปี

ทำไมเทคโนโลยีถึงต้องใช้น้ำ

การระบายความร้อนใน Data Centers: เซิร์ฟเวอร์นับหมื่นตัวในศูนย์ข้อมูลสร้างความร้อนมหาศาล วิธีที่ประหยัดและมีประสิทธิภาพที่สุดคือการใช้ระบบทำความเย็นด้วยน้ำ (Water Cooling) ซึ่งน้ำจะถูกระเหยออกไปในกระบวนการนี้

อุตสาหกรรมเซมิคอนดักเตอร์: การผลิตชิปประมวลผลขั้นสูงต้องการน้ำที่เรียกว่า Ultra-pure Water ซึ่งต้องผ่านกระบวนการกรองหลายชั้นจนสะอาดกว่าน้ำที่ใช้ผลิตยาถึง 1,000 เท่า เพื่อไม่ให้มีอนุภาคใดๆ ไปทำลายวงจรขนาดนาโนเมตร

ประเทศไทย จุดยุทธศาสตร์ที่กำลังเผชิญ "ความเครียดน้ำ"

ประเทศไทยถูกวางตัวให้เป็นศูนย์กลางดาต้าเซ็นเตอร์ (Data Center Hub) ของภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ โดยมีค่ายยักษ์ใหญ่ทั้ง Google, Microsoft และ Amazon ตบเท้าเข้ามาลงทุน อย่างไรก็ตาม ข้อมูลจาก สถาบันทรัพยากรโลก (WRI)และ สถาบันสารสนเทศทรัพยากรน้ำ (สสน.) ระบุว่า พื้นที่ยุทธศาสตร์อย่าง EEC (ระยอง, ชลบุรี, ฉะเชิงเทรา) มีความเสี่ยงด้านความเครียดน้ำ (Water Stress) สูงขึ้นเรื่อยๆ

ข้อเท็จจริงในบริบทไทย

ภาคอุตสาหกรรม VS ภาคเกษตร: ในช่วงหน้าแล้ง การจัดสรรน้ำมักเกิดความขัดแย้งระหว่างการรักษาระดับน้ำเพื่อการเกษตรกับการป้อนเข้าสู่อุตสาหกรรม

ต้นทุนที่ซ่อนอยู่: รายงานจาก Ecolab ระบุว่า 75% ของพลังงานที่ใช้ในโรงงานอุตสาหกรรมมีความเชื่อมโยงกับการจัดการน้ำ หากบริหารจัดการน้ำไม่ดี ต้นทุนค่าไฟจะพุ่งสูงตามไปด้วย

ทางเลือกที่กลายเป็นทางรอด "Water Circularity" (น้ำหมุนเวียน)

ปัจจุบัน ทั่วโลกมีการนำน้ำเสียจากอุตสาหกรรมกลับมาใช้ใหม่เพียง 12% เท่านั้น ซึ่งในอุตสาหกรรมไมโครอิเล็กทรอนิกส์ตัวเลขนี้ยิ่งต่ำลงไปอีก แนวคิด Circular Water หรือการบำบัด หมุนเวียน และนำกลับมาใช้ใหม่ซ้ำๆ เหมือนที่ธรรมชาติทำมาเป็นล้านปี จึงเป็นคำตอบเดียวที่ยั่งยืน

กรณีศึกษาความสำเร็จ

  • Nestlé (บราซิล): สามารถประหยัดน้ำจืดได้ถึง 175,000 ลูกบาศก์เมตรต่อปี เทียบเท่าปริมาณน้ำดื่มของคน 159,000 คน และลดต้นทุนได้กว่า 8 ล้านบาทต่อปี
  • Digital Realty (สหรัฐฯ): ใช้ AI เข้ามาช่วยจัดการระบบน้ำในดาต้าเซ็นเตอร์ ลดการใช้น้ำลงได้ 15% และลดการดึงน้ำสะอาดจากชุมชนมาใช้ได้ถึง 126 ล้านแกลลอนต่อปี

องว่างแห่งความเชื่อมั่น บททดสอบของธุรกิจไทย

ผลการศึกษา Ecolab Watermark Study พบว่าผู้บริโภคเริ่มตระหนักถึงปัญหานี้มากขึ้น ในสหรัฐฯ มีเพียง 46% ที่รู้ว่า AI ใช้น้ำมาก แต่คนส่วนใหญ่มีความเห็นตรงกันว่า "การจัดการน้ำอย่างชาญฉลาด" ควรเป็นลำดับความสำคัญสูงสุดของธุรกิจ

สำหรับในประเทศไทย ความคาดหวังของสังคมต่อความรับผิดชอบด้านสิ่งแวดล้อม (ESG) เข้มข้นขึ้น ธุรกิจที่สามารถพิสูจน์ได้ว่าการเติบโตของตนไม่ได้ไปแย่งชิงทรัพยากรจากชุมชน จะได้รับความเชื่อมั่นและโอกาสในการเข้าถึงแหล่งเงินทุนสีเขียว (Green Finance) มากกว่า

บทสรุปและทางออก กลยุทธ์ Best-in-Class

วิกฤติน้ำในปี พ.ศ. 2573 ไม่ใช่เรื่องที่จะรอดูได้อีกต่อไป ภาคธุรกิจไทยต้องเริ่มนำกรอบการทำงานแบบ Best-in-Class (BiC)มาใช้

  • Benchmarking: ตรวจสอบและเปรียบเทียบการใช้น้ำในแต่ละจุดขององค์กร
  • Technology Integration: ลงทุนในเทคโนโลยีดิจิทัลเพื่อตรวจจับการรั่วไหลและเพิ่มประสิทธิภาพการบำบัด
  • Scaling: ขยายผลจากโครงการนำร่องไปสู่ทุกหน่วยธุรกิจเพื่อสร้างแรงกระเพื่อมที่แท้จริง

หากเราไม่เร่งสร้างระบบน้ำหมุนเวียนตั้งแต่วันนี้ ความรุ่งโรจน์ของเศรษฐกิจดิจิทัลอาจต้องแลกมาด้วยความแห้งแล้งของชุมชน และนั่นคือราคาที่แพงเกินกว่าที่ใครจะจ่ายไหว

ที่มา : World Economic Forum