'กรุงเทพธุรกิจ' ร่วมลงพื้นที่ศึกษาดูงาน โครงการสะพานเชื่อมเกาะลันตา และโครงการสะพานข้ามทะเลสาบสงขลา เมกะโปรเจกต์ที่สะท้อนการระดมทุนพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานที่มุ่งทั้งการเชื่อมต่อ การพัฒนาเศรษฐกิจ และการยกระดับคุณภาพชีวิตประชาชน โดย "สบน." เผยเป็นการใช้เงินกู้ต่างประเทศ ภายใต้ มาตรา 22 พร้อมเงินให้เปล่าสำหรับจัดหาผู้เชี่ยวชาญ และเทคโนโลยีจากต่างประเทศ ด้าน "ธนาคารโลก" ชื่นชมไทยใช้โมเดลการพัฒนาแบบบูรณาการในระดับสากล คาดสร้างงานกว่า 2.5 หมื่นตำแหน่ง ก่อนเดินหน้าควบคู่กับการดูแลทุนทางธรรมชาติ โดยเฉพาะ "โลมาอิรวดี" และความหลากหลายทางชีวภาพในพื้นที่ โดยโครงการลงเสาเข็มต้นแรกสิ้นเดือน ส.ค. นี้
จินดารัตน์ วิริยะทวีสมาน ผู้อำนวยการสำนักงานบริหารหนี้สาธารณะ (สบน.) ให้ข้อมูลถึงภาพรวมการระดมทุนเพื่อพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานของไทยว่า ปัจจุบันเทรนด์การกู้เงินทั้งในและต่างประเทศมุ่งสู่ความยั่งยืนมากขึ้น โดยเฉพาะโครงการก่อสร้างสะพานข้ามทะเลสาบสงขลา และสะพานเชื่อมเกาะลันตา ซึ่งถือเป็นกรณีศึกษาที่สำคัญ โครงการนี้ไม่ได้ใช้งบประมาณแผ่นดินเนื่องจากมีข้อจำกัดด้านงบประมาณ จึงเลือกใช้เงินกู้ต่างประเทศตามมาตรา 22 ของ พรบ. การบริหารหนี้สาธารณะ ที่ระบุว่าต้องมีการใช้เทคโนโลยีหรืออุปกรณ์จากต่างประเทศ
จินดารัตน์ ระบุว่า สาเหตุที่เลือก ธนาคารโลก (World Bank) เป็นแหล่งเงินกู้หลัก เนื่องจากเป็นสถาบันที่เน้นเรื่องการอนุรักษ์สิ่งแวดล้อม และมีผู้เชี่ยวชาญเฉพาะทางจำนวนมาก โครงการนี้ใช้เวลาเตรียมการ และเจรจานานถึง 5 ปี เพราะต้องทำงานแบบบูรณาการร่วมกันหลายหน่วยงาน ทั้งกรมทางหลวงชนบท กรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง กรมประมง และกรมอุทยานแห่งชาติ เพื่อหาจุดสมดุลระหว่างการก่อสร้างกับการรักษาความหลากหลายทางชีวภาพ จนเกิดเป็นความตกลงร่วมกันหรือ MOU เพื่อให้ทุกฝ่ายเรียนรู้ที่จะพัฒนาไปพร้อมกับการอนุรักษ์
"โครงการนี้ไม่ได้มองแค่การสร้างทางคมนาคม แต่ชื่อโครงการคือ Thailand Resilience Infrastructure and Connectivity (TRIC) ซึ่งคำว่า Resilience หมายถึงความยืดหยุ่น และการปรับตัว"
นอกจากเงินกู้แล้ว โครงการนี้ยังได้รับความช่วยเหลือในรูปแบบของ เงินให้เปล่าประมาณ 132 ล้านบาท ซึ่งนำไปใช้จ้างผู้เชี่ยวชาญด้านโลมาอิรวดีจากทั่วโลก เช่น อินเดีย พม่า และอินโดนีเซีย เพื่อเข้ามาช่วยวางแผน และนำเทคโนโลยี เช่น ระบบโซนาร์มาใช้ตรวจจับเสียงโลมา ป้องกันไม่ให้การก่อสร้างรบกวนสัตว์น้ำ รวมถึงยังมีการปรับเปลี่ยนอาชีพให้คนในชุมชน เช่น การส่งเสริมให้เลี้ยงกุ้งทะเลแทนการจับปลาบึกที่มักทำให้โลมามาติดแหจนบาดเจ็บ
ในด้านมาตรฐานความโปร่งใส จินดารัตน์ ย้ำว่าเงินกู้ต่างประเทศมีระบบการตรวจสอบที่เข้มข้นกว่าการกู้ในประเทศมาก แม้ไม่ได้ใช้ระเบียบพัสดุของไทย แต่ต้องปฏิบัติตามเกณฑ์ของธนาคารโลกซึ่งมีบุคคลที่สาม คอยตรวจสอบทั้งเรื่องการเบิกจ่าย การทุจริตคอร์รัปชัน รวมถึงความปลอดภัยในที่ทำงาน และสิ่งแวดล้อม นอกจากนี้ เมื่อโครงการเสร็จสิ้นจะมีการประเมินผล และให้เกรดตั้งแต่ A ถึง D โดยจะรายงานผลสู่รัฐสภา เพื่อให้ประชาชนตรวจสอบได้
เมลินดา กู้ด ผู้อำนวยการ ธนาคารโลก (World Bank) ประจำประเทศไทย และประเทศเมียนมา กล่าวถึงความสำคัญของโครงการนี้ในระดับสากลว่า โครงการ TRIC ของไทยคือ โมเดลที่ธนาคารโลกภาคภูมิใจ เพราะสามารถนำเรื่องการพัฒนาเศรษฐกิจ การเชื่อมต่อที่ยืดหยุ่น และการอนุรักษ์ความหลากหลายทางชีวภาพ มามัดรวมไว้ในแพ็กเกจเดียวได้ โดยเน้นการพัฒนาในเรื่องของ
"สินทรัพย์ทางธรรมชาติ" ในพื้นที่ทะเลสาบสงขลา และเกาะลันตา มีทรัพยากรธรรมชาติที่ประเมินค่าไม่ได้ โดยเฉพาะโลมาอิรวดี ซึ่งเป็นสัตว์หายากระดับโลก การพัฒนาโครงการนี้จึงไม่ใช่แค่การสร้างถนนหรือสะพาน แต่คือ การรักษาต้นทุนทางธรรมชาติเหล่านี้ให้คงอยู่คู่กับชุมชน และเศรษฐกิจในระยะยาว
โมเดลการทำงานแบบบูรณาการ
เมลินดา กล่าวชมเชยถึงความร่วมมือของ 5 หน่วยงานหลักของไทย (สบน., กรมทางหลวงชนบท, กรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง, กรมประมง และกรมอุทยานแห่งชาติ) ที่สามารถนำเรื่องการอนุรักษ์ความหลากหลายทางชีวภาพ มาผนวกรวมกับการเชื่อมต่อที่ยืดหยุ่น และการพัฒนาเศรษฐกิจ ไว้ในโครงการเดียวได้สำเร็จ
ตลอดจนถึงการสร้างงานในพื้นที่ได้มากกว่า 25,000 ตำแหน่ง และอำนวยความสะดวกให้กับประชาชนกว่า 320,000 คน ให้สามารถเข้าถึงบริการสาธารณะ เช่น โรงเรียน และโรงพยาบาลได้รวดเร็วยิ่งขึ้น เมลินดามองว่านี่ไม่ใช่แค่โครงการก่อสร้างสะพาน แต่คือ การบริหารจัดการ "ทุนทางธรรมชาติ" ให้เกิดประโยชน์สูงสุดต่อผู้คนในท้องถิ่น และจะเป็นบทเรียนล้ำค่าที่ประเทศไทยสามารถส่งต่อองค์ความรู้นี้ให้กับประเทศอื่นๆ ทั่วโลกได้ศึกษาต่อไป
พิสูจน์อักษร....สุรีย์ ศิลาวงษ์



