ไทยประกาศจุดยืนกลางเวทีสนธิสัญญาพลาสติกระดับโลก เตรียมพลิกโฉมการจัดการขยะพลาสติกทั้งระบบผ่านโมเดลเศรษฐกิจหมุนเวียน ปักธงปี 2573 ขยะพลาสติกต้องไม่เหลือทิ้งในหลุมฝังกลบ พร้อมเข็นร่าง พ.ร.บ. การจัดการบรรจุภัณฑ์ฯ (EPR) รับมือมาตรการเข้มจากยุโรป เพื่อความอยู่รอดของส่งออกไทยในอนาคต
ธนัญชัย วรรณสุข รองอธิบดีกรมควบคุมมลพิษ กล่าวในหัวข้อ สนธิสัญญาพลาสติกโลก และระบบเศรษฐกิจหมุนเวียนของประเทศไทยในงาน เครือข่ายส่งเสริมการผลิตและการบริโภคที่ยั่งยืนแห่งประเทศไทยประจำปี 2568 ว่า เมื่อวิกฤติมมลพิษพลาสติกไม่ใช่เรื่องไกลตัวอีกต่อไป ประเทศไทยกำลังเดินหน้าเข้าสู่ยุคใหม่ของการจัดการทรัพยากรอย่างยั่งยืน โดยล่าสุดมีการเปิดเผยแนวทาง "สนธิสัญญาพลาสติกระดับโลก" (Global Plastic Treaty) ที่ไทยร่วมผลักดันให้เป็นข้อตกลงที่ 'ท้าทาย' และ 'เป็นธรรม' พร้อมๆ กับการยกระดับนโยบายภายในประเทศที่เข้มข้นที่สุดเท่าที่เคยมีมา
เป้าหมายสุดท้าทาย 2030 ขยะพลาสติกต้อง “Zero Landfill”
หัวใจสำคัญของแผนปฏิบัติการไทยคือ Roadmap การจัดการขยะพลาสติก พ.ศ. 2561-2573 ที่มีเป้าหมายสุดหินคือ การนำขยะพลาสติกแบบใช้ครั้งเดียวทิ้ง (Single-use Plastics) เช่น ถุงหูหิ้ว แก้วพลาสติก และฟิล์มถนอมอาหาร ออกจากระบบการฝังกลบให้ได้ 100% ภายในปี พ.ศ. 2573 โดยเปลี่ยนมุมมองจาก "ขยะ" ให้กลายเป็น "ทรัพยากร" ที่หมุนเวียนอยู่ในระบบเศรษฐกิจไม่รู้จบ
ดันกฎหมาย EPR หัวใจสำคัญของการเปลี่ยนผ่าน
ประเด็นที่น่าจับตามองที่สุดคือการผลักดัน ร่าง พ.ร.บ. การจัดการบรรจุภัณฑ์อย่างยั่งยืน ภายใต้หลักการ EPR (Extended Producer Responsibility) หรือการเพิ่มความรับผิดชอบของผู้ผลิตต่อสินค้าของตนเองตลอดวงจรชีวิต ซึ่งคาดว่าจะเริ่มมีผลบังคับใช้ภายในปี พ.ศ. 2571
“นี่ไม่ใช่แค่เรื่องของสิ่งแวดล้อม แต่คือเรื่องของปากท้องและการส่งออก” เนื่องจากสหภาพยุโรป (EU) เริ่มบังคับใช้กฎหมายที่กำหนดให้บรรจุภัณฑ์ต้องมีส่วนผสมของพลาสติกรีไซเคิลไม่น้อยกว่า 25% หากผู้ประกอบการไทยไม่ปรับตัวตามมาตรฐานโลก ก็อาจสูญเสียขีดความสามารถในการแข่งขันทันที
4 เสาหลักขับเคลื่อนไทยสู่ “Green Investment”
ประเทศไทยไม่ได้เน้นแค่การออกกฎหมายบังคับ แต่ยังวางแผนขับเคลื่อนผ่าน 4 ทิศทางหลัก:
- กฎหมายที่จับต้องได้: ใช้ EPR เป็นกลไกหลักในการจัดการขยะ
- นวัตกรรมต้องมา: พัฒนาเทคโนโลยีการรีไซเคิลให้ได้มาตรฐานสากล
- ใจต้องรักโลก: สร้างจิตสำนึกให้ผู้บริโภคปรับเปลี่ยนพฤติกรรม
- สิทธิประโยชน์จูงใจ: เน้นมาตรการ "ให้รางวัล" มากกว่า "ลงโทษ" โดยการมอบสิทธิประโยชน์ทางภาษีและการสนับสนุนการลงทุนสีเขียวแก่ภาคเอกชน
จาก ‘ขยะ’ สู่ ‘ความมั่งคั่งที่ยั่งยืน’
วิสัยทัศน์ใหม่ของไทยคือการทำให้พลาสติกกลายเป็นฟันเฟืองสำคัญในโครงสร้างเศรษฐกิจที่มั่นคงและเป็นธรรม ความสำเร็จนี้ไม่ได้ขึ้นอยู่กับภาครัฐเพียงอย่างเดียว แต่ต้องอาศัยการทำงานร่วมกันของ "ผู้ผลิตที่รับผิดชอบ" และ "ผู้บริโภคที่มีสติ" เพื่อส่งต่อโลกที่สะอาดกว่าเดิมให้คนรุ่นต่อไป





