วันจันทร์ ที่ 28 กันยายน 2569

Login
Login

‘กาแล็คซี่ ดาต้าเซ็นเตอร์’ เปิดเวทีฟังความเห็นประชาชน ตั้งสภาชุมชนตรวจสอบการทำงาน

“กาแล็คซี่ ดาต้าเซ็นเตอร์” ชี้แจงข้อกังวลของชาวบ้านฉาง เดินหน้ากลไก “สภาชุมชน”เปิดพื้นที่ร่วมตรวจสอบ น้ำ ขยะ แรงงาน และถังน้ำมันสำรองใต้ดิน พร้อมแผนหนุนการศึกษาและอาชีพคนในพื้นที่

“กาแล็คซี่ ดาต้า เซ็นเตอร์” จัดเวที “BAN CHANG TALKS” เปิดให้ตัวแทนชุมชน หน่วยงานภาครัฐ ภาคเอกชน ผู้นำท้องถิ่น ประชาชน และสื่อมวลชน ร่วมแลกเปลี่ยนความคิดเห็นและแสดงข้อกังวลเกี่ยวกับการสร้าง “ดาต้าเซ็นเตอร์” โดยบริษัทนำประเด็นจากเวทีไปพิจารณาและชี้แจงแนวทางบริหารจัดการในประเด็นที่เกี่ยวข้องกับชุมชน พร้อมเตรียมเดินหน้าหารือและติดตามข้อกังวลของ “ชุมชนบ้านฉาง” ต่อเนื่อง 

ภายในงาน บริษัทได้ชี้แจงในประเด็นการใช้น้ำ การจัดการขยะและวัสดุก่อสร้าง การจ้างแรงงาน และความปลอดภัยของถังเก็บน้ำมันสำรองใต้ดิน

ในเรื่องน้ำ บริษัทระบุว่าได้วางแผนการใช้น้ำและเตรียมแนวทางรองรับสถานการณ์ฉุกเฉิน โดยหากเกิดภาวะภัยแล้ง ประชาชนจะได้รับน้ำสำหรับการอุปโภคบริโภคเป็นลำดับแรก ตามหลักเกณฑ์ของคณะกรรมการลุ่มน้ำภาคตะวันออก

ส่วนการจัดการขยะและวัสดุก่อสร้าง บริษัทระบุว่า ได้ยกเลิกสัญญากับผู้รับเหมารายเดิมที่ไม่ปฏิบัติตามข้อกำหนด และจ้างผู้รับเหมารายใหม่ พร้อมเพิ่มระบบติดตามเส้นทางขยะตั้งแต่ต้นทางถึงปลายทาง เพื่อให้สามารถตรวจสอบการดำเนินงานได้ในแต่ละขั้นตอน

บริษัทชี้แจงว่า ไม่ได้ปิดกั้นแรงงานไทย และมีแนวทางเพิ่มสัดส่วนแรงงานไทยในการดำเนินงาน ขณะเดียวกันจะกำกับดูแลแรงงานต่างชาติให้ขึ้นทะเบียนและมีเอกสารถูกต้องตามกฎหมาย รวมถึงปฏิบัติตามมาตรฐานความปลอดภัยในการทำงาน 

สำหรับข้อกังวลเกี่ยวกับ ถังเก็บน้ำมันสำรองใต้ดิน บริษัทระบุว่า ปัจจุบันยังไม่มีการบรรจุน้ำมัน และอยู่ระหว่างการขออนุญาตจากกรมธุรกิจพลังงาน โดยจะดำเนินการตามข้อกำหนดและมาตรฐานความปลอดภัยที่เกี่ยวข้อง รวมถึงผ่านการตรวจสอบที่จำเป็นก่อนนำมาใช้งาน

ขณะเดียวกัน บริษัทเตรียมเดินหน้าแผน CSR ด้านการศึกษาและการพัฒนาอาชีพ โดยหารือกับมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าพระนครเหนือ หรือ Techno Park เพื่อร่วมพัฒนาหลักสูตรและทักษะด้านดิจิทัล เปิดโอกาสให้คนในพื้นที่บ้านฉางสามารถพัฒนาทักษะและเข้าสู่อุตสาหกรรมดิจิทัลได้โดยตรง

กรวัฒน์ สุขวัฒน์ ผู้อำนวยการฝ่ายรัฐกิจสัมพันธ์และกิจการสาธารณะ กาแล็คซี่ ดาต้า เซ็นเตอร์ กล่าวว่า “บริษัทมีแผนจัดตั้ง สภาชุมชนบ้านฉาง ในรูปแบบองค์กรไม่แสวงหาผลกำไร เพื่อเป็นกลไกหารือระหว่างบริษัทกับชุมชนอย่างต่อเนื่อง โดยเปิดให้ตัวแทนจากชุมชน ภาครัฐ ภาคสาธารณสุข การศึกษา สิ่งแวดล้อม กลุ่ม SMEs เยาวชน ผู้สูงอายุ และกลุ่มเปราะบาง เข้ามามีส่วนร่วมในการรับฟัง ตรวจสอบ และติดตามประเด็นสำคัญของพื้นที่ ทั้งเรื่องน้ำ ขยะ และแรงงาน”

นอกจากนี้ บริษัทมีแผนสนับสนุนโครงการ Shared Value เพื่อพัฒนาชุมชนบ้านฉางควบคู่ไปกับการดำเนินธุรกิจ โดยมองว่าการสร้างระบบพูดคุยและตรวจสอบร่วมกันจะช่วยให้ข้อกังวลของแต่ละฝ่ายได้รับการนำมาพิจารณาบนข้อมูลชุดเดียวกัน

“เป้าหมายของเราไม่ใช่การทำให้ทุกคนเห็นตรงกันในทันที แต่คือการสร้างระบบที่เปิดโอกาสให้ทุกฝ่ายที่มีความเห็นต่างกันมานั่งโต๊ะเดียวกัน ใช้ข้อมูลชุดเดียวกันตรวจสอบร่วมกัน และหาทางออกร่วมกัน” กรวัฒน์กล่าวเสริม

ทั้งนี้ บริษัทระบุว่าแนวทางดังกล่าวเป็นส่วนหนึ่งของ “Rayong Model” ที่มุ่งให้การดำเนินโครงการควบคู่ไปกับการสร้างคุณค่ากลับคืนสู่ชุมชนและพื้นที่โดยรอบ