วันอาทิตย์ ที่ 8 พฤศจิกายน 2569

Login
Login

จีนชูยุทธศาสตร์ 5 เสาหลักแม่โขง–ล้านช้าง เชื่อมการค้า ลงทุน นวัตกรรมสีเขียว

จีนประกาศ 5 ยุทธศาสตร์ขับเคลื่อนความร่วมมือแม่โขง–ล้านช้าง มุ่งสร้างระเบียงเศรษฐกิจเชื่อมการค้าและการลงทุน เร่งพัฒนา AI และนวัตกรรมสีเขียว พร้อมยกระดับความมั่นคง ปราบปรามอาชญากรรมข้ามชาติ และวางระบบเตือนภัยพิบัติข้ามพรมแดน

KEY POINTS

  • จีนเสนอ 5 ยุทธศาสตร์ขับเคลื่อนความร่วมมือแม่โขง–ล้านช้าง (LMC) ในระยะต่อไป
  • มุ่งสร้างระเบียงเศรษฐกิจ เชื่อมโยงการค้า การลงทุน และโครงสร้างพื้นฐาน
  • เร่งนวัตกรรมสีเขียวและเทคโนโลยีอนาคต ทั้ง AI เศรษฐกิจดิจิทัล และเกษตรอัจฉริยะ
  • ยกระดับความมั่นคง ปราบปรามอาชญากรรมและบริหารจัดการภัยพิบัติข้ามพรมแดน

นายหวัง อี้ สมาชิกกรมการเมืองแห่งคณะกรรมการกลางพรรคคอมมิวนิสต์จีน และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศจีน ได้เป็นประธาน "การประชุมรัฐมนตรีต่างประเทศกรอบความร่วมมือแม่โขง–ล้านช้าง" (Lancang-Mekong Cooperation: LMC) ครั้งที่ 11 ณ กรุงปักกิ่ง พร้อมประกาศแนวทางยุทธศาสตร์ 5 ประการ เพื่อเป็นเข็มทิศในการผลักดันความร่วมมือระหว่างจีนและกลุ่มประเทศอนุภูมิภาคลุ่มน้ำโขงในระยะต่อไป โดยมุ่งเน้นการสร้างความเข้มแข็งทางเศรษฐกิจ การพัฒนานวัตกรรมสีเขียว การกระชับความร่วมมือด้านความมั่นคง และการบริหารจัดการภัยพิบัติข้ามพรมแดน

การประชุมครั้งนี้นับเป็นหมุดหมายสำคัญในการทบทวนและกำหนดทิศทางความร่วมมือเชิงลึกในอนุภูมิภาค ท่ามกลางความท้าทายทางเศรษฐกิจและภูมิรัฐศาสตร์โลกที่กำลังเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว โดยแนวทางทั้ง 5 ประการที่จีนเสนอ ครอบคลุมมิติความมั่นคง เศรษฐกิจ สังคม เทคโนโลยี และสิ่งแวดล้อม ดังนี้

เสริมสร้างความสามัคคีและพึ่งพาตนเองเชิงยุทธศาสตร์

"มิติแรก" เสนอให้ทุกประเทศร่วมมือกันรวมพลังใหม่แห่งความสามัคคีและการพึ่งพาตนเองอย่างเข้มแข็ง โดยมุ่งส่งเสริมวัฒนธรรมแม่โขง–ล้านช้างที่ยึดมั่นในค่านิยมหลักคือ การปฏิบัติต่อกันอย่างเสมอภาค ช่วยเหลือเกื้อกูลกันด้วยความจริงใจ และใกล้ชิดดุจญาติมิตร

รัฐมนตรีต่างประเทศจีนเน้นย้ำถึงความสำคัญของการขับเคลื่อนแผนปฏิบัติการ 5 ปีว่าด้วยความร่วมมือแม่โขง–ล้านช้างให้เกิดผลเป็นรูปธรรมผ่านการเร่งรัดสื่อสารเชิงนโยบายและการแลกเปลี่ยนในทุกระดับชั้น ตลอดจนการสร้างฉันทามติทางยุทธศาสตร์ในระดับสูงเพื่อกำหนดทิศทางการยกระดับความร่วมมือที่ชัดเจน

นอกจากนี้ ยังสนับสนุนการแลกเปลี่ยนเรียนรู้ประสบการณ์ด้านการบริหารจัดการและการกำกับดูแลรัฐ โดยยึดหลักการแก้ไขความเห็นต่างและข้อพิพาทต่าง ๆ ผ่านการเจรจาหารืออย่างสันติ เพื่อร่วมกันธำรงรักษาบรรยากาศแห่งมิตรภาพและความร่วมมือในภูมิภาคไว้อย่างยั่งยืน

สร้างพื้นที่ความร่วมมือที่-ขับเคลื่อนเศรษฐกิจภูมิภาค

"มิติที่สอง" มุ่งเน้นการยกระดับการเชื่อมโยงทางเศรษฐกิจและการค้าที่เปิดกว้างและเอื้อประโยชน์ร่วมกัน โดยเน้นการประสานยุทธศาสตร์การพัฒนาของแต่ละประเทศเข้าด้วยกัน และกระชับความร่วมมือภายใต้ "ระเบียงการค้าระหว่างประเทศทางบกและทางทะเลสายใหม่" เพื่อสร้างระเบียงเศรษฐกิจลุ่มน้ำแม่โขง–ล้านช้างที่สมบูรณ์

แนวทางนี้ครอบคลุมการผลักดันตลาดการค้าและเศรษฐกิจระดับภูมิภาคขนาดใหญ่ การหมุนเวียนทางการเงินที่คล่องตัว การเชื่อมโยงโครงสร้างพื้นฐาน และการส่งเสริมการเปิดเสรีด้านการค้าและการลงทุน ขณะเดียวกัน จีนยังเสนอให้เร่งรัดการจัดตั้งศูนย์ความร่วมมือด้านการลดความยากจนแม่โขง–ล้านช้าง และดำเนินงานตามแผนความร่วมมือเฉพาะด้านวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีเพื่อขจัดความยากจนให้เห็นผลชัดเจน

นอกจากนี้ ในด้านทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม จะมีการจัดตั้งแพลตฟอร์มแลกเปลี่ยนข้อมูลความร่วมมือด้านทรัพยากรน้ำ และกระชับความร่วมมือในการติดตามตรวจวัดคุณภาพอากาศ รวมทั้งเร่งรัดความร่วมมือด้านการท่องเที่ยว สื่อมวลชน และคลังสมอง โดยมี "กองทุนพิเศษกรอบความร่วมมือแม่โขง–ล้านช้าง" เป็นกลไกหลักในการสนับสนุนโครงการต้นแบบประเภทจิ๋วแต่แจ๋ว เพื่อยกระดับความเป็นอยู่และสร้างประโยชน์ตรงสู่ประชาชนในลุ่มน้ำ

นวัตกรรมสีเขียวและเทคโนโลยีแห่งอนาคต

สำหรับ "มิติที่สาม" จีนได้มุ่งเน้นการขยายความร่วมมือในสาขาเศรษฐกิจใหม่ ได้แก่ เศรษฐกิจดิจิทัล ปัญญาประดิษฐ์ (AI) การผลิตอัจฉริยะ และเกษตรอัจฉริยะ เพื่อปรับเปลี่ยนโครงสร้างอุตสาหกรรมในภูมิภาคไปสู่การพัฒนาที่ขับเคลื่อนด้วยนวัตกรรมและเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม

ในการนี้ นายหวัง อี้ ได้ผลักดันให้เร่งสร้างฉันทามติในเอกสารผลลัพธ์สำคัญของการประชุมผู้นำ เช่น ข้อริเริ่มร่วมว่าด้วยการใช้ปัญญาประดิษฐ์เพื่อขับเคลื่อนการเปลี่ยนผ่านสู่ดิจิทัล และแถลงการณ์ร่วมว่าด้วยการเสริมสร้างความร่วมมือด้านห่วงโซ่อุตสาหกรรมและห่วงโซ่อุปทาน

"จีนยินดีต้อนรับประเทศในอนุภูมิภาคลุ่มแม่น้ำโขงให้เข้าร่วมองค์การความร่วมมือปัญญาประดิษฐ์โลกเพิ่มมากยิ่งขึ้น"

เพื่อเป็นการเตรียมความพร้อมด้านบุคลากรรุ่นใหม่ ได้มีการเสนอให้ส่งเสริมบทบาทของโครงการ "ดาวรุ่งแห่งอนาคตแม่โขง–ล้านช้าง" การยกระดับศักยภาพของศูนย์วิจัยวิทยาศาสตร์ด้านวัตถุท้องฟ้าสำหรับเยาวชน และการผลักดันการจัดตั้งเครือข่ายพันธมิตรมหาวิทยาลัยประเทศแม่โขง–ล้านช้าง เพื่อส่งเสริมการวิจัยและพัฒนาองค์ความรู้ร่วมกัน

การปราบปรามอาชญากรรมข้ามพรมแดน

"มิติที่สี่" ให้ความสำคัญกับการสร้างกลไกความร่วมมือด้านความมั่นคงที่แข็งแกร่ง โดยยึดค่านิยมแห่งเอเชียและแนวคิดความมั่นคงร่วมกันอย่างครอบคลุม ยั่งยืน และผ่านความร่วมมือ โดยจีนได้แสดงจุดยืนชัดเจนในการคัดค้านการแทรกแซงจากอำนาจภายนอก การยุยงให้เกิดการเผชิญหน้าระหว่างกลุ่มประเทศ การจัดตั้งกลุ่มก๊วนที่มีลักษณะกีดกัน ตลอดจนการปฏิเสธการฟื้นคืนชีพของลัทธิทหารนิยมอย่างเด็ดขาด

ในทางปฏิบัติ จะมีการใช้ประโยชน์จากกลไกการประชุมระดับรัฐมนตรีว่าด้วยความร่วมมือด้านการบังคับใช้กฎหมายและความมั่นคงแม่โขง–ล้านช้าง เพื่อเพิ่มความเข้มข้นในปฏิบัติการปราบปรามอาชญากรรมข้ามพรมแดนอย่างบูรณาการ โดยมุ่งเน้นปัญหาการพนันออนไลน์ การหลอกลวงทางโทรคมนาคม (แก๊งคอลเซ็นเตอร์) การค้ายาเสพติด การผลิตสินค้าปลอม และการลักลอบนำเข้า-ส่งออกสินค้าผิดกฎหมาย ผ่านการดำเนินปฏิบัติการด้านความปลอดภัยแม่โขง–ล้านช้าง และการลาดตระเวนร่วมทางน้ำในแม่น้ำโขงอย่างต่อเนื่อง

บริหารจัดการภัยพิบัติและการเตือนภัยข้ามพรมแดน

"มิติที่ห้า" เป็นการตอบสนองต่อความท้าทายด้านการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศและภัยธรรมชาติ โดยจีนเสนอให้จัดตั้งกลไกความร่วมมือด้านการเตือนภัยพิบัติข้ามพรมแดนแม่โขง–ล้านช้าง พร้อมสร้างระบบแลกเปลี่ยนข้อมูลแบบเรียลไทม์จากหลากหลายแหล่งข้อมูล ทั้งด้านอุทกวิทยา อุตุนิยมวิทยา ธรณีวิทยา และสถานการณ์ไฟป่า

กลไกนี้จะครอบคลุมการสร้างเครือข่ายติดตามเฝ้าระวังและเตือนภัยล่วงหน้าด้านอุตุนิยมวิทยาในระดับภูมิภาค รวมถึงการพัฒนาเครือข่ายสถานีต้นแบบสำหรับการเตือนภัยแผ่นดินไหว เพื่อเพิ่มขีดความสามารถของประเทศสมาชิกในการป้องกัน ลดผลกระทบ และช่วยเหลือผู้ประสบภัยได้อย่างทันท่วงทีและมีประสิทธิภาพ

ข้อเสนอแนวทาง 5 ประการของนายหวัง อี้ ในการประชุมรัฐมนตรีต่างประเทศ LMC ครั้งที่ 11 สะท้อนถึงยุทธศาสตร์ของจีนในการกระชับความสัมพันธ์เชิงลึกกับประเทศอนุภูมิภาคลุ่มน้ำโขง ซึ่งไม่เพียงแต่เน้นย้ำการเติบโตทางเศรษฐกิจและการเชื่อมโยงโครงสร้างพื้นฐานเท่านั้น แต่ยังขยายขอบเขตไปสู่การบริหารจัดการความเสี่ยงด้านความมั่นคงรูปแบบใหม่ เทคโนโลยีเปลี่ยนโลก และการรับมือกับวิกฤตสิ่งแวดล้อม

การดำเนินงานตามแนวทางดังกล่าวคาดว่าจะช่วยสร้างรากฐานที่มั่นคงให้แก่การพัฒนาที่ยั่งยืนในอนุภูมิภาคลุ่มแม่น้ำโขง พร้อมทั้งยกระดับคุณภาพชีวิตของประชาชนในภูมิภาคผ่านโครงการที่เห็นผลสัมฤทธิ์เป็นรูปธรรมในระยะยาวต่อไป