SPGS International School Bangkok ปักหมุดการศึกษาระดับโลก เชื่อมโยงมรดกแห่งความเป็นเลิศกว่า 120 ปีจากลอนดอนสู่กรุงเทพฯ
แม้ภาพรวมของเด็กเกิดน้อยลง แต่ “ธุรกิจโรงเรียนนานาชาติ”ในไทยยังคงมีแนวโน้มเติบโตอย่างต่อเนื่อง โดยข้อมูลจากศูนย์วิจัยกสิกร ระบุว่าปี 2568 ธุรกิจโรงเรียนนานาชาติในไทยโต 9.7% ชะลอตัวจากปีก่อนหน้าเล็กน้อยจากจำนวนโรงเรียนนานาชาติที่เปิดใหม่ 8 โรงเรียน น้อยกว่าที่เปิดในปี 2567 อยู่ 5 โรงเรียน แต่ยังมีแนวโน้มที่จะขยายตัวไปสู่นอกกรุงเทพฯ มากขึ้น เนื่องจากพื้นที่ที่จำกัดและการแข่งขันที่สูงในเมืองหลวง
โดยความนิยมหลักสูตรนานาชาติที่ทันสมัยยังคงหนุนการเติบโตของธุรกิจโรงเรียนนานาชาติในไทย โดยผู้ปกครองที่มีศักยภาพการลงทุนด้านการศึกษายังคงมีแนวโน้มเพิ่มขึ้น ซึ่งสะท้อนจากการที่จำนวนคนไทยที่มีทรัพย์สินมากกว่า 1 ล้านดอลลาร์คาดว่าจะเพิ่ม 24% ในปี 2566-2571
นอกจากนี้ การเพิ่มขึ้นของนักเรียนต่างชาติเป็นอีกหนึ่งปัจจัยสำคัญ โดยเฉพาะนักเรียนจีนที่คาดว่าจะมีแนวโน้มเพิ่มขึ้นต่อเนื่อง โดยชาวจีนในตำแหน่งสูงที่มาทำงานในไทยยังเพิ่มขึ้นเฉลี่ย 20.8% ต่อปีตั้งแต่ปี 2564-2567 ซึ่งนักเรียนชาวจีนที่ติดตามผู้ปกครองมาอยู่ในไทยก็มักจะเข้าเรียนในโรงเรียนนานาชาติ นอกจากนี้ การที่รัฐบาลจีนมีนโยบายส่งเสริมการใช้ภาษาจีนกลาง ทำให้ค่าใช้จ่ายในการเรียนหลักสูตรนานาชาติในจีนสูงขึ้น ทั้งนี้ จากผลสำรวจ ปักกิ่ง เป็นเมืองที่มีค่าเรียนโรงเรียนนานาชาติสูงสุดในเอเชีย ส่งผลให้โรงเรียนนานาชาติในไทยนั้นเป็นที่สนใจสำหรับผู้ปกครองจีน
ข่าวที่เกี่ยวข้อง:
จับตา "ธุรกิจโรงเรียนนานาชาติ" มาแรง 5 ปี รายได้แตะ7.3 พันล้านบาท
DLTS มุ่งสู่ รร.นานาชาติเต็มรูปแบบ ตั้งเป้า 3 ปีเพิ่มนร. 1,000 คน
โรงเรียนนานาชาติ เอสพีจีเอส กรุงเทพฯ (SPGS International School Bangkok) เตรียมเปิดประตูสู่บทใหม่ของการศึกษานานาชาติ ในเดือนสิงหาคม 2569 นำรากฐานการศึกษาระดับโลกจาก St Paul’s Girls’ School, London สถาบันการศึกษาชั้นนำของประเทศอังกฤษที่หล่อหลอมความเป็นเลิศมากว่า 120 ปี และได้รับการจัดอันดับให้เป็นอันดับหนึ่งของประเทศอังกฤษด้านความเป็นเลิศทางวิชาการถึง 13 ปีจาก 14 ปีที่ผ่านมา พร้อมมาตรฐานทางวิชาการที่ได้รับการยอมรับในเวทีสากลมาสู่ประเทศไทย
St Paul’s Girls’ School, London เป็นหนึ่งในสถานศึกษาชั้นนำของประเทศอังกฤษที่ได้รับการยอมรับในเวทีระดับโลก ด้วยจำนวนนักเรียนที่สามารถสอบเข้ามหาวิทยาลัยชั้นนำ 100 อันดับแรกของโลกได้สูงถึงร้อยละ 92 และเข้าศึกษาต่อในมหาวิทยาลัยระดับแนวหน้าอย่าง มหาวิทยาลัยออกซ์ฟอร์ด มหาวิทยาลัยเคมบริดจ์ และมหาวิทยาลัยกลุ่มไอวีลีก รวมกันถึงร้อยละ 54 อีกทั้งยังมีผลการสอบ GCSE (General Certificate of Secondary Education) ที่โดดเด่นอย่างสม่ำเสมอ ด้วยสัดส่วนเกรด 9–7 (เทียบเท่า A*–A) สูงถึงร้อยละ 99 พร้อมรักษามาตรฐานผลการสอบระดับ A*–A มากกว่าร้อยละ 90 มาอย่างยาวนานกว่าทศวรรษ
โรงเรียนนานาชาติ เอสพีจีเอส กรุงเทพฯ เป็นโรงเรียนสาขานานาชาติแห่งที่สองของโลก เปิดรับนักเรียนชายและหญิงอายุระหว่าง 2–18 ปี โดยในปีการศึกษา 2569/2570 จะเริ่มเปิดการเรียนการสอนตั้งแต่ระดับเตรียมอนุบาลถึงระดับประถมศึกษา (Pre-Nursery to Year 6) และมีแผนเปิดระดับมัธยมศึกษา (Senior School) ต่อในปีการศึกษา 2570/2571 การขยายตัวครั้งนี้สะท้อนวิสัยทัศน์ในการพัฒนาโรงเรียนให้เป็นศูนย์กลางการศึกษานานาชาติชั้นนำของภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้
ออกแบบอนาคตแห่งการเรียนรู้สู่มาตรฐานโลก
เบน เตชะอุบล ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท คันทรี่ กรุ๊ป ดีเวลลอปเมนท์ จำกัด (มหาชน) หรือ CGD กล่าวว่า กรุงเทพมหานครเป็นเมืองที่มีโรงเรียนนานาชาติหลากหลายแห่งและเต็มไปด้วยคุณภาพ วิสัยทัศน์ของเราคือการมีส่วนร่วมสร้างสรรค์โรงเรียนที่มีความโดดเด่นอย่างแท้จริง โดยเปิดโอกาสให้ผู้ปกครองในประเทศไทยได้สัมผัสประสบการณ์การศึกษาตามแบบดั้งเดิมของ St Paul’s Girls’ School ได้ที่ประเทศของเรา
ด้วยความร่วมมืออย่างใกล้ชิดระหว่าง St Paul’s Girls’ School เรามุ่งมั่นที่จะนำปรัชญาการเรียนการสอนที่ปฏิบัติกันมาอย่างยาวนานกว่า 120 ปี ทั้งด้านแนวความคิดก้าวหน้า ความมุ่งมั่นทางวิชาการ และการดูแลนักเรียนอย่างใกล้ชิด มาสู่กรุงเทพมหานคร ไม่ใช่เพียงการนำหลักสูตรการเรียนการสอนมาเท่านั้น แต่คือการนำปรัชญาและอัตลักษณ์มาประยุกต์ให้เข้ากับบริบทของกรุงเทพฯ อย่างแท้จริง
“เรารู้สึกเป็นเกียรติอย่างยิ่งที่ได้รับความไว้วางใจจาก St Paul’s Girls’ School และเรามีความมุ่งหวังร่วมกันในการสร้างโรงเรียนที่ขับเคลื่อนด้วยความใฝ่รู้ทางปัญญา ความเป็นอิสระทางความคิด และเสริมสร้างคุณค่าของนักเรียนเองจากภายใน นอกจากนี้ เราปรารถนาให้นักเรียนของเราประสบความสำเร็จ ไม่ใช่เพียงแค่ความเป็นเลิศทางวิชาการ แต่ยังเปี่ยมด้วยความมั่นใจในตัวเอง ยึดมั่นในคุณค่าที่ดี พร้อมรับความเปลี่ยนแปลงตลอดเวลา เพื่อเติบโตและก้าวทันโลกที่มีความซับซ้อนมากยิ่งขึ้น”
โรงเรียนนานาชาติ เอสพีจีเอส กรุงเทพฯ ตั้งอยู่บนพื้นที่โครงการมิกซ์ยูส (Mixed-Use) มูลค่า 14,400 ล้านบาท บนถนนพระราม 3 ซึ่งผสานการศึกษาระดับพรีเมียมเข้ากับการอยู่อาศัยระดับลักซ์ชัวรีอย่างกลมกลืน สะท้อนแนวคิดการออกแบบพื้นที่เพื่อคุณภาพชีวิตและการเรียนรู้ในทุกมิติ
ปลุกศักยภาพผ่านความคิด หล่อหลอมความเป็นเลิศทุกมิติ
ด้วยประสบการณ์ด้านการศึกษายาวนานกว่า 120 ปี โรงเรียน St Paul’s Girls’ School ยึดมั่นในปรัชญาที่เชื่อว่า การเรียนรู้ต้องตั้งอยู่บนความเข้าใจอย่างแท้จริงและความกล้าที่จะตั้งคำถาม โรงเรียนจึงออกแบบบรรยากาศการเรียนรู้ที่ส่งเสริมการมีส่วนร่วม การแลกเปลี่ยนความคิดเห็น การอภิปรายอย่างสร้างสรรค์ และการค้นหาความสนใจเฉพาะตัวของนักเรียนแต่ละคน
ลิซ ฮิวเออร์ (Liz Hewer) ครูใหญ่ (High Mistress) ของ St Paul’s Girls’ School, London กล่าวว่า การเปิดโรงเรียนนานาชาติ เอสพีจีเอส กรุงเทพฯ ถือเป็นอีกหนึ่งหมุดหมายสำคัญของ St Paul’s Girls’ School ภายใต้การบริหารของคุณลีห์ โอฮารา (Leigh O’Hara) ครูใหญ่ผู้ก่อตั้ง (Founding Headmaster) โรงเรียนนานาชาติ เอสพีจีเอส กรุงเทพฯ ผู้ปกครองสามารถมั่นใจได้ว่า ทั้งแนวทางการเรียนการสอนและคุณค่าหลักของที่นี่ได้รับการถ่ายทอดและดำเนินไปในทิศทางเดียวกับโรงเรียนต้นแบบในกรุงลอนดอนอย่างครบถ้วน
ด้วยการทำงานร่วมกันอย่างใกล้ชิดของทีมผู้บริหาร ความมุ่งมั่นที่จะสร้างประสบการณ์การเรียนรู้ที่มีคุณภาพ การดูแลเอาใจใส่อย่างรอบด้าน และการมองหาโอกาสในการพัฒนาเด็กนักเรียนอย่างเต็มศักยภาพ ตามแบบอย่างของ St Paul’s Girls’ School ที่สืบทอดกันมากว่าศตวรรษ
ด้าน ลีห์ โอฮารา (Leigh O’Hara) ครูใหญ่ผู้ก่อตั้ง (Founding Headmaster) โรงเรียนนานาชาติ เอสพีจีเอส กรุงเทพฯ ผู้เคยดำรงตำแหน่งรองผู้อำนวยการโรงเรียน และผู้บริหารระดับสูงที่โรงเรียนในกรุงลอนดอนเป็นเวลายาวนานกว่า 11 ปี กล่าวเพิ่มเติมว่า โรงเรียนนานาชาติ เอสพีจีเอส กรุงเทพฯ ตั้งใจพัฒนาการศึกษาในแนวทางแบบองค์รวม โดยนำเอกลักษณ์ของการเรียนการสอนแบบ St Paul’s Girls’ School มาสู่ประเทศไทย
เราได้ออกแบบหลักสูตรอย่างหลากหลาย เปิดพื้นที่ให้นักเรียนได้คิดอย่างสร้างสรรค์และพัฒนาศักยภาพของตนเองอย่างรอบด้าน ควบคู่ไปกับความร่วมมือระหว่างครูกับครอบครัวอย่างใกล้ชิดรวมถึงการสร้างสภาพแวดล้อมแห่งการเรียนรู้ที่เคารพและเข้าใจวัฒนธรรมไทยอย่างแท้จริง เพื่อให้การศึกษาของโรงเรียนมีคุณภาพ เหมาะสมกับบริบทของเมืองไทย และเตรียมความพร้อมให้นักเรียนก้าวทันโลกที่เปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว





