วันพฤหัสบดี ที่ 26 มีนาคม 2569

Login
Login

พบ ‘นกอัญชันกาลาปากอส’ ครั้งแรก หลังเจอล่าสุด 200 ปีก่อน โดย ‘ชาร์ลส์ ดาร์วิน’

พบ ‘นกอัญชันกาลาปากอส’ ครั้งแรก หลังเจอล่าสุด 200 ปีก่อน โดย ‘ชาร์ลส์ ดาร์วิน’

นกอัญชันกาลาปากอส (Galápagos Rail) หรือ “พาเชย์” (Pachay) ปรากฏตัวขึ้นอีกครั้งหลังจากหายสาบสูญไปจากเกาะแห่งนี้นานเกือบ 200 ปี นับเป็นความสำเร็จครั้งยิ่งใหญ่จากการฟื้นฟูระบบนิเวศคืนชีวิตให้กับเกาะฟลอรีอานา ในหมู่เกาะกาลาปากอส

นกอัญชันกาลาปากอส เป็นนกพื้นเมืองขนาดเล็กที่มีนิสัยขี้อาย บินได้ไม่ไกล และอาศัยอยู่ตามพื้นดิน ซึ่งผู้ที่บันทึกการพบเห็นนกชนิดนี้บนเกาะฟลอรีอานาเป็นคนสุดท้ายก็คือ “ชาร์ลส์ ดาร์วิน” เมื่อครั้งมาเยือนในปี 1835 โดยหลักฐานการมีอยู่ของนกอัญชันกาลาปากอสมีอยู่เพียงตัวอย่างที่ดาร์วินสะสมไว้เท่านั้น

เมื่อมนุษย์เข้ามาที่เกาะแห่งนี้ ได้พาหนูและแมวจรจัดเข้ามาและรุกรานทำลายระบบนิเวศ สัตว์นักล่าต่างถิ่นเหล่านี้กัดกินทั้งไข่ ลูกนก และตัวอ่อนอย่างต่อเนื่อง เนื่องจากพวกมันไม่สามารถบินได้ไกล มันจึงถูกล่าได้ง่ายบนพื้นดิน จนนกอัญชันกาลาปากอสถูกล่าและสูญพันธุ์ไปจากท้องถิ่น

จนกระทั่งในปี 2023 องค์กรอนุรักษ์ระดับโลกและชุมชนท้องถิ่นร่วมมือกันจัดทำโครงการฟื้นฟูเกาะฟลอรีอานา (Floreana Island Restoration Project)  เพื่อกำจัดหนูและแมวออกจากเกาะ ด้วยวิธีการโปรยยาพิษจากเครื่องบินและวางด้วยมือ ซึ่งประสบความสำเร็จอย่างมาก จนได้เปลี่ยนเกาะให้กลายเป็น “ห้องปฏิบัติการที่มีชีวิต” ที่ปลอดภัยสำหรับสายพันธุ์พื้นเมืองอีกครั้ง

ถัดมาในปี 2025 วิลสัน คาเบรรา ผู้เชี่ยวชาญด้านการฟื้นฟูเกาะออกสำรวจนกบกประจำปี พบนกอัญชันกาลาปากอสในพื้นที่ทุ่งหญ้าใต้ร่มไม้ที่ห่างไกลจากมนุษย์ นอกจากการมองเห็นด้วยตาแล้ว ยังมีการยืนยันผ่านบันทึกเสียง 6 ครั้ง และภาพถ่ายใน 3 พื้นที่ที่แตกต่างกัน ซึ่งนักวิทยาศาสตร์ถือว่าเป็นกลุ่มประชากรที่มั่นคงพอที่จะดำรงอยู่ได้

พบ ‘นกอัญชันกาลาปากอส’ ครั้งแรก หลังเจอล่าสุด 200 ปีก่อน โดย ‘ชาร์ลส์ ดาร์วิน’ นกอัญชันกาลาปากอส
เครดิตภาพ: Carlos Espinosa 

การกลับมาอย่างกะทันหันนี้สร้างความประหลาดใจอย่างมาก ดังที่พอลล่า กัสตาโน สัตวแพทย์จาก Island Conservation กล่าวว่า “ฉันไม่เคยคิดมาก่อนว่าจะได้พบนกอัญชันกาลาปากอส อยู่ ๆ พวกมันก็กลับมา การค้นพบนี้ยืนยันว่าเมื่อกำจัดภัยคุกคามรุกรานออกไป ชนิดพันธุ์พื้นเมืองจะฟื้นตัวได้อย่างน่าอัศจรรย์”

นักวิทยาศาสตร์ยังไม่สามารถระบุได้แน่ชัดว่านกเหล่านี้แอบซ่อนตัวเป็นกลุ่มเล็ก ๆ บนเกาะฟลอรีอานามาตลอด 190 ปีโดยไม่มีใครเห็น หรือพวกมันอพยพมาจากเกาะใกล้เคียงอย่างเกาะปินซอนด้วยตนเอง

กรณีนี้เคยเกิดขึ้นกับตุ๊กแกบนเกาะราบิดา ที่หายไปนานถึง 5,000 ปี แต่กลับมาปรากฏตัวใหม่เมื่อสภาพแวดล้อมเอื้ออำนวย ซึ่งในอนาคตจะมีการใช้การตรวจทางพันธุกรรม เพื่อหาคำตอบที่แน่ชัดถึงที่มาของพวกมัน

สำหรับชาวท้องถิ่นที่เติบโตบนหมู่เกาะอย่าง เปาลา ซานโกลกี การได้เห็นนกที่เคยเป็นเพียงเรื่องเล่าในวัยเด็กมาเดินอยู่บนเกาะเป็นเรื่องที่เหลือเชื่อ โดยเธอกล่าวว่า “เกาะแห่งนี้กำลังฟื้นตัว หลังจากผ่านไป 200 ปี เราก็ได้เห็นสิ่งมีชีวิตชนิดนี้อีกครั้ง”

นอกจากการปรากฏตัวของนกอัญชันแล้ว เมื่อไม่มีสัตว์ผู้ล่ายังทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลงพฤติกรรมครั้งใหญ่ที่เรียกว่า “การปฏิวัติทางวัฒนธรรม” (Cultural revolution) ในกลุ่มนกฟินช์ ที่เริ่มร้องเพลงทำนองใหม่ ๆ ที่ไม่เคยได้ยินมาก่อน เช่น เสียง Choo-waa! หรือเสียงหึ่ง ๆ แตกต่างจากสมัยก่อนที่นกร้องเพลงมักจะร้องเพลงตามทำนองมาตรฐาน

พบ ‘นกอัญชันกาลาปากอส’ ครั้งแรก หลังเจอล่าสุด 200 ปีก่อน โดย ‘ชาร์ลส์ ดาร์วิน’ นกอัญชันกาลาปากอส
เครดิตภาพ:  Ian Henderson Guerra

เพื่อไม่ให้เด่นสะดุดตา จนนักล่าสามารถระบุตำแหน่งและล่าเป็นอาหารได้ แต่ในปัจจุบันสภาพแวดล้อมที่ปลอดภัยทำให้นกฟินช์มีความกล้าหาญมากขึ้นและเรียนรู้ที่จะเลียนแบบทำนองเพลงข้ามสายพันธุ์

โซเนีย ไคลน์ดอร์เฟ นักชีววิทยาเชิงพฤติกรรมแห่งมหาวิทยาลัยเวียนนา กล่าวว่า “นกจะมีความเสี่ยงอย่างมาก ถ้าทำตัวแตกแยกหรือส่งเสียงต่างออกไปในสภาพแวดล้อมที่มีนักล่า แต่เมื่อปราศจากอันตราย เราก็จะกล้าทดลองทำสิ่งใหม่ ๆ”

การเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้นอย่างรวดเร็วนี้ทำให้นักวิจัยประหลาดใจมาก แต่ก็นับเป็นโอกาสดีที่จะได้ศึกษาพฤติกรรมของสิ่งมีชีวิตว่าจะวิวัฒนาการเป็นอย่างไร เมื่อความกลัวหายไปจากระบบนิเวศ เพราะปัจจุบันนกฟินช์เหล่านี้ไม่เพียงแต่ร้องเพลงใหม่ แต่ยังมีอัตราการรอดชีวิตของลูกนกที่สูงขึ้นอย่างที่ไม่เคยมีปรากฏมาก่อน

ก้าวต่อไปของเกาะฟลอรีอานาคือการนำสัตว์พื้นเมืองอีก 12 ชนิดที่เคยสูญพันธุ์ไปจากท้องถิ่นกลับคืนสู่เกาะแห่งนี้ตามแผนการฟื้นฟู รวมถึงเต่ายักษ์ฟลอรีอานา ม็อคกิ้งเบิร์ด งูสิง และนกแสก

โครงการนี้ไม่ได้เป็นเพียงการนำสัตว์กลับมา แต่เป็นการซ่อมแซมกลไกของธรรมชาติที่ดาร์วินเคยหลงใหลให้กลับมาสมบูรณ์อีกครั้ง การค้นพบนกอัญชันจึงเป็นดั่งสัญลักษณ์แห่งชัยชนะและความหวัง ดังที่คาเบรราสรุปไว้ว่า “การค้นพบนี้สะท้อนถึงความพยายามอย่างต่อเนื่องในการฟื้นฟูระบบนิเวศ และเป็นอีกก้าวสำคัญสู่การอนุรักษ์ความหลากหลายทางชีวภาพ”


ที่มา: BBCBBC Discover WildlifeForbesGalapagos ConventionNew York Post

พบ ‘นกอัญชันกาลาปากอส’ ครั้งแรก หลังเจอล่าสุด 200 ปีก่อน โดย ‘ชาร์ลส์ ดาร์วิน’ นกอัญชันกาลาปากอส
เครดิตภาพ: Ian Dunn