โรงเรียนนานาชาติในกรุงเทพฯ มีการแข่งขันสูงที่สุดแห่งหนึ่งในภูมิภาคด้วยจำนวนโรงเรียนกว่า 160 แห่ง และการจ่อคิวเปิดตัวของแบรนด์ดังจากอังกฤษอีก 5-6 แห่งในปี2569 การก้าวเข้ามาของ “Wycombe Abbey” สหราชอาณาจักร สถาบันการศึกษาที่ก่อตั้งขึ้นในปี ค.ศ. 1896 และได้รับการยอมรับว่าเป็นหนึ่งในโรงเรียนที่มีความเป็นเลิศทางวิชาการระดับแนวหน้าของสหราชอาณาจักร จึงไม่ใช่เพียงการขยายสาขาของโรงเรียนระดับพรีเมียม แต่เป็นการขยับตัวเชิงยุทธศาสตร์ครั้งสำคัญของสถาบันการศึกษาที่ถูกจัดอันดับเป็น “อันดับ 1” ของอังกฤษมาอย่างต่อเนื่อง พร้อมประวัติศาสตร์ยาวนานกว่า 130 ปี
การเลือกปักหมุดบนพื้นที่กว่า 168 ไร่ ใกล้โครงการธนาซิตี้ ย่านบางนา–ตราด ซึ่งเป็นทำเลศักยภาพที่เดินทางสะดวกและมีสภาพแวดล้อมที่เอื้อต่อการเรียนรู้ระยะยาว ในทำเลใกล้สนามบินสุวรรณภูมิเพียง 16 นาที คือ การวางหมากให้ โรงเรียน Wycombe Abbey International School Bangkok ที่มีกำหนดเปิดการเรียนการสอนในเดือน สิงหาคม 2026 เป็น 'Showcase School' สำหรับเอเชียตะวันออกเฉียงใต้
โดยอาศัยจุดแข็งของกรุงเทพฯ ในฐานะ “Safe Haven” ที่มีความปลอดภัยสูงและมีระบบบริการสุขภาพ (Healthcare) ระดับโลก เป็นแม่เหล็กดึงดูดกลุ่มครอบครัวจากทั้งไทย และประเทศในกลุ่ม CLMV รวมถึงจีนและสิงคโปร์ เพื่อสร้าง Hub การศึกษาที่เชื่อมต่อโลกตะวันตกและตะวันออกเข้าด้วยกันอย่างสมบูรณ์
ข่าวที่เกี่ยวข้อง:
เหตุใด? เด็กต่างชาติ -เด็กไทย แห่เรียนโรงเรียนนานาชาติในประเทศไทย
เป็นเลิศทางวิชาการ ค้นหาศักยภาพ
“ฟิโอนา แองเจิล” ครูใหญ่โรงเรียนนานาชาติ Wycombe Abbey กรุงเทพฯ กล่าวว่าการศึกษาที่ Wycombe Abbey ให้ความสำคัญกับ Intellectual curiosity ความใฝ่รู้และความกระตือรือร้นทางปัญญา,Character and leadership development การพัฒนาความคิด ทัศนคติ บุคลิกภาพความเป็นผู้นำ ,A global outlook มุมมองระดับโลก และReadiness for the future การเตรียมความพร้อมสำหรับอนาคต ซึ่ง Wycombe Abbey มีประวัติศาสตร์และความเป็นเลิศทางวิชาการที่แข็งแกร่ง และ Wycombe Abbey กรุงเทพฯ จะมุ่งเน้นการรักษามาตรฐานระดับสูงเช่นเดียวกับโรงเรียนแม่
“ข้อดีของโรงเรียน คือ การบูรณาการทั้งด้านวิชาการและกิจกรรมเสริมหลักสูตร (Academic Enrichment) เข้าไปในระหว่างวันเรียน เพื่อช่วยให้นักเรียนค้นหาตัวตนของตนเอง รู้ว่าตัวเองชอบอะไร และนักเรียนจะไม่ได้เก่งเพียงภาษาอังกฤษ หรือภาษาไทยเท่านั้น แต่จะมีการสอนภาษาจีน ไม่ใช่แค่กิจกรรมเสริมหลังเลิกเรียน ทำให้นักเรียนมีโอกาสค้นหาความหลงใหลและตัวตนของตัวเองได้มากขึ้น เพื่อเตรียมความพร้อมให้นักเรียนสามารถทำธุรกิจได้ทั้งกับโลกตะวันตกและตะวันออกในอนาคต” แองเจิล กล่าว
หลักสูตรเตรียมพร้อมสู่อนาคต
ด้วยปรัชญาการศึกษาของ Wycombe Abbey ตั้งอยู่บนสามหลักสำคัญ ได้แก่ 1.Academic Rigourการรักษามาตรฐานทางวิชาการที่เข้มข้นตามแบบฉบับโรงเรียนประจำของอังกฤษ 2.Intellectual Curiosity การส่งเสริมให้นักเรียนตั้งคำถาม ค้นคว้า และพัฒนาความรักในการเรียนรู้ตลอดชีวิต และ 3.Holistic Excellence การผสมผสานความเป็นเลิศทางวิชาการเข้ากับกิจกรรมเสริมหลักสูตร การพัฒนาบุคลิกภาพ และแนวคิดการศึกษาที่ได้รับความไว้วางใจจากครอบครัวนักเรียนมาหลายชั่วอายุคน
แองเจิล กล่าวต่อว่าโรงเรียนมีโปรแกรมที่เริ่มตั้งแต่นักเรียนชั้น Year 7 เพื่อช่วยออกแบบเส้นทางอาชีพและตัวตนเฉพาะบุคคล (Individual Pathways) โดยไม่ได้เตรียมตัวแค่เพื่อเข้ามหาวิทยาลัย แต่เตรียมความพร้อมสำหรับการใช้ชีวิตและการทำงานในโลกที่เปลี่ยนแปลงรวดเร็ว เช่น การนำ AI และนวัตกรรมดิจิทัลที่พัฒนาขึ้นในเครือข่าย Wycombe Abbey ทั่วโลกมาแบ่งปันและใช้ร่วมกัน เพื่อให้มั่นใจว่านักเรียนจะก้าวทันเทคโนโลยีตามมาตรฐาน "Wycombe DNA" อีกทั้งได้มีการดึงผู้เชี่ยวชาญจาก Oxford International College มาดูแลทิศทางชีวิตของนักเรียนเป็นรายบุคคล (Individual)
“การเข้าใจว่าตนเองเป็นใครและต้องการทำอะไรเป็นทักษะพื้นฐานของมนุษย์ที่จะช่วยให้พวกเขามีเป้าหมายที่ชัดเจนในการใช้เทคโนโลยี AI เพื่อส่งเสริมความสำเร็จของตนเอง ฉะนั้น แม้เทคโนโลยีจะก้าวไปไกล แต่โรงเรียนยังคงเน้นการสร้างความสัมพันธ์ที่แน่นแฟ้นผ่านเครือข่ายศิษย์เก่าและเพื่อนฝูงทั่วโลก เพื่อให้เด็กเติบโตเป็นคนที่มีคุณภาพ มีความสุข และสามารถทำงานร่วมกับผู้อื่นได้ในสังคมระดับสากล”แองเจิล กล่าว
บ่มเพาะลักษณะนิสัยที่ AI ทดแทนไม่ได้
โรงเรียนเน้นปั้นนักเรียนที่ลักษณะนิสัย(Character) มากกว่าทักษะที่อาจล้าสมัย ด้วยวิธีการสร้างสมดุลของที่นี่ คือการให้ความสำคัญกับการบ่มเพาะลักษณะนิสัยที่ AI ทดแทนไม่ได้ เพื่อให้นักเรียนประสบความสำเร็จในอีก 20-40 ปีข้างหน้า อย่าง ความอยากรู้อยากเห็น (Curiosity) กระตุ้นให้นักเรียนเป็นผู้เรียนรู้ตลอดชีวิตและรู้จักตั้งคำถาม
รวมถึงมี ความคิดสร้างสรรค์ (Creativity) ส่งเสริมการคิดนอกกรอบและการสร้างสรรค์สิ่งใหม่ ,ความพากเพียร (Perseverance) ฝึกให้เด็กไม่กลัวความล้มเหลวและพร้อมที่จะพยายามใหม่เมื่อเผชิญอุปสรรคและความมั่นใจและการสื่อสาร พัฒนาทักษะการพูดในที่สาธารณะ (Public Speaking) และความมั่นใจในตนเอง
“หลักสูตรของโรงเรียนยึดตาม British Curriculum ตั้งแต่ Early Years ถึง Sixth Form โดยในระดับ Senior School นักเรียนจะศึกษาในหลักสูตร IGCSE และ A-Level ซึ่งเป็นวุฒิการศึกษาที่ได้รับการยอมรับจากมหาวิทยาลัยชั้นนำทั่วโลก” แองเจิล กล่าว
สำหรับแนวทางการเรียนการสอน จะเน้น Critical Thinking (การคิดเชิงวิพากษ์และการวิเคราะห์อย่างมีเหตุผล), Independent Learning (การเรียนรู้ด้วยตนเองอย่างมีวินัย) ,Intellectual Curiosity (ความใฝ่รู้และความกระตือรือร้นในการเรียนรู้) ,Problem Solving (ความสามารถในการคิดและแก้ไขปัญหา) และCreativity (ความคิดสร้างสรรค์และการคิดนอกกรอบ) พร้อมระบบ University Counselling แบบรายบุคคล ที่ช่วยเตรียมความพร้อมสู่มหาวิทยาลัยชั้นนำระดับโลก
"Add Value " เพิ่มคุณค่าให้แก่เด็ก
แพทริก เชอร์ริงตัน ประธานคณะกรรมการนานาชาติ Wycombe Abbey กล่าวว่าโรงเรียนชั้นนำส่วนใหญ่มักถูกปรามาสว่าประสบความสำเร็จเพราะ Creaming off the top 1% หรือการคัดเฉพาะเด็กที่เก่งที่สุดเข้าไปเรียน แต่ที่ Wycombe Abbey ปรัชญาที่ส่งต่อกันมา 130 ปีจากอังกฤษ คือ การ Add Value หรือการเพิ่มคุณค่าให้กับเด็กทุกคน
“จุดเด่นของพวกเรา คือ Boarding Culture หรือวัฒนธรรมการอยู่ประจำ ที่ไม่ได้จำกัดอยู่แค่เด็กหอพักเท่านั้น แต่นักเรียนไป-กลับ (Day Students) จะได้ใช้ชีวิตในโรงเรียนยาวนานขึ้นจนถึง 18.00 น. เพื่อเข้าถึง Extended Day ที่ทรงพลัง เวลาที่เพิ่มขึ้นนี้ไม่ได้ถูกใช้ไปกับการกวดวิชาเคร่งเครียด แต่ถูกเปลี่ยนให้เป็น Academic Enrichment และกิจกรรม Co-curricular ที่ถูกผนวกเข้ากับตารางเรียนหลัก”เชอร์ริงตัน กล่าว
ที่สำคัญเป็นการแก้ Pain Point ของพ่อแม่ชาวไทยที่ต้องพาลูกตระเวนเรียนพิเศษหลังเลิกเรียนจนหมดพลัง ที่ Wycombe Abbey กิจกรรมเหล่านี้จะเป็นส่วนหนึ่งของ DNA ที่ช่วยให้เด็กค้นพบศักยภาพและ Passion ของตัวเองตั้งแต่วันแรก เพื่อสร้างการเรียนรู้แบบองค์รวมที่หาไม่ได้จากการเรียนในห้องเรียนปกติ
หล่อหลอม Character ผ่าน กีฬา
นอกจากการเรียนการสอนระดับพรีเมี่ยมแล้ว “ครูผู้สอน” มีความสำคัญเช่นเดียวกัน Wycombe Abbey กรุงเทพฯ ล่าสุดได้มีการเปิดรับสมัครหัวหน้าครูประจำแต่ละภาควิชา 15 ตำแหน่ง ซึ่งได้รับการตอบรับที่ดีมากมีครูจากทั่วโลกส่งใบสมัครเข้ามาถึง 1,400 คน พร้อมทั้งมีสิ่งอำนวยความสะดวก ระดับ 6 ดาวบนแคมปัส ไม่ว่าจะเป็นสระว่ายน้ำมาตรฐานโอลิมปิก 50 เมตรและสระ 25 เมตร, สนามกีฬาในร่ม 1,000 ที่นั่ง,สนามฟุตบอลมาตรฐาน FIFA จำนวน 2 สนาม รวมถึงสิทธิพิเศษในการใช้สนามกอล์ฟและเทนนิสระดับโลกในพื้นที่ใกล้เคียง ถูกออกแบบมาเพื่อเป็นโรงหล่อหลอม "Character" ของผู้นำรุ่นใหม่มากกว่าแค่ความแข็งแรงทางกาย
กิจกรรมอย่างการพายเรือ (Rowing), ทีมประสานเสียง (Choir), หรือกีฬาระดับ Elite คือเครื่องมือฝึกฝนความมุมานะ (Perseverance) และความกล้าที่จะเผชิญความล้มเหลว (Resilience) โรงเรียนมุ่งเน้นให้เด็กเรียนรู้ว่าอุปสรรคคือส่วนหนึ่งของความสำเร็จ และความพยายามอย่างหนักจะนำไปสู่ผลลัพธ์ที่จับต้องได้ ซึ่งเป็นทักษะชีวิต (Soft Skills) ที่หุ่นยนต์หรือ AI ไม่สามารถทดแทนได้ในอนาคต
ออกแบบโรงเรียนที่อยากให้ลูกเข้าเรียน
เดซ หยวน รองประธาน BE Education Group กล่าวว่าโรงเรียนไม่ได้มุ่งเน้นเพียงภาษาอังกฤษที่ยอดเยี่ยมเท่านั้น แต่ยังให้ความสำคัญกับ ภาษาจีนกลาง (Mandarin) และภาษาไทย เพื่อให้นักเรียนสามารถทำธุรกิจและสื่อสารได้ทั้งกับโลกตะวันตกและตะวันออกในอนาคต โดยมุ่งหวังให้เด็กๆ เติบโตเป็น "ทูตวัฒนธรรมของประเทศไทย”
ในส่วนของผู้ปกครองไทยที่อาจจะกังวลเกี่ยวกับทักษะภาษาอังกฤษในเด็กที่ไม่ได้ใช้เป็นภาษาหลัก Wycombe Abbey ได้มีการออกแบบโมเดล "Trilingual Excellence" (อังกฤษ-จีน-ไทย) ที่ผ่านการพิสูจน์แล้วจากโรงเรียนนานาชาติ Wycombe Abbey ในประเทศจีน ที่เปิดการเรียนการสอนมาแล้วกว่า 10 ปี ซึ่งสามารถส่งนักเรียนเข้าสู่มหาวิทยาลัย Top 50 ของโลกได้สูงถึง 74% โดยใช้ระบบสนับสนุนการเรียนภาษาที่มีประสิทธิภาพสูงและการแบ่งกลุ่มการเรียน (Streaming) ที่ช่วยให้เด็กพัฒนาทักษะภาษาอังกฤษได้อย่างรวดเร็วเพื่อเข้าถึงหลักสูตร IGCSE และ A-Level ได้อย่างเต็มศักยภาพ
“พวกเราเองก็เป็นผู้ปกครองที่มีลูกเรียนอยู่ในระบบนี้ จึงได้ร่วมกัน "ออกแบบโรงเรียนที่อยากให้ลูกตัวเองเข้าเรียน" ซึ่งเป็นสถานที่ที่เด็กจะมีความสุข ประสบความสำเร็จ และมีเครือข่ายเพื่อนที่ดี ฉะนั้น การเลือกโรงเรียนให้แก่ลูกนั้น สิ่งที่ผู้ปกครองควรพิจารณาคือ ที่ไหนที่ลูกจะได้รับการยอมรับในฐานะปัจเจกบุคคล และที่ไหนที่ลูกจะมาเรียนทุกวันด้วยความสุขและอยากรู้อยากเห็น ซึ่ง Wycombe Abbey กรุงเทพฯ ให้ความสำคัญกับเรื่องนี้อย่างมาก
มุ่งเน้นสร้าง "คน" ที่มีความสุข
“วิลเลียม แวนเบอร์เกน” ประธานกรรมการ BE Education Group กล่าวว่าโครงการโรงเรียนในกรุงเทพฯ ถือเป็นก้าวสำคัญในการขยายมรดกทางการศึกษาของ Wycombe Abbey จากสหราชอาณาจักรสู่เอเชีย ซึ่งWycombe Abbey ไม่ได้เป็นเพียงโรงเรียนนานาชาติอีกแห่งในตลาด แต่เป็นการนำ มาตรฐานการศึกษาของ British boarding school ระดับโลก มาสู่ภูมิภาคเอเชีย พร้อมวางตำแหน่งกรุงเทพฯ ให้เป็นหนึ่งใน ศูนย์กลางการศึกษานานาชาติของภูมิภาค
“แนวคิดการศึกษาของ Wycombe Abbey จะมุ่งเน้นการพัฒนานักเรียนอย่างรอบด้าน ไม่เพียงเพื่อการเข้าศึกษาต่อในมหาวิทยาลัยชั้นนำ แต่เพื่อเตรียมความพร้อมให้เยาวชนสามารถเติบโตและประสบความสำเร็จในโลกที่เปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว” แวนเบอร์เกน กล่าว
นอกจากเป็นผู้บริหารแล้ว “แวนเบอร์เกน” ยังเป็นหนึ่งในผู้ปกครองที่ส่งลูกเรียนที่ Wycombe Abbey กล่าวเสริมว่า ความสำเร็จที่เขาเห็นไม่ใช่แค่เกรดเฉลี่ย แต่คือการที่ลูกสาวกลับบ้านมาในเวลาเกือบหนึ่งทุ่มด้วยความสุข หลังจากได้ซ้อมว่ายน้ำ ฝึกร้องคอรัส และหัดเล่นเครื่องดนตรีจีน (Guzheng) กับเพื่อนๆ ในวันเดียว
"สิ่งที่ผมในฐานะพ่ออยากเห็นในตัวลูกของเรา คือการที่พวกเขาไม่กลัวความล้มเหลว (Perseverance) เมื่อเจอปัญหา พวกเขาพร้อมจะลองใหม่ และนั่นคือสิ่งที่การเรียนผ่านกิจกรรมท้าทายอย่างกีฬา ดนตรี หรือการพายเรือ (Rowing) ที่ทางโรงเรียนมีให้ทำตลอด" แวนเบอร์เกน กล่าว
การสร้างความมั่นใจจากภายใน ที่จะทำให้คำว่า "The Sky’s the Limit" ไม่ใช่คำพูดสวยหรู แต่เป็นความจริง เหมือนที่ศิษย์เก่าของ Wycombe Abbey เพิ่งสร้างประวัติศาสตร์เป็นผู้พิพากษาสูงสุดหญิง (Lord Chief Justice) คนแรกในประวัติศาสตร์ของอังกฤษ
เปิดรับนักเรียนทั้งไทย-ต่างชาติ 200 คน
อย่างไรก็ตาม “Wycombe Abbey Bangkok” ไม่หยุดอยู่แค่ในรั้วโรงเรียน ด้วยเครือข่ายที่แข็งแกร่งทั้งในอังกฤษ, จีน, ฮ่องกง และล่าสุดเพิ่งชนะการประมูลจากรัฐบาลในสิงคโปร์และเกาหลีใต้เพื่อเปิดวิทยาเขตใหม่ ทำให้ที่นี่กลายเป็นประตูสู่สากล
การศึกษาในรั้ว Wycombe Abbey Bangkok ในช่วงเวลา 18 ปีแรกของชีวิต จะถือเป็นการซื้อ "ตั๋วผ่านทาง" เข้าสู่เครือข่ายที่ยั่งยืน เมื่อนักเรียนเติบโตเป็น CEO หรือ Managing Director เครือข่ายศิษย์เก่าของ Wycombe Abbey จะยังคงเป็น "บันได" ที่ส่งต่อโอกาสให้รุ่นน้องต่อไปเรื่อยๆ
“ในปีแรกนี้ คาดว่าจะเปิดรับนักเรียนทั้งในไทยและต่างชาติ 200 คน ดังนั้น ผู้ปกครองยุคใหม่ที่กำลังมองหาโรงเรียนให้ลูก อาจไม่มองว่าลูกจะสอบเข้ามหาวิทยาลัยไหนได้? แต่อาจต้องมองหาสภาพแวดล้อมที่ช่วยให้ลูกหลานมองเห็นตัวตนได้ชัดเจนในโลกที่มีการเปลี่ยนแปลง ไม่แน่นอน และเตรียมความพร้อมให้เขาเติบโตอย่างสง่างามในฐานะผู้นำโลกที่เปี่ยมด้วยความเมตตาและความอดทน" แวนเบอร์เกน กล่าว
ทั้งนี้ สำหรับผู้สนใจสามารถมาร่วมสัมผัสบรรยากาศในแคมปัส Wycombe Abbey International School Bangkok สวยงามและทันสมัยที่สุดแห่งหนึ่งในกรุงเทพฯ เพื่อมาเห็นภาพการวางเส้นทาง Individual Pathways และการสร้าง Holistic Excellence ที่จะเปลี่ยนอนาคตของบุตรหลาน หรือศึกษารายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ https://wycombeabbeyinternational.com/schools/bangkok/ หรือ Facebook: https://web.facebook.com/wasbkk





