วันเสาร์ ที่ 27 มิถุนายน 2569

Login
Login

โคราชโมเดล!ศธ.ปักหมุด Sandbox แห่งแรก ลดเหลื่อมล้ำใน 1 ปี

ตลอดระยะเวลา 2 วัน วันที่ 5-6 มิถุนายน 2569 “ประเสริฐ จันทรรวงทอง” รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ (รมว.ศธ.) พร้อมด้วย “อัครนันท์ กัณณ์กิตตินันท์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงศึกษาธิการ (รมช.ศธ.)  และผู้บริหารระดับสูงของศธ. ผู้บริหารการศึกษา ผู้บริหารสถานศึกษา ข้าราชการครู และบุคลากรทางการศึกษา ได้ลงพื้นที่นครราชสีมา เพื่อขับเคลื่อนนโยบายการศึกษาในระดับพื้นที่ “Korat Next-Gen All For Education  ยกระดับคุณภาพการศึกษาจังหวัดนครราชสีมา สู่อนาคตแห่งโอกาส”

ที่มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีสุรนารี “ประเสริฐ รมว.ศธ.” ได้เป็นประธานเปิดการประชุมดังกล่าว ซึ่งมีผู้เข้าร่วมกว่า 1,500 คน  โดยกล่าวตอนหนึ่งว่า ตนเองมีความคุ้นเคยกับจังหวัดนครราชสีมา  เพราะเป็นส.ส.จังหวัดนครราชสีมา ถึง 7 สมัย และจังหวัดนครราชสีมาถือเป็นจังหวัดใหญ่อันดับ 2 ของประเทศ แต่มีผลิตภัณฑ์มวลรวมของประเทศหรือจีดีพี เป็นอันดับ 10 จึงมีความท้าทายในการพัฒนาต่อหลายเรื่องที่ต้องดำเนินการ อย่างแรก คือ จำนวนประชากรที่เปลี่ยนแปลงไป จำนวนนักเรียนลดลงอย่างมีนัยสำคัญ การลงทุนด้านการศึกษาต้องมีการเปลี่ยนแปลงด้วย

จากเดิมเราลงทุนด้านโครงสร้าง เช่น การก่อสร้างอาคารเรียน มาเป็น การตั้งงบประมาณสนับสนุน เรื่องโครงสร้างพื้นฐานด้านการศึกษา โดยเฉพาะเรื่อง เทคโนโลยีที่มีความสำคัญขณะที่ ภูมิรัฐศาสตร์ของโลกเปลี่ยนแปลงไปจากเดิม  สงครามความขัดแย้งเกิดขึ้นทั่วโลก ส่งผลกระทบต่อทุกภาคส่วน เด็กที่อยู่ในพื้นที่ของความขัดแย้งจะขาดโอกาส เพราะงบประมาณของประเทศจะถูกนำไปใช้ในเรื่องของความมั่นคงมากขึ้น เกิดปัญหาเด็กหลุดจากระบบการศึกษา

ข่าวที่เกี่ยวข้อง:

น่าห่วง!เด็กหลุดนอกระบบการศึกษา ติดยาเสพติดหลายชนิดร่วมกัน52%

ตรวจ 'กระดูกสันหลังและข้อ' ตั้งแต่ระยะเริ่มต้น ลดเสี่ยงโรคลุกลาม

โคราชโมเดล Sandbox ปฏิรูปการศึกษา

“จากปัญหาต่างๆ ที่เกิดขึ้น ย่อมส่งผลต่อระบบการศึกษาที่ต้องปรับเปลี่ยน ดังนั้น จึงต้องเร่งดำเนินการพัฒนาการศึกษา โดยบูรณาการการจัดการศึกษาร่วมกันทุกภาคส่วน ซึ่งใช้คำว่า All For Education เพราะการศึกษาต้องไม่ใช่เรื่องของการเมืองแต่เป็นการทำงานร่วมกัน”ประเสริฐ กล่าว

รมว.ศธ. กล่าวต่อว่าการลงพื้นที่ในครั้งนี้  ตั้งใจทำให้โคราชเป็น Sandbox ของการปฏิรูปการศึกษา โดยทุกหน่วยงานต้องทำงานร่วมกัน ไม่ใช่ต่างคนต่างทำ เพื่อให้เห็นภาพเดียวกันอย่างเป็นระบบและส่งต่อคุณภาพการศึกษาให้กับเด็กทุกคน อยากเห็นการประชุมครั้งนี้ เป็นจุดเริ่มต้นที่สำคัญของระบบนิเวศที่จะเกิดขึ้นในจังหวัดนครราชสีมา

“นโยบายสำคัญในการขับเคลื่อนการศึกษามี 5 ด้าน ดังนี้ 1. คืนเวลาให้ครู เพื่อคืนอนาคตให้เด็ก 2. รื้อสูตรความเหลื่อมล้ำ ด้านงบประมาณและโอกาส 3. ยกระดับการเรียนรู้ สู่โลกความจริง 4. โรงเรียนต้องเป็นพื้นที่ปลอดภัยอย่างแท้จริง 5. สร้างสถาปัตยกรรมใหม่ด้วย พ.ร.บ.การศึกษาแห่งชาติ พ.ศ… อีกเรื่องที่มีความสำคัญไม่แพ้กันคือ  พ.ศ… ซึ่งอยู่ในขั้นตอนการพิจารณาของวุฒิสภา หากกฎหมายฉบับนี้มีผลบังคับใช้ จะเป็นการยกเลิกคำสั่ง คณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) มีการปรับโครงสร้างองค์ประกอบของ คณะอนุกรรมการข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา (อ.ก.ค.ศ.) ถือเป็นภารกิจที่สำคัญ ที่ต้องดำเนินการให้ประสบความสำเร็จ” รมว.ศธ.กล่าว

สกร. พัฒนาทักษะอาชีพแก่กลุ่มเปราะบาง

นอกจากนั้น คณะรัฐมนตรีได้พบปะผู้บริหารและบุคลากรสำนักงานส่งเสริมการเรียนรู้ (สกร.) จังหวัดนครราชสีมา ทั้ง 32 อำเภอ โดยมี ดร.เกศทิพย์ ศุภวานิช อธิบดีกรมส่งเสริมการเรียนรู้ พร้อมด้วยผู้บริหาร ข้าราชการ ครู และบุคลากร สกร. ร่วมให้การต้อนรับและรับฟังนโยบาย

ประเสริฐ กล่าวมอบนโยบายว่า  สกร. เป็นกลไกสำคัญในการขยายโอกาสทางการศึกษาและการเรียนรู้ตลอดชีวิตให้แก่ประชาชนทุกช่วงวัย โดยเฉพาะกลุ่มเปราะบาง ผู้ด้อยโอกาส และผู้หลุดออกจากระบบการศึกษา ผ่านการขับเคลื่อนนโยบาย Thailand Zero Dropout ควบคู่กับการพัฒนาทักษะอาชีพ ทักษะดิจิทัล และทักษะแห่งอนาคต เพื่อให้ประชาชนสามารถปรับตัวและดำรงชีวิตได้อย่างมีคุณภาพในโลกยุคใหม่

นอกจากนี้ การขับเคลื่อนการศึกษาในปัจจุบันไม่สามารถดำเนินการโดยหน่วยงานใดหน่วยงานหนึ่งเพียงลำพัง แต่ต้องอาศัยความร่วมมือจากทุกภาคส่วน ทั้งหน่วยงานภาครัฐ องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ภาคเอกชน ภาคประชาสังคม สถาบันการศึกษา และภาคีเครือข่ายในพื้นที่ เพื่อร่วมกันออกแบบโอกาสการเรียนรู้ สร้างแหล่งเรียนรู้ที่มีคุณภาพ และพัฒนาศักยภาพประชาชนให้สอดคล้องกับบริบทของแต่ละพื้นที่อย่างแท้จริง

3 กระทรวง พัฒนา “พื้นที่นวัตกรรมการศึกษา”

ต่อมาในวันที่ 6 มิถุนายน 2569  ที่อุทยานวิทยาศาสตร์ภูมิภาคฯ มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีสุรนารี  รมว.ศธ.พร้อมด้วยข้าราชการการเมือง ผู้บริหารระดับสูง ศธ. และผู้บริหารการศึกษาในพื้นที่จังหวัดนครราชสีมา ร่วมประกาศเจตนารมณ์ “บูรณาการการขับเคลื่อนการยกระดับทุนมนุษย์ และปกป้องคุ้มครองสิทธิเสรีภาพของคนไทยทุกช่วงวัย” ระหว่าง 3 กระทรวงหลัก ได้แก่ กระทรวงศึกษาธิการ (ศธ.) กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ (พม.) และกระทรวงมหาดไทย (มท.) ร่วมกับนายอนุพงศ์ สุขสมนิตย์ ผู้ว่าราชการจังหวัด ผู้ว่าราชการจังหวัดนครราชสีมา เพื่อเดินหน้าขับเคลื่อนจังหวัดนครราชสีมาให้เป็น "พื้นที่นวัตกรรมการศึกษา (Sandbox)" แห่งแรกของประเทศไทย โดยมุ่งเน้นการบูรณาการทำงานร่วมกันเป็นทีมเดียว ตั้งเป้าลดความเหลื่อมล้ำ และขับเคลื่อนเศรษฐกิจในพื้นที่อย่างยั่งยืนภายใน 1 ปี

รมว.ศธ. กล่าวด้วยว่ามิติที่เกี่ยวข้องกับศธ. คือ การเดินหน้า นโยบาย Thailand Zero Dropout ดึงเด็กหลุดจากระบบการศึกษา กลับเข้าเรียน และประเด็นสุดท้าย คือ โคราช Sandbox ก้าวสู่ Learning and Innovation City

คำว่า Sandbox คือพื้นที่นำร่องในเรื่องต่าง ๆ ระบบครัวกลาง “Cloud Kitchen” เป็นพื้นที่ที่ศธ.ให้ความสำคัญ ทั้งในโรงเรียนนวัตกรรมทางการศึกษา และโรงเรียนทั่วไป อื่นๆ โคราชจะเป็นต้นแบบ ที่ส่งผลกระทบกับโรงเรียนทั่วประเทศและถ้าเราสามารถบูรณาการข้อมูล ทั้งท้องถิ่นและโรงเรียนในสังกัดทุกกระทรวงที่เกี่ยวข้องกับการดูแลคนจะทำให้โครงการนี้ ประสบผลสำเร็จมากขึ้น

“สิ่งที่พูดหลายเรื่องไม่ใช่ความฝัน แต่ผมมาเพื่อสร้างความเปลี่ยนแปลง สร้างความเชื่อมั่นให้กับทุกคน ทางศธ. พร้อมเดินทางร่วมกับชาวโคราช การเดินทางครั้งนี้จะยึดประโยชน์ของเด็กเป็นศูนย์กลางไม่ให้ใครหลุดจากระบบการศึกษา และสร้างประวัติศาสตร์ใหม่ให้กับระบบการศึกษาไทย เพื่อให้เด็กไทยเป็นเด็กที่มีความรู้ความสามารถเป็นพลเมืองของชาติและเป็นพลเมืองของโลกในอนาคต”ประเสริฐ กล่าว

อย่างไรก็ตาม  ครูและผู้บริหารคือ หัวใจของความเปลี่ยนแปลง และถ้าสามารถประกาศใช้พ.ร.บ.การศึกษาฯ ได้ภายในปี 2570 จะเห็นความเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ ผมมาครั้งนี้เพื่อสร้างความเชื่อมั่นและสร้างความไว้ใจ รวมถึงสร้างโอกาสให้กับทุกคน

6 ประเด็นบูรณาการพลิกโฉมการศึกษาโคราช

“โคราช”เป็นจังหวัดที่มีศักยภาพสูงมาก ทั้งในด้านประชากร โครงสร้างพื้นฐานที่กำลังจะเสร็จสมบูรณ์ในปี 2570 ไม่ว่าจะเป็น มอเตอร์เวย์ รถไฟความเร็วสูง หรือรถไฟทางคู่ รวมถึงยังมีมรดกทางวัฒนธรรมที่โดดเด่น ดังนั้นความร่วมมือครั้งนี้ จะเป็นการผนึกกำลังระหว่างหน่วยงาน ซึ่งมีรัฐมนตรีทั้ง 3 ท่านที่เป็นคนโคราช เพื่อผลประโยชน์ของเด็ก เยาวชน และประชาชนของชาวโคราชอย่างแท้จริง โดยได้มี 6 ประเด็นบูรณาการร่วม 3 กระทรวง เพื่อพลิกโฉมการศึกษาโคราชอย่างเป็นรูปธรรม ได้แก่ ​

1. ยกระดับอาหารกลางวันและโภชนาการเด็ก โดยปรับระบบให้องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น (อปท.) เป็นผู้จัดซื้อวัตถุดิบและปรุงอาหารในระดับตำบล เพื่อส่งต่อให้โรงเรียน มีเป้าหมายเพื่อช่วยลดภาระครู โดย ศธ. จะใช้แอปพลิเคชันเข้ามาช่วยวิเคราะห์และดูแลคุณค่าทางโภชนาการ พร้อมติดตามสุขภาพเด็กอย่างใกล้ชิด ​

2. สถานศึกษาปลอดภัย ห่างไกลยาเสพติดและความรุนแรง ขอฝากถึงผู้ปกครองและหน่วยงานในพื้นที่ โดยเฉพาะฝ่ายปกครอง และ อปท. ช่วยร่วมดูแลความปลอดภัยโดยรอบสถานศึกษา พร้อม ๆ กับกวดขันเรื่องยาเสพติดอย่างเข้มงวด ขณะที่ ศธ. และ พม. จะร่วมกันพิทักษ์สิทธิเด็ก

ซึ่ง ศธ. ได้ตั้งศูนย์พิทักษ์สิทธิและเสรีภาพฯ เป็นระบบเยียวยาและเข้าช่วยเหลือเด็กที่ถูกรังแก หรือไม่ได้รับความเป็นธรรมอย่างรวดเร็ว ครอบคลุมถึงดูแลครู และบุคลากรทางการศึกษาด้วย รวมถึงดูแลความปลอดภัยในการเดินทางและการทัศนศึกษา และเป็นศูนย์กลางข้อมูลระหว่างนักกฎหมาย นักจิตวิทยา และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง

​3. โอกาสที่เท่าเทียมของเด็กพิการ เป็นกลไกของทั้ง 3 กระทรวง โดย พม. จะทำงานเชิงรุกร่วมกันเพื่อค้นหาและช่วยเหลือเด็กพิการให้ได้รับการศึกษาที่เหมาะสมทันทีในทุกกลุ่ม โดยไม่ต้องรอให้ครอบครัวร้องขอความช่วยเหลือ

​4. พาเด็กหลุดระบบกลับเข้าสู่การศึกษา (Thailand Zero Drop-out) ปัจจุบันโคราชมีเด็กหลุดจากระบบการศึกษากว่า 10,000 คน ด้วยสาเหตุต่างกัน ทั้งย้ายตามผู้ปกครอง ครอบครัวไม่พร้อม โดยจะใช้กลไกของ 3 กระทรวง จัดรูปแบบการเรียนที่ยืดหยุ่น "เรียนไปทำงานไป" พร้อมใช้ระบบธนาคารหน่วยกิต (Credit Bank) ให้สามารถสะสมและเทียบโอนหน่วยกิตได้โดยไม่มีข้อจำกัดเรื่องอายุ

​5. ส่งเสริมการเรียนรู้ตลอดชีวิต (Lifelong Learning) โดยปรับเปลี่ยนวัฒนธรรมการเรียนรู้ รองรับการเปลี่ยนแปลงในระยะยาว โดยเปิดโอกาสให้เยาวชนที่ทำงานในโรงงานอุตสาหกรรมสามารถนำประสบการณ์การทำงานมาเทียบโอนเป็นหน่วยกิตการศึกษาได้

​6. ชุมชนคือห้องเรียน (Community-Based Learning) ที่จะออกแบบนวัตกรรมการเรียนรู้ที่เหมาะสม โดยใช้ประโยชน์จากต้นทุนในพื้นที่ เช่น วัด โรงเรียน สถานที่สาธารณะ บ้านเรือน และคณะกรรมการหมู่บ้าน ร่วมกันเป็นพื้นที่สร้างการเรียนรู้ให้คนทุกช่วงวัย

Korat Smart City- MICE City- Wellness Hub

"สิ่งต่าง ๆ เหล่านี้ มุ่งสู่ทิศทางโคราชเมืองอัจฉริยะและเมืองแห่งการเรียนรู้ในอนาคต ซึ่งนอกเหนือจากประเด็นการศึกษาแล้ว แผนงานนี้ยังเชื่อมโยงกับการผลักดันจังหวัดนครราชสีมา สู่การเป็น Korat Smart City, MICE City (ศูนย์กลางการประชุมนิทรรศการระดับโลก), และ Wellness Hub (ศูนย์กลางสุขภาพ) รวมถึงการเตรียมความพร้อมให้นักเรียนนักศึกษาทำหน้าที่เป็นมัคคุเทศก์ (Guide) รองรับนักท่องเที่ยวและผู้ร่วมงานระดับนานาชาติ เช่น มหกรรมพืชสวนโลกระดับโลก (Korat Expo 2029) ในปี 2572 เพื่อสร้างรายได้และขับเคลื่อนเศรษฐกิจสร้างสรรค์ให้กับจังหวัดอย่างยั่งยืน" รมว.ศธ.กล่าว

นิกร โสมกลาง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ (รมว.พม.) กล่าวว่า จากปัญหาความท้าทายของโครงสร้างประชากร ตั้งแต่จำนวนเด็กที่เกิดใหม่ ไปจนถึงการดูแลผู้สูงอายุในอนาคต เป็นสิ่งที่เราต้องขอทำงานร่วมกับ ศธ. และ มท. อย่างใกล้ชิดมากขึ้น ตาม 6 ประเด็นที่ พม. จะขับเคลื่อนให้เป็น "โคราชโมเดล" ครอบคลุมให้ครบทุกตำบล เช่น ​การจัดตั้งสภาเด็กและเยาวชน, ​การขับเคลื่อนโรงเรียนผู้สูงอายุ, ​การขับเคลื่อนกองทุนสวัสดิการชุมชน ที่จะต้อง​ผสานพลังเครือข่ายทั้งจากภาคการศึกษาและฝ่ายปกครอง เพื่อเป้าหมายเดียวกัน คือ ดูแลประชาชน 'ชาวโคราช' ทุกช่วงวัยให้ครอบคลุมทุกมิติ

ด้านพลพีร์ สุวรรณฉวี ​รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย (รมช.มท.) เปิดเผยว่า พร้อมร่วมขับเคลื่อนกับ ศธ.-พม. เพื่อนำนโยบายสู่ภาคปฏิบัติ โดยย้ำว่าสิ่งที่พูดไป ต้องเกิดขึ้นจริง และสิ่งไหนทำได้ทันทีจะทำเลย เช่น การเชื่อมโยงฐานข้อมูลและการส่งฝ่ายปกครอง (กรมการปกครอง) การลงพื้นที่ช่วยเหลือและรับฟังปัญหาของประชาชนร่วมกับอีก 2 กระทรวง

พร้อมร่วมกับผู้ว่าราชการจังหวัดนครราชสีมา ในการขับเคลื่อนแผนพัฒนาจังหวัด ตลอดจนโครงการสำคัญต่าง ๆ เช่น การประสานงานเพื่อเร่งรัดโครงการโครงสร้างพื้นฐาน ทั้งมอเตอร์เวย์ ถนนหนทางต่าง ๆ รองรับการจัดงานพืชสวนโลกในปี 2572 ที่ตั้งเป้าดึงดูดนักท่องเที่ยวทั่วโลก 2 - 6 ล้านคน เพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจในโคราช สำหรับโครงการที่ต้องใช้เงินลงทุน จะเร่งผลักดันเข้าสู่กระบวนการงบประมาณปี 2570 เพื่อให้รัฐมนตรีแต่ละกระทรวง สามารถขับเคลื่อนแผนงานที่วางไว้ให้ชาวโคราชได้อย่างเต็มรูปแบบ