รัฐบาลสหราชอาณาจักร ตั้งเป้าจะเปลี่ยนประเทศให้เป็น “มหาอำนาจด้านเอไอ” เตรียมสร้างดาต้าเซ็นเตอร์เพิ่มหลายแห่ง แต่การเติบโตแบบก้าวกระโดดนี้ ทำให้เกิดกระแสต่อต้านและการคัดค้านในวงกว้าง จากชุมชนท้องถิ่นและกลุ่มนักเคลื่อนไหวด้านสิ่งแวดล้อมทั่วประเทศ
ในสกอตแลนด์ เกิดการประท้วงครั้งใหญ่ของชาวบ้านในหมู่บ้านออคเทอร์ทูล หลังจากมีโครงการสร้างดาต้าเซ็นเตอร์ขนาด 600 เมกะวัตต์ ที่มีความสูง 35 เมตร และมีพื้นที่ขนาดใหญ่กว่า 100 สนามฟุตบอล ซึ่งถือเป็นขนาดที่ใหญ่กว่าหมู่บ้านออคเทอร์ทูลเสียอีก โดยมีผู้ยื่นหนังสือคัดค้านแล้วมากกว่า 1,600 ราย
เดวิด ทอร์รันซ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรสก็อตแลนด์ (MSP) ตัวแทนของหมู่บ้านออคเทอร์ทูล กล่าวว่า เขาไม่เคยเห็นการคัดค้านแผนพัฒนาท้องถิ่นที่รุนแรงขนาดนี้มาก่อนตลอดระยะเวลา 25 ปีในเส้นทางการเมือง เพราะภาพร่างของโครงการนี้ แสดงให้เห็นว่าอาคารขนาดมหึมาจะบดบังทัศนียภาพของทุ่งนาและป่าไม้ และทำให้บ้านหินโบราณในพื้นที่ดูเล็กลงไปทันตา
ขณะที่ มาร์ค วิลสัน ประธานเจ้าหน้าที่บริหารของ ILI Group ซึ่งเป็นบริษัทผู้อยู่เบื้องหลังโครงการดังกล่าวออกมาแก้ต่างว่า การต่อต้านของชาวบ้านบางส่วนอาจเกิดจากความไม่เข้าใจและข้อมูลที่คลาดเคลื่อน วิลสันอ้างว่า โครงการนี้เป็นโอกาสครั้งสำคัญของสกอตแลนด์ ในการสร้างผลประโยชน์ทางเศรษฐกิจระยะยาว โดยจะทำให้เกิดการจ้างงาน ช่วยชีวิตแรงงานที่ตกงานจากการปิดตัวของโรงงานมอสส์มอร์รัน ที่อยู่ใกล้เคียง
“สกอตแลนด์” กลายเป็นเป้าหมายหลักของโครงการดาต้าเซ็นเตอร์ เนื่องจากมีพลังงานหมุนเวียนและทรัพยากรน้ำจำนวนมาก ปัจจุบันมีดาต้าเซ็นเตอร์ถึง 315 แห่งที่อยู่ในคิวรอเชื่อมต่อกับโครงข่ายไฟฟ้าของสหราชอาณาจักร คิดเป็นความต้องการพลังงานรวม 73 กิกะวัตต์ ซึ่งสูงเกือบสองเท่าของความต้องการพลังงานสูงสุดในช่วงฤดูหนาวของทั้งประเทศ
ปล่อยคาร์บอนมหาศาล
นอกจากในสก็อตแลนด์แล้ว ความกังวลด้านสิ่งแวดล้อมยังแผ่ขยายไปยังประเทศอังกฤษด้วยเช่นกัน จากผลวิเคราะห์ของ Foxglove กลุ่มองค์กรไม่แสวงหากำไร เผยให้เห็นว่าดาต้าเซ็นเตอร์สองแห่งที่มีแผนก่อสร้างในบัคกิงแฮมเชียร์และเบดฟอร์ดเชียร์ จะใช้พลังงานไฟฟ้ารวมกันสูงถึง 1.3 กิกะวัตต์ และจะปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์รวมกันมากกว่า 4.5 ล้านตันต่อปี ซึ่งมากกว่าปริมาณการปล่อยก๊าซทั้งหมดของ ExxonMobil บริษัทเชื้อเพลิงฟอสซิลอยู่ที่ 3.9 ล้านตันในปี 2023
การวิเคราะห์นี้ อ้างอิงจากข้อมูลความเข้มข้นของคาร์บอนในการผลิตไฟฟ้าของรัฐบาล ทั้งนี้โฆษกของรัฐบาลออกมาโต้แย้งว่า ตัวเลขนี้อาจทำให้เกิดความเข้าใจผิดเนื่องจากเป็นการสมมติว่าโครงการจะทำงานเต็มกำลัง 100% ตั้งแต่วันแรกก็ตาม
ทอม เฮการ์ตี หัวหน้าฝ่ายสื่อสารของ Foxglove ยืนยันว่าการตั้งสมมติฐานอัตราการใช้งานที่ 100% ถือเป็นแนวทางมาตรฐานของอุตสาหกรรมนี้ สอดคล้องกับความคิดเห็นของ เคียร์รา บ็อกซ์ นักรณรงค์ด้านกฎระเบียบการค้าและสิ่งแวดล้อมจาก Friends of the Earth ที่ระบุว่าเป้าหมายของดาต้าเซ็นเตอร์คือการเพิ่มภาระงานและทำงานที่ความจุสูงสุด ดังนั้นการประเมินจากตัวเลขคาดการณ์ระดับสูงสุดจึงถือเป็นเรื่องที่สมเหตุสมผลและถูกต้องแล้ว
แคโรไลน์ ลูคัส อดีตหัวหน้าพรรคกรีนแห่งอังกฤษและเวลส์ กล่าวว่า การปล่อยก๊าซคาร์บอนที่คาดการณ์ไว้จากโครงการเหล่านี้ว่าเป็นเรื่องที่น่ากลัวอย่างยิ่ง และควรเป็นสัญญาณเตือนที่ดังไปถึงทุกภาคส่วนของรัฐบาล โดยรัฐบาลต้องการข้อมูลที่เปิดเผยต่อสาธารณะมากขึ้นและการตรวจสอบที่เข้มข้นขึ้น ไม่ใช่ลดลง
ชุมชนไม่ได้ร่วมตรวจสอบ
กระแสคัดค้านที่เพิ่มขึ้น เป็นผลมาจากโครงการดาต้าเซ็นเตอร์บางแห่งในอังกฤษถูกผลักดันอย่างรวดเร็วผ่านเกณฑ์ “โครงการโครงสร้างพื้นฐานที่มีความสำคัญระดับชาติ” (NSIP) ซึ่งระบบนี้ทำให้โครงการไม่ต้องผ่านการพิจารณาของหน่วยงานวางแผนท้องถิ่น แต่รัฐบาลกลางเป็นผู้ตัดสินใจแทน
โอลิเวอร์ เฮย์ส หัวหน้าฝ่ายนโยบายของกลุ่มรณรงค์ Global Action Plan กล่าวว่าการที่รัฐบาลอนุญาตให้โครงการดาต้าเซ็นเตอร์ที่ใช้ก๊าซธรรมชาติสามารถเข้าร่วมเกณฑ์นี้ เป็นสัญญาณที่น่ากังวลอย่างยิ่งและแสดงให้เห็นว่ารัฐบาลไม่ได้จริงจังกับการแก้ปัญหาการปล่อยก๊าซเรือนกระจก
ขณะที่ โฆษกของกระทรวงความมั่นคงทางพลังงานและการปล่อยก๊าซเรือนกระจกสุทธิเป็นศูนย์ ชี้แจงว่า ดาต้าเซ็นเตอร์เป็นส่วนสำคัญต่อเศรษฐกิจและชีวิตประจำวัน มีส่วนช่วยให้ชุมชนเติบโตได้มากขึ้น โดยรัฐบาลพร้อมจะสนับสนุนการเติบโตของอุตสาหกรรมใหม่ ๆ เช่น ดาต้าเซ็นเตอร์ ควบคู่ไปกับการสร้างพลังงานสะอาดในปริมาณที่มากเป็นประวัติการณ์
อย่างไรก็ดี โทบี เพอร์กินส์ ประธานคณะกรรมการตรวจสอบสิ่งแวดล้อมแห่งสภาผู้แทนราษฎร เตือนว่าหากปราศจากมาตรการที่เหมาะสม ดาต้าเซ็นเตอร์อาจกลายเป็นภัยคุกคามร้ายแรงต่อเป้าหมายสภาพภูมิอากาศที่มีผลผูกพันทางกฎหมาย และทำให้การเปลี่ยนผ่านจากเชื้อเพลิงฟอสซิลทำได้ยากขึ้น
ดาต้าเซ็นเตอร์ ยังส่งผลกระทบโดยตรงต่อการดำเนินชีวิตของประชาชนในท้องถิ่น ลินด์เซย์ ชาร์นลีย์ ผู้อยู่อาศัยในหมู่บ้านออคเทอร์ทูลระบุว่า ครอบครัวของเธอจำเป็นต้องย้ายบ้านหากโครงการนี้ได้รับอนุมัติ เนื่องจากลูกชายคนเล็กของเธอวัย 9 ขวบที่เพิ่งผ่านการผ่าตัดสมองมาถึง 27 ครั้ง ไม่สามารถทนทานต่อเสียงดังจากกระบวนการก่อสร้างที่วุ่นวายได้ เธอไม่เข้าใจว่าทำไมผู้พัฒนาจึงเห็นสมควรให้สร้างดาต้าเซ็นเตอร์ขนาดใหญ่เท่าหมู่บ้านมาตั้งอยู่ใกล้ชิดชุมชนเพียงข้างรั้วบ้านเช่นนี้
ขณะที่ ไมเคิล ฮอดจ์สัน ซึ่งอาศัยอยู่ในออคเทอร์ทูลและเปิดธุรกิจบ้านพักตากอากาศให้เช่ากังวลว่า เสียงจากการก่อสร้างและการพัฒนาโครงการขนาดใหญ่ฝั่งตรงข้ามบ้านของเขาจะทำลายเสน่ห์ของธรรมชาติ ส่งผลกระทบต่อยอดจองและสร้างความเสียหายต่อรายได้ของธุรกิจอย่างรุนแรง เขาชี้ให้เห็นว่าอาคารที่มีความสูงถึง 35 เมตรนี้ เปรียบเสมือนการนำตึกสูงระฟ้ามาวางนอนในแนวราบท่ามกลางชนบทที่เคยเงียบสงบ
กระแสการคัดค้านของภาคประชาชน ส่งผลให้เกิดการเคลื่อนไหวทางนโยบายอย่างมีนัยสำคัญ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังสาธารณะแห่งสก็อตแลนด์ ได้ประกาศทิศทางใหม่ในการควบคุมดาต้าเซ็นเตอร์ โดยกำหนดให้หน่วยงานวางแผนต้องแจ้งรัฐบาลเมื่อได้รับคำขออนุญาตสร้างดาต้าเซ็นเตอร์ที่มีขนาดเกิน 50 เมกะวัตต์
ขณะที่ พรรคกรีนของสก็อตแลนด์ เรียกร้องให้รัฐบาลระงับการอนุมัติโครงการดาต้าเซ็นเตอร์ขนาดใหญ่ชั่วคราว ซึ่งจอห์น สวินนีย์ มุขมนตรีแห่งสก็อตแลนด์ ได้ตอบรับต่อประเด็นนี้โดยระบุว่าตนเข้าใจถึงข้อกังวลด้านสิ่งแวดล้อม และกำลังพิจารณาอย่างจริงจังเกี่ยวกับการออกแนวทางวางแผนระดับชาติใหม่ให้กับองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น เพื่อสร้างความสมดุลระหว่างการขยายตัวของเทคโนโลยีและเป้าหมายด้านสภาพภูมิอากาศของประเทศอย่างยั่งยืน
ที่มา: BBC, The Guardian, The Guardian



