วันพฤหัสบดี ที่ 26 มีนาคม 2569

Login
Login

พบ ‘แมวป่าหัวแบน’ ในประเทศไทย ครั้งแรกรอบเกือบ 30 ปี ตอกย้ำป่าพรุโต๊ะแดงอุดมสมบูรณ์

พบ ‘แมวป่าหัวแบน’ ในประเทศไทย ครั้งแรกรอบเกือบ 30 ปี  ตอกย้ำป่าพรุโต๊ะแดงอุดมสมบูรณ์

กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช ร่วมกับองค์การแพนเทอรา (Panthera) ประเทศไทย ได้ประกาศข่าวดี ยืนยันการพบ “แมวป่าหัวแบน” (Flat-headed Cat) หนึ่งในสัตว์ตระกูลแมวที่หายากและใกล้สูญพันธุ์ที่สุดในโลก ภายในพื้นที่เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าเฉลิมพระเกียรติสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี หรือป่าพรุโต๊ะแดง จังหวัดนราธิวาส

การค้นพบครั้งนี้ถือเป็นการค้นพบครั้งสำคัญ เนื่องจากไม่มีรายงานการพบเห็นแมวป่าหัวแบนในประเทศไทยอย่างเป็นทางการมานานเกือบ 30 ปี อีกทั้งการค้นพบนี้ยังเป็นข้อพิสูจน์ความอุดมสมบูรณ์ของระบบนิเวศป่าพรุ ที่ยังคงหลงเหลืออยู่เพียงไม่กี่แห่ง

แมวป่าหัวแบน” มีชื่อเรียกตามลักษณะเด่นคือ ศีรษะและกะโหลกที่แบนยาว เป็นแมวป่าที่มีขนาดเล็กที่สุดในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ มีพฤติกรรมหากินเวลากลางคืน และมีปลายเท้าเป็นพังผืดช่วยให้สามารถใช้ชีวิตในพื้นที่ลุ่มน้ำ ป่าพรุ และพื้นที่ชุ่มน้ำได้ดี ซึ่งเป็นถิ่นหากินที่เต็มไปด้วยสัตว์น้ำ ภัยคุกคามสำคัญของแมวป่าหัวแบนมาจากการสูญเสียถิ่นอาศัย เนื่องจากกิจกรรมของมนุษย์ เช่น การเปลี่ยนพื้นที่เพื่อเป็นพื้นที่เกษตรกรรม การล่าสัตว์ และมลพิษในแหล่งน้ำ 

แมวป่าหัวแบน แมวป่าหัวแบน

ข้อมูลจากการสำรวจด้วยกล้องดักถ่ายภาพอัตโนมัติแสดงให้เห็นถึงความสำเร็จที่น่าอัศจรรย์ โดยพบการปรากฏตัวของแมวป่าหัวแบนรวม 13 ครั้งในปี 2567 และเพิ่มขึ้นเป็น 16 ครั้งในปี 2568 นับเป็นจำนวนการพบเห็นมากที่สุดเมื่อเทียบกับพื้นที่อื่น ๆ ทั่วโลกที่มีรายงานการพบแมวชนิดนี้ 

ยิ่งไปกว่านั้น ทีมสำรวจยังสามารถบันทึกภาพแมวป่าหัวแบนที่เดินทางมาพร้อมกับลูก ซึ่งเป็นหลักฐานชิ้นสำคัญที่ช่วยยืนยันว่า แมวป่าหัวแบนมีการสืบพันธุ์และอาศัยอยู่ในพื้นที่ป่าพรุโต๊ะแดงได้อย่างปลอดภัยตามธรรมชาติ 

แม้ว่าสถานะภาพรวมทั่วโลกในบัญชีแดงขององค์การระหว่างประเทศเพื่ออนุรักษ์ธรรมชาติ (IUCN) จะยังคงจัดให้อยู่ในภาวะใกล้สูญพันธุ์ โดยคาดว่ามีประชากรเหลืออยู่เพียง 2,500 ตัวทั่วโลก และสำหรับประเทศไทย IUCN เคยระบุสถานะของแมวป่าหัวแบนว่า “อาจสูญพันธุ์แล้ว” (possibly extinct) การค้นพบครั้งนี้จึงเป็นเครื่องพิสูจน์ที่ทรงพลังถึงความสำเร็จของการอนุรักษ์และคุ้มครองพื้นที่อย่างต่อเนื่อง

​นายอรรถพล เจริญชันษา อธิบดีกรมอุทยานแห่งชาติฯ เปิดเผยว่า หลังจากการคุ้มครองพื้นที่อย่างต่อเนื่องเป็นเวลาหลายปี และดำเนินการสำรวจพื้นที่ที่คาดว่าเป็นแหล่งอาศัย ซึ่งไม่สามารถบันทึกภาพได้นานถึงเกือบ 30 ปี 

“การพบแมวป่าหัวแบนในภาคใต้ของประเทศไทยอีกครั้งถือเป็นความสำเร็จครั้งสำคัญของงานอนุรักษ์ในประเทศและในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ การค้นพบสัตว์ที่เคยถูกมองว่าสูญหายไปจากภูมิภาค แสดงให้เห็นถึงความทุ่มเทของเจ้าหน้าที่กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช ในการปกป้องป่าพรุธรรมชาติที่เหลืออยู่ไม่กี่แห่งแล้วในประเทศไทย” นายอรรถพลกล่าว

พบ ‘แมวป่าหัวแบน’ ในประเทศไทย ครั้งแรกรอบเกือบ 30 ปี  ตอกย้ำป่าพรุโต๊ะแดงอุดมสมบูรณ์

​ด้านนางสาวกฤษณา แก้วปลั่ง ผู้อำนวยการองค์การแพนเทอรา ประเทศไทย กล่าวเสริมว่า “หลังจากหายไปเกือบสามทศวรรษ การค้นพบครั้งนี้สะท้อนให้เห็นว่า การผสานระหว่างวิทยาศาสตร์และการคุ้มครองที่เข้มแข็งสามารถทำให้สิ่งที่เคยคิดว่าเป็นไปไม่ได้เกิดขึ้นได้ ความสำเร็จนี้มาจากความทุ่มเทของกรมอุทยานฯ และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องในการปกป้องพื้นที่ชุ่มน้ำและวิถีชีวิตของชุมชนท้องถิ่น ซึ่งเป็นถิ่นอาศัยที่อุดมสมบูรณ์แต่กำลังถูกคุกคามมากที่สุดแห่งหนึ่งของประเทศ เราตั้งใจจะขยายงานวิจัยและเสริมมาตรการอนุรักษ์ในพื้นที่สำคัญเหล่านี้ต่อไป 

แมวป่าหัวแบนเป็นแมวป่าขนาดเล็กที่สุดชนิดหนึ่งในเอเชีย มีลักษณะพิเศษคือตีนเป็นพังผืดสำหรับจับสัตว์น้ำ ซึ่งเสี่ยงต่อการสูญพันธุ์อย่างมากจากการสูญเสียถิ่นอาศัย การพบตัวในครั้งนี้จะนำไปสู่การขยายงานวิจัยเพื่อวางแผนอนุรักษ์ ทั้งเรื่องพื้นที่หากินและประชากรอย่างมีประสิทธิภาพต่อไป”

การค้นพบครั้งนี้จะเป็นข้อมูลสำคัญให้กรมอุทยานฯ และแพนเทอรา วางแผนอนุรักษ์อย่างมีประสิทธิภาพ โดยความร่วมมือจะมุ่งเสริมศักยภาพการลาดตระเวนในป่าพรุโต๊ะแดง ผ่านการฝึกอบรมยุทธวิธี การใช้ระบบ SMART Patrol และการจัดหาอุปกรณ์ภาคสนามและกล้องดักถ่ายเพื่อเฝ้าระวังผู้ลักลอบเข้ามากระทำผิดในพื้นที่ พร้อมพัฒนาเครือข่ายข่าวกรองในชุมชน เพื่อทำความเข้าใจภัยคุกคามจากมนุษย์และปัจจัยอื่น ๆ

ที่มา: กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช

พบ ‘แมวป่าหัวแบน’ ในประเทศไทย ครั้งแรกรอบเกือบ 30 ปี  ตอกย้ำป่าพรุโต๊ะแดงอุดมสมบูรณ์