วันอังคาร ที่ 1 กันยายน 2569

Login
Login

มทส. จับมือ มูลนิธิ รพ.เจ้าพระยาอภัยภูเบศร ดันสมุนไพรไทยยกระดับสู่สากล

มทส. จับมือ มูลนิธิ รพ.เจ้าพระยาอภัยภูเบศร สานต่อ MOU ระยะที่ 2 มุ่งพัฒนาระบบนิเวศสมุนไพรครบวงจร ดันสมุนไพรไทยยกระดับสู่สากล

KEY POINTS

  • มทส. และมูลนิธิโรงพยาบาลเจ้าพระยาอภัยภูเบศร ลงนามความร่วมมือทางวิชาการระยะที่ 2 เพื่อยกระดับสมุนไพรไทยสู่ระดับสากล
  • ความร่วมมือมุ่งเน้นการแลกเปลี่ยนองค์ความรู้ การวิจัยและพัฒนาสมุนไพร การพัฒนาบุคลากร และการถ่ายทอดความรู้สู่ชุมชน
  • มีเป้าหมายในการจัดตั้ง “ศูนย์เรียนรู้อภัยภูเบศร ณ มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีสุรนารี” เพื่อเป็นกลไกขับเคลื่อนระบบนิเวศด้านสมุนไพรไทย

มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีสุรนารี (มทส.) ร่วมกับ มูลนิธิโรงพยาบาลเจ้าพระยาอภัยภูเบศร ในพระอุปถัมภ์ฯ สานต่อความร่วมมือทางวิชาการระยะที่สอง การแลกเปลี่ยนองค์ความรู้ การพัฒนาบุคลากร การส่งเสริมและพัฒนางานวิจัยด้านสมุนไพร ตลอดจนการถ่ายทอดและเผยแพร่องค์ความรู้ที่ถูกต้องสู่ชุมชน  

เป้าหมายสู่ “ศูนย์เรียนรู้อภัยภูเบศร ณ มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีสุรนารี”  ให้เป็นกลไกสำคัญในการร่วมขับเคลื่อน ยกระดับระบบนิเวศด้านสมุนไพรไทยสู่ความมั่นคงทางสุขภาพ สร้างมูลค่าทางเศรษฐกิจ และเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันของสมุนไพรไทยให้เป็นที่ยอมรับในระดับสากลอย่างยั่งยืน

เมื่อวันที่ 25 สิงหาคม 2569 ณ อาคารนวัตกรรม เปรม ชินวันทนานนท์ มูลนิธิโรงพยาบาลเจ้าพระยาอภัยภูเบศร จังหวัดปราจีนบุรี ได้มีการลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือทางวิชาการ ( MOU) ระหว่าง มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีสุรนารี (มทส.)

โดย รองศาสตราจารย์ ดร.อรรถพล มณีแดง รักษาการแทนรองอธิการบดีฝ่ายวิจัยและวิสาหกิจ  มทส. กับ มูลนิธิโรงพยาบาลเจ้าพระยาอภัยภูเบศร ในพระอุปภัมภ์ฯ โดย แพทย์หญิง วลีรัตน์ ไกรโกศล ประธานมูลนิธิโรงพยาบาลเจ้าพระยาอภัยภูเบศร ในพระอุปถัมภ์ฯ

พร้อมด้วย ศาสตราจารย์ ดร.หนึ่ง เตียอำรุง  หัวหน้าศูนย์เชี่ยวชาญเฉพาะทางด้านนวัตกรรมผลิตภัณฑ์ทางการเกษตร มทส. และ เภสัชกรหญิง ดร.ผกากรอง ขวัญข้าว เลขาธิการมูลนิธิโรงพยาบาลเจ้าพระยาอภัยภูเบศร ในพระอุปถัมภ์ฯ  เข้าร่วมเป็นสักขีพยาน

รองศาสตราจารย์ ดร.อรรถพล มณีแดง กล่าวว่า “จากความร่วมมือในระยะแรกระหว่าง ศูนย์เชี่ยวชาญเฉพาะทางด้านนวัตกรรมผลิตภัณฑ์ทางการเกษตร มทส. กับ มูลนิธิโรงพยาบาลเจ้าพระยาอภัยภูเบศร ได้ก่อให้เกิดองค์ความรู้ใหม่และนวัตกรรมด้านเทคโนโลยีกัญชาและกัญชงคุณภาพ ที่ส่งผลต่อการนำไปใช้ประโยชน์ในทางการแพทย์และเชิงพาณิชย์ 

ตลอดจนสร้างความเข้มแข็งให้แก่เครือข่ายสมุนไพรไทย ไม่ว่าจะเป็น “สวนสมุนไพร อภัยภูเบศร - มทส.” ซึ่งเป็นแหล่งวัตถุดิบสมุนไพรคุณภาพ มาตรฐานระดับ Medical Grade 

หรือการพัฒนาต่อยอดสู่  SUT Wellness Academy ศูนย์สุขภาพเพื่อการป้องกัน รักษา และฟื้นฟูสุขภาพแบบครบวงจร ด้วยศาสตร์แพทย์แผนไทยประยุกต์ ซึ่งเป็นต้นแบบสถานดูแลสุขภาพแบบองค์รวม

สิ่งเหล่านี้ได้สะท้อนถึงศักยภาพและความสำเร็จของทั้งสององค์กร ในการร่วมวิจัยและพัฒนา การแลกเปลี่ยนเรียนรู้ที่นำไปสู่ต้นแบบได้จริง

จนกลายเป็นเป็นศูนย์กลางด้านสมุนไพรและการแพทย์แผนไทยเชิงวิจัยและนวัตกรรม พร้อมเป็นแหล่งเรียนรู้ ถ่ายทอดองค์ความรู้สู่เกษตรกรและวิสาหกิจชุมชนอย่างแท้จริง

สำหรับความร่วมมือทางวิชาการระหว่างสองสถาบันในระยะที่สอง ซึ่งกำลังจะเริ่มขึ้นเป็นเวลา 5 ปี นับจากนี้ ถือเป็นก้าวย่างสำคัญในการแลกเปลี่ยนองค์ความรู้ การพัฒนาบุคลากร การส่งเสริมและพัฒนางานวิจัยด้านสมุนไพร

ตลอดจนการถ่ายทอดและเผยแพร่องค์ความรู้ที่ถูกต้องสู่ชุมชน รวมถึงการพัฒนาสู่ “ศูนย์เรียนรู้อภัยภูเบศร ณ มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีสุรนารี” 

จะเป็นกลไกสำคัญในการร่วมขับเคลื่อน ยกระดับระบบนิเวศด้านสมุนไพรไทยสู่ความมั่นคงทางสุขภาพ สร้างมูลค่าทางเศรษฐกิจ และเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันของสมุนไพรไทยให้เป็นที่ยอมรับในระดับสากลอย่างยั่งยืน”

ศาสตราจารย์ ดร.หนึ่ง เตียอำรุง เปิดเผยว่า จากจุดเริ่มต้นของความร่วมมือเพื่อวิจัยและพัฒนาพืชกัญชาและกัญชง ซึ่งเป็นพืชที่มีศักยภาพและเป็นโจทย์สำคัญของประเทศ โดยมหาวิทยาลัยนำองค์ความรู้ด้านวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยีและการเกษตร เข้ามาสนับสนุน 

ขณะที่มูลนิธิโรงพยาบาลเจ้าพระยาอภัยภูเบศรมีองค์ความรู้และประสบการณ์ด้านสมุนไพรและการแพทย์แผนไทย ทำให้เกิดการแลกเปลี่ยนและพัฒนาองค์ความรู้ร่วมกัน 

หนึ่งในงานที่สะท้อนแนวทางดังกล่าว คือ การวิจัยและพัฒนามะระขี้นก เพื่อการผลิตวัตถุดิบสมุนไพรที่มีคุณภาพและการต่อยอดสู่ผลิตภัณฑ์เพื่อสุขภาพ 

จากประสบการณ์ที่ผ่านมา เราเห็นตรงกันว่า  การพัฒนาสมุนไพรจะประสบความสำเร็จได้  จำเป็นต้องดำเนินการอย่างเป็นระบบและครบวงจร ตั้งแต่ต้นน้ำ กลางน้ำ และปลายน้ำ

การเพิ่มความยั่งยืนผ่านการอนุรักษ์พันธุ์ และการจำหน่ายพันธุ์มะระขี้นกโดยชุมชน

ดังนั้น ความร่วมมือระยะต่อไป  มุ่งหวังขยายความร่วมมือไปสู่สมุนไพรที่มีศักยภาพของประเทศ การพัฒนาวัตถุดิบให้ได้มาตรฐาน การวิจัยสารสำคัญและประสิทธิภาพ การพัฒนากระบวนการผลิต และผลิตภัณฑ์ รวมถึงการนำผลงานวิจัยไปใช้ประโยชน์จริงทั้งในด้านสุขภาพและการแพทย์แผนไทย ตลอดจนการสร้างมูลค่าเพิ่มและการต่อยอดเชิงพาณิชย์  

 แพทย์หญิงวลีรัตน์ ไกรโกศล  กล่าวเสริมว่า “จากความร่วมมือในระยะแรก  นำไปสู่การแลกเปลี่ยนองค์ความรู้ด้านด้านเทคโนโลยีกัญชาและกัญชง การวิจัย การผลิต การใช้ประโยชน์ และการถ่ายทอดความรู้ที่ถูกต้องแก่สังคม

ทำให้เห็นถึงศักยภาพการวิจัยและพัฒนานวัตกรรมของมหาวิทยาลัย ที่สามารถผสานกับองค์ความรู้ด้านสมุนไพร การแพทย์แผนไทย และประสบการณ์ของมูลนิธิฯ ได้อย่างลงตัว

ความร่วมมือต่อจากนี้จึงมีเป้าหมายที่จะพัฒนาไปสู่การสร้างระบบความร่วมมือที่มีความต่อเนื่องและครบวงจรมากยิ่งขึ้นใน 4 ประการคือ

ประการแรก  การแลกเปลี่ยนองค์ความรู้และการพัฒนาบุคลากร โดยมูลนิธิฯ จะส่งบุคลากรเข้าศึกษาต่อในระดับปริญญาโท และร่วมดำเนินงานวิจัยกับมหาวิทยาลัย

ขณะเดียวกัน มูลนิธิฯ ส่งเสริมและสนับสนุนการดำเนินงานร่วมกับ SUT Wellness Academy ในด้านการพัฒนาบุคลากร การแลกเปลี่ยนองค์ความรู้ด้นการแพทย์แผนไทย นำไปสู่การสร้างเครือข่ายบุคลากรที่มีความรู้ความเข้าใจทั้งในมิติของวิชาการ การวิจัย และการนำองค์ความรู้ไปประยุกต์ใช้จริง

ประการที่สอง  การส่งเสริมและพัฒนางานวิจัยด้านสมุนไพร  ตั้งแต่วัตถุดิบ การควบคุมคุณภาพ การศึกษาสารสำคัญ การแปรรูป ไปจนถึงการพัฒนาผลิตภัณฑ์ โดยมุ่งเน้นการนำผลงานวิจัยไปใช้ประโยชน์ได้จริง  

ประการที่สาม  การถ่ายทอดและเผยแพร่องค์ความรู้ที่ถูกต้องสู่ชุมชนและเกษตรกร โดยจะร่วมกันถ่ายทอดองค์ความรู้สู่ชุมชนและเกษตรกร ตั้งแต่ การอนุรักษ์พันธุ์ การเพาะปลูก การเก็บเกี่ยว การจัดการหลังการเก็บเกี่ยว การใช้ประโยชน์ และการเพิ่มมูลค่า เพื่อให้ชุมชนมีส่วนร่วมในห่วงโซ่คุณค่าของสมุนไพรและสามารถใช้ทรัพยากรได้อย่างยั่งยืน 

ประการที่สี่ การพัฒนาสู่ “ศูนย์เรียนรู้อภัยภูเบศร มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีสุรนารี” เพื่อเป็นศูนย์กลางด้านการศึกษา วิจัย ถ่ายทอดองค์ความรู้ และพัฒนาสมุนไพรและการแพทย์แผนไทย    ที่สามารถเชื่อมโยงองค์ความรู้ทางวิชาการ สู่ขุมชน และส่งต่อคุณค่าให้แก่คนรุ่นต่อไป

ท้ายที่สุดเพื่อการยกระดับสู่ระบบนิเวศด้านสมุนไพรไทยที่สร้างองค์ความรู้ พัฒนาบุคลากร ต่อยอดงานวิจัยสู่ผลิตภัณฑ์ และสร้างประโยชน์แก่ประชาชนและประเทศชาติ”