วันอังคาร ที่ 22 กันยายน 2569

Login
Login

ส่อแววสัญญาณสนธิสัญญาพลาสติกโลกถดถอย ร่างใหม่ตัด คุ้มครองสุขภาพ-ควบคุมสารเคมีพิษ

ร่างสนธิสัญญาพลาสติกโลกฉบับใหม่ส่งสัญญาณถดถอย หลังจากมีการตัดสาระสำคัญหลายประการออกไป ประเด็นหลักที่ถูกถอดออกจากร่างเอกสารคือเป้าหมายการควบคุมปริมาณการผลิตพลาสติก และบัญชีรายชื่อสารเคมีอันตราย

KEY POINTS

  • ร่างสนธิสัญญาพลาสติกโลกฉบับใหม่ส่งสัญญาณถดถอย หลังจากมีการตัดสาระสำคัญหลายประการออกไป
  • ประเด็นหลักที่ถูกถอดออกจากร่างเอกสารคือเป้าหมายการควบคุมปริมาณการผลิตพลาสติก และบัญชีรายชื่อสารเคมีอันตราย
  • วัตถุประสงค์ด้านการคุ้มครองสุขภาพมนุษย์ก็ถูกตัดออกจากร่างสนธิสัญญาฉบับล่าสุดเช่นกัน
  • ภาคประชาสังคมแสดงความกังวลอย่างยิ่งต่อทิศทางการเจรจา โดยจะมีการประชุมนัดสำคัญแบบปิดที่กรุงเทพฯ เพื่อหารือในประเด็นดังกล่าว

กระบวนการเจรจาสนธิสัญญาพลาสติกโลกกำลังเผชิญวิกฤติครั้งใหญ่ หลังพบร่างเอกสารฉบับใหม่ถอดสาระสำคัญ ทั้งเป้าหมายควบคุมการผลิต การกำจัดสารเคมีอันตราย และการคุ้มครองสุขภาพมนุษย์ออกเกือบทั้งหมด ด้านภาคประชาสังคมเตือนเป็น "สัญญาณแห่งการถดถอย"

ย้อนรอยความหวัง  ข้อตกลงประวัติศาสตร์จัดการพลาสติก "ตลอดวงจรชีวิต"

ปุณญธร จึงสมาน นักรณรงค์/นักวิจัยโครงการพลาสติก มูลนิธิความยุติธรรมเชิงสิ่งแวดล้อม (EJF) จากงานแถลงข่าวจับสัญญาณชีพสนธิสัญญาพลาสติก ว่าโลกการเจรจาสนธิสัญญาพลาสติกโลกเริ่มต้นขึ้นอย่างเป็นทางการเมื่อวันที่ 2 มี.ค. 2565 ภายใต้โครงการสิ่งแวดล้อมแห่งสหประชาชาติ (UNEP) โดยผู้แทนจากกว่า 170 ประเทศ ได้เห็นชอบร่วมกันในการจัดทำกฎหมายระหว่างประเทศที่มีผลผูกพันเพื่อควบคุมการใช้ การผลิต และการจัดการปัญหาพลาสติกอย่างครอบคลุม "ตลอดวงจรชีวิต" (Full Life Cycle)

อย่างไรก็ตาม คำว่า "ตลอดวงจรชีวิต" ได้กลายเป็นชนวนโต้เถียงหลักมาตลอด 3 ปีเต็ม เนื่องจากกลุ่มประเทศผู้ผลิตน้ำมันและปิโตรเคมีส่วนน้อย พยายามบีบให้ขอบเขตการควบคุมจำกัดอยู่เพียงแค่การจัดการขยะและการใช้ของผู้บริโภค โดยปฏิเสธที่จะให้รวมถึงขั้นการขุดเจาะฟอสซิลหรือการจำกัดปริมาณการผลิตพลาสติกตั้งแต่ต้นทาง ทั้งยังใช้วิธีการตัดสินใจแบบฉันทามติ (Consensus) ของสหประชาชาติในการคัดค้านและวีโต้ร่างข้อตกลง

บทเรียนปูซาน ยืนหยัดไม่รับ "สนธิสัญญาที่อ่อนแอ"

ในการประชุมคณะกรรมการเจรจารอบที่ 5 (INC5) ณ เมืองปูซาน ประเทศเกาหลีใต้ ซึ่งเดิมตั้งเป้าให้เป็นรอบสรุปผล ไม่สามารถบรรลุข้อตกลงได้ แต่ในมุมมองของภาคประชาสังคม การประชุมครั้งนั้นไม่ได้ล้มเหลว เนื่องจากประเทศส่วนใหญ่นำโดย สหภาพยุโรป (EU) ฝรั่งเศส รวันดา และองค์กรภาคประชาสังคม ได้ร่วมกันแถลงข่าวประกาศชัดเจนว่าจะไม่ยอมถอยหรือยอมรับสนธิสัญญาที่อ่อนแอเด็ดขาด

ส่งผลให้ประธานการประชุมในขณะนั้นจัดทำ "ร่างปูซาน" (Busan Draft) เพื่อเป็นเอกสารอ้างอิง ซึ่งยังคงเป้าหมายที่ทะเยอทะยานไว้ ได้แก่

  • การระบุวัตถุประสงค์เพื่อคุ้มครองสุขภาพมนุษย์
  • การกำหนดบัญชีรายชื่อสารเคมีอันตราย ที่ต้องควบคุมในพลาสติก
  • "มาตรา 6" ว่าด้วยการกำหนดเป้าหมายควบคุมปริมาณการผลิตพลาสติกอย่างยั่งยืนระดับโลก

สัญญาณชีพถดถอย เอกสารใหม่หั่นสาระสำคัญเกลี้ยง

ความหวังต่อสนธิสัญญาเริ่มสั่นคลอน หลังมีการแต่งตั้งประธานคนใหม่ในเดือน ก.พ. ที่ผ่านมา และเริ่มมีการจัด "การประชุมหัวหน้าคณะผู้แทน" (Head of Delegation) ในห้องปิดหลายต่อหลายครั้ง โดยไม่อนุญาตให้ภาคประชาสังคม สื่อมวลชน หรือภาคธุรกิจเข้าร่วมสังเกตการณ์ 

กระทั่งล่าสุด มีการปล่อยเอกสารช่วยการเจรจาฉบับใหม่ที่เรียกว่า "Aid to Negotiation" ซึ่งจากการวิเคราะห์ของกลุ่มองค์กรสิ่งแวดล้อม เช่น EJF, Greenpeace และ Earth พบความเปลี่ยนแปลงที่น่ากังวล

  • การคุ้มครองสุขภาพมนุษย์ ถูกตัดออกจากวัตถุประสงค์ของสนธิสัญญา
  • รายชื่อสารเคมีอันตราย ถูกถอดออกจากเอกสาร
  • มาตรา 6 เรื่องการควบคุมเป้าหมายการผลิตพลาสติก หายไปอย่างสิ้นเชิง

องค์กรภาคประชาสังคมจึงประเมินว่า เอกสารฉบับนี้ถือเป็น "สัญญาณแห่งการถดถอย" ที่ชี้ว่าสัญญาณชีพของสนธิสัญญาพลาสติกโลกกำลังวิกฤตอย่างหนัก

จับตาประชุมห้องปิดนัดสำคัญที่กรุงเทพฯ

จุดเปลี่ยนสำคัญของการเจรจาครั้งนี้กำลังย้ายมายังประเทศไทย โดยจะมีการจัดประชุมหัวหน้าคณะผู้แทนแบบพบตัว (On-site) ที่ ศูนย์ประชุมสหประชาชาติ (UN ESCAP) กรุงเทพมหานคร ในวันที่ 27–30 ก.ย. นี้

เนื่องจากการประชุมครั้งนี้เป็นการคุยกันในห้องปิดหลังประตูสหประชาชาติ โดยไม่มีภาคประชาสังคมหรือสื่อมวลชนเข้าร่วมรับฟัง จึงเป็นประเด็นสำคัญที่ทุกฝ่ายต้องช่วยกันจับตาว่า อนาคตของกฎหมายสิ่งแวดล้อมโลกฉบับนี้จะถูกตัดสินไปในทิศทางใด