“กาแล็คซี่ ดาต้าเซ็นเตอร์” ชี้แจงข้อกังวลของชาวบ้านฉาง เดินหน้ากลไก “สภาชุมชน”เปิดพื้นที่ร่วมตรวจสอบ น้ำ ขยะ แรงงาน และถังน้ำมันสำรองใต้ดิน พร้อมแผนหนุนการศึกษาและอาชีพคนในพื้นที่
“กาแล็คซี่ ดาต้า เซ็นเตอร์” จัดเวที “BAN CHANG TALKS” เปิดให้ตัวแทนชุมชน หน่วยงานภาครัฐ ภาคเอกชน ผู้นำท้องถิ่น ประชาชน และสื่อมวลชน ร่วมแลกเปลี่ยนความคิดเห็นและแสดงข้อกังวลเกี่ยวกับการสร้าง “ดาต้าเซ็นเตอร์” โดยบริษัทนำประเด็นจากเวทีไปพิจารณาและชี้แจงแนวทางบริหารจัดการในประเด็นที่เกี่ยวข้องกับชุมชน พร้อมเตรียมเดินหน้าหารือและติดตามข้อกังวลของ “ชุมชนบ้านฉาง” ต่อเนื่อง
ภายในงาน บริษัทได้ชี้แจงในประเด็นการใช้น้ำ การจัดการขยะและวัสดุก่อสร้าง การจ้างแรงงาน และความปลอดภัยของถังเก็บน้ำมันสำรองใต้ดิน
ในเรื่องน้ำ บริษัทระบุว่าได้วางแผนการใช้น้ำและเตรียมแนวทางรองรับสถานการณ์ฉุกเฉิน โดยหากเกิดภาวะภัยแล้ง ประชาชนจะได้รับน้ำสำหรับการอุปโภคบริโภคเป็นลำดับแรก ตามหลักเกณฑ์ของคณะกรรมการลุ่มน้ำภาคตะวันออก
ส่วนการจัดการขยะและวัสดุก่อสร้าง บริษัทระบุว่า ได้ยกเลิกสัญญากับผู้รับเหมารายเดิมที่ไม่ปฏิบัติตามข้อกำหนด และจ้างผู้รับเหมารายใหม่ พร้อมเพิ่มระบบติดตามเส้นทางขยะตั้งแต่ต้นทางถึงปลายทาง เพื่อให้สามารถตรวจสอบการดำเนินงานได้ในแต่ละขั้นตอน
บริษัทชี้แจงว่า ไม่ได้ปิดกั้นแรงงานไทย และมีแนวทางเพิ่มสัดส่วนแรงงานไทยในการดำเนินงาน ขณะเดียวกันจะกำกับดูแลแรงงานต่างชาติให้ขึ้นทะเบียนและมีเอกสารถูกต้องตามกฎหมาย รวมถึงปฏิบัติตามมาตรฐานความปลอดภัยในการทำงาน
สำหรับข้อกังวลเกี่ยวกับ ถังเก็บน้ำมันสำรองใต้ดิน บริษัทระบุว่า ปัจจุบันยังไม่มีการบรรจุน้ำมัน และอยู่ระหว่างการขออนุญาตจากกรมธุรกิจพลังงาน โดยจะดำเนินการตามข้อกำหนดและมาตรฐานความปลอดภัยที่เกี่ยวข้อง รวมถึงผ่านการตรวจสอบที่จำเป็นก่อนนำมาใช้งาน
ขณะเดียวกัน บริษัทเตรียมเดินหน้าแผน CSR ด้านการศึกษาและการพัฒนาอาชีพ โดยหารือกับมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าพระนครเหนือ หรือ Techno Park เพื่อร่วมพัฒนาหลักสูตรและทักษะด้านดิจิทัล เปิดโอกาสให้คนในพื้นที่บ้านฉางสามารถพัฒนาทักษะและเข้าสู่อุตสาหกรรมดิจิทัลได้โดยตรง
กรวัฒน์ สุขวัฒน์ ผู้อำนวยการฝ่ายรัฐกิจสัมพันธ์และกิจการสาธารณะ กาแล็คซี่ ดาต้า เซ็นเตอร์ กล่าวว่า “บริษัทมีแผนจัดตั้ง สภาชุมชนบ้านฉาง ในรูปแบบองค์กรไม่แสวงหาผลกำไร เพื่อเป็นกลไกหารือระหว่างบริษัทกับชุมชนอย่างต่อเนื่อง โดยเปิดให้ตัวแทนจากชุมชน ภาครัฐ ภาคสาธารณสุข การศึกษา สิ่งแวดล้อม กลุ่ม SMEs เยาวชน ผู้สูงอายุ และกลุ่มเปราะบาง เข้ามามีส่วนร่วมในการรับฟัง ตรวจสอบ และติดตามประเด็นสำคัญของพื้นที่ ทั้งเรื่องน้ำ ขยะ และแรงงาน”
นอกจากนี้ บริษัทมีแผนสนับสนุนโครงการ Shared Value เพื่อพัฒนาชุมชนบ้านฉางควบคู่ไปกับการดำเนินธุรกิจ โดยมองว่าการสร้างระบบพูดคุยและตรวจสอบร่วมกันจะช่วยให้ข้อกังวลของแต่ละฝ่ายได้รับการนำมาพิจารณาบนข้อมูลชุดเดียวกัน
“เป้าหมายของเราไม่ใช่การทำให้ทุกคนเห็นตรงกันในทันที แต่คือการสร้างระบบที่เปิดโอกาสให้ทุกฝ่ายที่มีความเห็นต่างกันมานั่งโต๊ะเดียวกัน ใช้ข้อมูลชุดเดียวกันตรวจสอบร่วมกัน และหาทางออกร่วมกัน” กรวัฒน์กล่าวเสริม
ทั้งนี้ บริษัทระบุว่าแนวทางดังกล่าวเป็นส่วนหนึ่งของ “Rayong Model” ที่มุ่งให้การดำเนินโครงการควบคู่ไปกับการสร้างคุณค่ากลับคืนสู่ชุมชนและพื้นที่โดยรอบ





