วันศุกร์ ที่ 15 พฤษภาคม 2569

Login
Login

'ประเสริฐ' กำชับเขตพื้นที่ฯเข้มนโยบาย 5 ภารกิจหลักแก้ปัญหาการศึกษา

'ประเสริฐ' กำชับเขตพื้นที่ฯเข้มนโยบาย 5 ภารกิจหลักแก้ปัญหาการศึกษา

รมว.ศธ. ย้ำ 5 นโยบาย มอบภารกิจหลักแก้ปัญหาการศึกษา สั่ง ผอ.เขตพื้นที่การศึกษาทั่วประเทศ Quick Win ทันที สแกนประเมินทุกโรงเรียนในเขตฯ

วันนี้ (15 พฤษภาคม 2569)  ที่หอประชุมคุรุสภา กระทรวงศึกษาธิการ(ศธ.) นายประเสริฐ จันทรรวงทอง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ (ศธ.) เปิดเผยว่า ในการลงนามบันทึกความเข้าใจ การขับเคลื่อนนโยบายความปลอดภัยและพื้นที่สร้างสรรค์ในสถานศึกษา ร่วมกับภาคีเครือข่าย 18 หน่วยงานนั้น ตนได้กำชับให้ ผู้อำนวยการสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษา(ผอ.สพท) ทั่วประเทศ ดำเนินการตามนโยบาย  5 ภารกิจหลัก ดังนี้

1.คืนเวลาให้ครู คืนอนาคตให้เด็กเพิ่มเวลาให้ครูผู้สอน ลดภาระงานต่างๆที่ไม่จำเป็นลง โดยการใช้เทคโนโลยี AI เข้ามาช่วย ซึ่งขณะนี้ได้มีการจัดทำรายละเอียดและจะเตรียมความพร้อม ก่อนแจ้งไปยังสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษา (สพท.) และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องได้ดำเนินการ 

2. การรื้อสูตรความเหลื่อมล้ำ และการสร้างความเท่าเทียมที่จับต้องได้ ซึ่งงบประมาณค่าใช้จ่ายรายหัวที่วันนี้ดูเหมือนเท่ากัน แต่ก็เรามีต้นทุนที่แต่ละโรงเรียนอาจจะมีไม่เท่ากัน โรงเรียนที่อยู่ในพื้นที่ห่างไกลกับโรงเรียนที่อยู่ในพื้นที่ชุมชนย่อมมีต้นทุนที่ต่างกัน เด็ก 1 ล้านคน ที่หลุดออกนอกระบบ ต้องมีสิทธิ์ได้รับการศึกษาที่เหมาะสม 

ข่าวที่เกี่ยวข้อง:

18 หน่วยงานลงนาม MOU 'สร้างระบบนิเวศทางการศึกษาโรงเรียนปลอดภัย'

กสศ. ชู ‘Pay for Success’ จ่ายตามผลลัพธ์-ดึงทุนโลกแก้เหลื่อมล้ำ

3.ยกระดับการเรียนรู้สู่โลกความเป็นจริง วันนี้ต้องยอมรับว่าความรู้ใหม่ๆ เศรษฐกิจใหม่ๆ เกิดขึ้นตลอดเวลาเพราะฉะนั้นถึงเวลาแล้วที่เราต้องเลิกผลิตเด็กที่จำเก่ง ต้องผลิตเด็กที่คิดเป็น วิเคราะห์เป็น และสามารถแก้ไขปัญหาในโลกของชีวิตประจำวันได้ การปรับปรุงหลักสูตรสมรรถนะโดยใช้เทคโนโลยี AI การตอบโจทย์ความต้องการของโลกในยุคใหม่เป็นเรื่องสำคัญ การเตรียมเด็กไทยเข้าสู่ การสอบยุค PISA หรือ การประเมินสมรรถนะนักเรียนมาตราฐานสากล ในปี 2029 ซึ่งองค์การเพื่อความร่วมมือทางเศรษฐกิจและพัฒนา หรือ OCED ได้เอาเรื่องของความรู้ด้าน AI เข้ามาเป็นส่วนหนึ่งของการประเมิน และเมื่อดูผลการสอบ PISA ของเด็กไทยก็น่าใจหาย

4. โรงเรียนต้องเป็นพื้นที่ปลอดภัย ในฐานะ รมว.ศธ.ได้ประกาศเป็นเรื่องสำคัญ เป็นนโยบายเป็น Quick Win ให้ทำทันที ขอให้ทุกเขตพื้นที่การศึกษา ดำเนินการดังนี้

1.สำรวจและปรับปรุงโครงสร้างพื้นฐานของโรงเรียนในสังกัดที่เป็นอันตราย ไม่ว่าจะเป็นระบบไฟฟ้า ระบบน้ำ อาคารเรียน ให้เสร็จภายในภาคเรียนที่ 1/ 2569 นี้

2.เตรียมทีมและช่องทางรับแจ้งเหตุของเขตพื้นที่ฯ ให้ทุกโรงเรียนในสังกัดรู้ว่า เมื่อเกิดเหตุความไม่ปลอดภัยต้องติดต่อใคร และให้ถือเป็นภารกิจที่สำคัญ

3.ใช้ระบบ EDU SAFE ซึ่งเป็นระบบแจ้งเหตุฉุกเฉินอัจฉริยะสแกนประเมินทุกโรงเรียนในเขตฯ ระบบนี้ไม่ใช้ตั้งแล้วปล่อยทิ้ง แต่จะเป็นเครื่องมือที่จะช่วยให้ทุกเขตฯเห็นสถานะของความปลอดภัยโรงเรียน ผ่านโทรศัพท์มือถือเห็นข้อมูลแบบเป็นปัจจุบัน และรู้ว่าต้องแก้ไขที่ไหน อย่างไร ก่อนที่จะสายเกินไป และดำเนินการแก้ไขในสิ่งที่พบทันที ไม่ใช่รายงานเพื่อเก็บไว้ในแฟ้ม เพราะถ้าไม่แก้ไข โรงเรียนที่เด็กไม่รู้สึกปลอดภัยก็ไม่ใช่โรงเรียนอย่างแท้จริง เราไม่มีทางผลิตเด็กที่เข้มแข็งได้ โรงเรียนอย่างแท้จริงต้องสร้างความปลอดภัยให้เกิดขึ้น

5. เราจะสร้างสถาปัตยกรรมใหม่ ยกเครื่อง พ.ร.บ.การศึกษาแห่งชาติ โดย พ.ร.บ.ฉบับใหม่ต้องเปลี่ยนแปลงปรับปรุงให้เหมาะสมและทันกับการเปลี่ยนแปลงของโลก ตนคิดว่าเมื่อกฎหมายฉบับนี้ออกมาแล้ว จะเป็นโครงสร้างการศึกษาใหม่และทำให้เราสามารถตั้งตรงได้ เป็นการสร้างสถาปัตยกรรมใหม่ของวงการศึกษาไทย

ซึ่ง ทั้ง 5 ภาจกิจ จะเกิดขึ้นได้ต่อเมื่อทุกกระทรวง และผู้อำนวยการสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาทั้ง 245 เขตพื้นที่ทั่วประเทศเห็นว่าสำคัญ มีประโยชย์ต่อการศึกษาและลงมือทำ 2 ทั้งนี้ สิ่งที่ตนพูดเสมอ คือ ผมจะแยกการศึกษาออกจาการเมือง ถือว่าการศึกษาเป็นเรื่องของทุกคน  ไม่มีพรรคการเมือง ซึ่งสัปดาห์ที่ผ่านมาตนได้เชิญทุกพรรคการเมืองมาช่วยกันดูเรื่อง ร่างพ.ร.บ.การศึกษาแห่งชาติฉบับใหม่ ที่กำลังจะเกิดขึ้น อย่างไรก็ตามผลสัมฤทธิ์ทางการศึกษาต้องอาศัยเวลา ผลสัมฤทธิ์ไม่ได้เกิดข้ามคือ ตั้งใจว่าไม่ให้เกิน 2 ปีต้องมีร่างใหม่เกิดขึ้นให้ได้