ฉลองก้าวสู่ปีที่ 28 โรงเรียนนานาชาติเวลล์ส เดินหน้ายกระดับมาตรฐานการศึกษา บูรณาการเทคโนโลยี+AI เสริมแกร่งหลักสูตร ตั้งเป้ายอดนร.เวลล์สชลบุรีเติบโต 15%
ทุ่มงบขยายโครงสร้างพื้นฐานที่เวลล์ส ชลบุรี ตอบรับตลาดโรงเรียนนานาชาติเติบโต
ตลาดโรงเรียนนานาชาติในประเทศไทยคึกคักสุดๆ ปัจจุบันเติบโต 13% มีตัวเลขมูลค่าในปี พ.ศ. 2567 มากถึงกว่า 8 หมื่นล้านบาท รวมทั้งมีผู้เล่นหน้าใหม่หลายสิบรายกระโดดเข้ามาแข่งขันในธุรกิจนี้ในช่วงปีที่ผ่านมา ในฐานะเป็นหนึ่งในผู้นำด้านการศึกษานานาชาติในประเทศมายาวจนขึ้นปีที่ 28 โรงเรียนนานาชาติเวลล์ส (Wells International School) ดำเนินการโดยบริษัท เอเวอร์เคฟเวอร์ เอ็ดดูเคชั่น กรุ๊ป จำกัด ภายใต้การนำของ ดร.เย่า ล่าง จาง (Dr.Chang Yao-Lang) ประธานกรรมการโรงเรียนนานาชาติเวลล์ส ยังคงเดินหน้ายกระดับมาตรฐานการศึกษา เพื่อเสริมสร้างพลังให้นักเรียนเติมเต็มศักยภาพของตนเองได้อย่างสมบูรณ์ มุ่งเน้นแนวทางการเรียนการสอนให้นักเรียนเป็นศูนย์กลาง
โดยสร้างสมดุลระหว่างการเรียนการสอนทางวิชาการที่เข้มข้น ไปพร้อมกับกิจกรรมเสริมหลักสูตรที่หลากหลาย ภายใต้การแนะนำของครูผู้ทุ่มเท มุ่งมั่นในการปลูกฝังพลเมืองโลกที่มีความรับผิดชอบ พร้อมสำหรับความสำเร็จในโลกที่เปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว ปัจจุบันมี 4 แคมปัส ได้แก่ ทองหล่อ, อ่อนนุช, บางนา และ ชลบุรี มีนักเรียนรวมแล้วว่า 1000 คน มากกว่า 24 สัญชาติ
ข่าวที่เกี่ยวข้อง:
แผนการพัฒนาของโรงเรียนในปี พ.ศ. 2569
ดร.เย่า ล่าง จาง ระบุว่า แผนการพัฒนาระบบการเรียนการสอนของโรงเรียนนานาชาติเวลล์ส ประจำปี พ.ศ. 2569 ใน 4 วิทยาเขต ได้แก่ อ่อนนุช (G1-12), ทองหล่อ (เตรียมอนุบาล-G3), บางนา (เตรียมอนุบาล-G5), ชลบุรี (เตรียมอนุบาล-G10) นั้น เน้นที่การสร้างมาตรฐานทางวิชาการ การเติบโตของการลงทะเบียนเรียน และการยก ระดับโปรแกรมที่เป็นเอกลักษณ์ โดยมีสาระสำคัญที่เตรียมดำเนินการในปีนี้ ได้แก่
- ขยายชั้นเรียนเสริมแกร่งให้เวลล์ส ชลบุรี มีแผนจะเพิ่มเกรด 11 ในวิทยาเขตชลบุรี เพื่อสร้างผู้สำเร็จการศึกษารุ่นแรกในปี พ.ศ. 2571 และ เตรียมการต่ออายุ WASC ด้วยกรอบหลักสูตรที่เป็น เอกภาพและการรับรองวิทยฐานะเบื้องต้น ที่เวลล์ส ชลบุรี ตั้งเป้ายอดนักเรียนใหม่ลงทะเบียนเรียนเพิ่ม 15% จากกลุ่มชาวต่างชาติที่เข้าพำนักและทำงานในแหล่งอุตสาหกรรม จ.ชลบุรี โดยเฉพาะในกลุ่มคนญี่ปุ่น ไต้หวัน และ จีน ฯลฯ
- พัฒนาหลักสูตรขยายโปรแกรมภาษาญี่ปุ่น เพื่อตอบสนองความต้องการของตลาดในท้องถิ่นและ ขยาย AP Capstone และ มหาวิทยาลัยรัฐแอริโซนา (ASU) ที่เวลล์ส อ่อนนุช และ ชลบุรี เพื่อเป็นประกาศนียบัตรเตรียมความพร้อมมุ่งสู่ระดับมหาวิทยาลัยที่เป็นเรือธง
- อัปเดทกิจกรรมนอกหลักสูตร ได้แก่ การเปิดตัวสถาบันสอนเทนนิสที่เวลล์ส ชลบุรี, ขยายข้อเสนอ ฝึกงานและความร่วมมือเชิงกลยุทธ์กับมหาวิทยาลัย บริษัท องค์กรพัฒนาเอกชน (NGO) ฯลฯ
- บูรณาการเทคโนโลยีเข้ากับการเรียนการสอน มีแพลตฟอร์มที่ปรับแต่งด้วย AI (G6-12), ห้องปฏิบัติการ AR/VR สำหรับการเรียนรู้ STEM, การเปิดตัวใช้งาน Google Workspace แบบเต็มรูปแบบ รวมถึง การฝึกอบรมและการพัฒนา AI สำหรับพนักงาน
- เดินหน้าพัฒนาความร่วมมือทางวิชาการ : การฝึกงานกับมหาวิทยาลัยมหิดลและมหาวิทยาลัยอื่นๆ (G11-12), การให้คำปรึกษาด้านความเป็นผู้นำของ EARCOS, ความร่วมมือกับสมาคมไทย-ญี่ปุ่น เป็นต้น
สอบเข้าเรียนต่อในมหาวิทยาลัยได้มากถึง 98%
ประธานกรรมการโรงเรียนนานาชาติเวลล์ส ยังกล่าวเสริมว่า เวลล์สขับเคลื่อนการเติบโตผ่านความแตกต่าง มีการแบ่งส่วนตลาดแบบเจาะจง และความเป็นเลิศทั่วทั้งระบบใน 4 วิทยาเขต แทนที่จะเป็นการขยายปริมาณ ท่ามกลางการแข่งขันที่สูงในประเทศไทย เรามีความโดดเด่นทางวิชาการ มุ่งเน้นหลักสูตรเตรียมความพร้อม ระดับมหาวิทยาลัยที่อิงตาม U.S. Common Core ที่เข้มงวดด้วยเส้นทาง AP Capstone/IB, การสนับสนุน รายบุคคล (การเตรียมสอบ TOEFL/SAT, การให้คำ ปรึกษา, และพนักงาน 70% ของเราสำเร็จการศึกษาระดับ ปริญญาขั้นสูง พร้อมกันนั้น ยังให้ความสำคัญกับการ เรียนรู้จากประสบการณ์ และสามารถประยุกต์ใช้ในชีวิต จริง มีการตอบรับนักเรียนเราเข้าเรียนในมหาวิทยาลัยมากถึง 98% ในสถาบัน 100 อันดับแรกของ QS ฯลฯ
“ผู้สำเร็จการศึกษาจากโรงเรียนนานาชาติเวลล์ส สามารถสมัครสอบแข่งขันเข้าศึกษาต่อในมหาวิทยาลัย ด้วยอัตราการตอบรับ 98% สำหรับโปรแกรมที่มีการแข่งขันสูงทั่วโลกผ่าน AP, IB Diploma โดยตั้งแต่ปี 2014–2025 มีการติดตามยอดนักเรียนเวลล์สที่ผ่านเข้าศึกษาต่อในสถาบันการศึกษาที่ติด 100 อันดับแรกของ QS และสูงกว่านั้นในทุกภูมิภาคทั่วโลกได้มากถึง 419 คน อาทิ Caltech, UCLA, UC Berkeley มหาวิทยาลัย วอชิงตัน, มหาวิทยาลัยชิคาโก และอื่นๆอีกมากมาย ส่วนในภูมิภาค เช่น จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย, มหาวิทยาลัยเคโอ (ญี่ปุ่น), มหาวิทยาลัยโตเกียว, มหาวิทยาลัยแห่งชาติสิงคโปร์, มหาวิทยาลัยแห่งชาติไต้หวันฯลฯ” ดร.จางย้ำ
เน้นการดูแลนักเรียนใกล้ชิดเหมือนครอบครัว
โรงเรียนนานาชาติเวลล์สเน้นการรักษาสภาพแวดล้อมให้เหมือนครอบครัว รวมทั้งการส่งเสริมความเป็น พลเมืองโลกและการพัฒนาอุปนิสัย ความใกล้ชิดนี้ครอบคลุมตั้งแต่วิทยาเขตในเมือง (อ่อนนุช) และระดับภูมิภาค (ชลบุรี) สร้างความภักดีท่ามกลางความอิ่มตัวของตลาด เพราะเราตอบโจทย์ความต้องการของชาวต่างชาติที่ เล็งเห็นถึงความพร้อมของเวลล์ส ทั้งการบูรณาการ AI/AR-VR, การรับรองวิทยฐานะของ WASC, โครงการอนุรักษ์ วัฒนธรรม จนสามารถดึงดูดครอบครัวระดับพรีเมียมที่ให้ความสำคัญกับผลลัพธ์ที่พิสูจน์ได้มากกว่าขนาดที่ใหญ่กว่า เน้นการพัฒนาที่คุณภาพมากกว่าการขยายตัวอย่างรวดเร็ว
โรงเรียนนานาชาติระดับพรีเมียมราคาคุ้มค่าและคุ้มทุน
เวลล์สเป็นโรงเรียนนานาชาติระดับพรีเมียมที่ราคาไม่แพง ปีนี้ครบรอบปีที่ 28 เรามีการเติบโตทางการเงินที่มั่นคง โดยไม่มีหนี้สิน ท่ามกลางการแข่งขันสูงในตลาดการศึกษานานาชาติของประเทศไทย สำหรับผลการดำเนินงาน ด้านรายได้มาจากค่าเล่าเรียนเป็นหลักในทั้ง 4 วิทยาเขต ที่ให้บริการนักเรียนมากกว่า 1,000 คน จากกว่า 24 สัญชาติ ค่าเล่าเรียนอยู่ระหว่าง 246,000–546,000 บาทต่อปี/นักเรียนหนึ่งคน (เกรด N-12) บวกกับค่าธรรม เนียมการพัฒนาวิทยาเขตแบบจ่ายครั้งเดียว (70,000–220,000 บาท) ซึ่งสนับสนุนความมั่นคงในการดำเนินงาน ท่ามกลางการขยายตัวของตลาด
“สำหรับการลงทุนเพื่อขยายวิทยาเขต ล่าสุดเราได้ทุ่มงบกว่า 15 ล้านบาท ที่วิทยาเขตชลบุรี (เปิดดำเนินการในปี พ.ศ.2565 และเปิดระดับมัธยมปลายในปี พ.ศ. 2567) ซึ่งมีพื้นที่ถึง 23 ไร่ สร้างสนามเทนนิส 3 แห่ง ศูนย์ธรรมชาติกลางแจ้ง (สระน้ำ พื้นที่ทำงานร่วมกัน) ห้องเรียน AR/VR และองค์ประกอบทางวัฒนธรรมไทยที่สอดคล้องกับปรัชญา "บ้าน-วัด-โรงเรียน"
แผนสำหรับโครงการโรงเรียนประจำกำลังอยู่ระหว่างการพัฒนา ยังไม่รวมถึงหอพัก เพื่อต้อนรับนักเรียนในอนาคตจากภูมิภาคเอเชียแปซิฟิกและที่อื่นๆ รองรับการตั้งเป้าเติบโตของจำนวนนักเรียนที่เพิ่มขึ้น 15% รวมถึงการปรับปรุงอื่นๆอย่างต่อเนื่อง เช่น ห้องปฏิบัติการ STEM เป็นต้น เวลส์ให้ความสำคัญกับความคุ้มทุน และการรับรองวิทย ฐานะ (WASC) เพื่อส่งมอบคุณค่าที่แข็งแกร่ง โดยคาดการณ์การเติบโตของรายได้อย่างต่อเนื่อง
ส่วนแผนการเข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ ดร.จางเปิดเผยว่า ล่าสุดทีมผู้บริหาร และฝ่ายการเงิน กำลังดำเนินการเพื่อเตรียมความพร้อมในการทำ IPO ผ่านการตรวจสอบและการปรับปรุงระบบ เชื่อว่า จะสามารถเข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ได้ภายในไตรมาสที่ 3 ของปีนี้ไปจนถึงไตรมาสแรกของปีหน้าเป็นอย่างช้า ตั้งเป้าระดมทุนให้ได้ประมาณ 1 พันล้านบาท โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อนำเงินทุนไปพัฒนาโรงเรียนทั้ง 4 วิทยาเขต, ตั้งเป็นทุนการศึกษาสนับสนุนนักเรียนที่เรียนดีไปศึกษาต่อในมหาวิทยาลัยชื่อดังระดับโลก
รวมถึง สนับสนุนเรื่องการศึกษาต่อของคณาจารย์และพัฒนาบุคลากรในโรงเรียน, ตั้งเป็นกองทุนสำรองเลี้ยงชีพให้อาจารย์ในโรงเรียนหลังเกษียณ และ กิจการเพื่อสังคม (Social Enterprise) ของโรงเรียน บริจาคเพื่อสนับสนุนการศึกษา และช่วยเหลือสังคม ซึ่งเราทุกคนควรเห็นคุณค่าของประเทศและสังคมที่เราอยู่ รวมถึงแผนขยายแคมปัสไปยังจังหวัดใหญ่ๆที่มองไว้ คือ เชียงใหม่ และ ภูเก็ต


